คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบังอาจสมคบกันขนย้ายข้าวสารออกนอกเขตจังหวัดราชบุรี อันเป็นเขตห้ามขนย้ายข้าวตามประกาศของคณะกรรมการสำรวจและกักกันข้าวฉะบับที่ ๔๖/๒๔๙๑ โดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. สำรวจและห้ามกักกันข้าว ๒๔๘๙
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาคัดค้านในข้อกฎหมายว่า คดีลงโทษจำเลยไม่ได้เพราะประกาศของคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าว ไม่ใช่กฎหมาย โจทก์ไม่ได้ส่งอ้างเป็นพยานประกอบสำนวนให้แน่ชัดฟังไม่ได้ว่า ประกาศออกโดยอาศัยอำนาจกฎหมายฉะบับใด
ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในกรณีเช่นนี้ การที่จำเลยได้ทราบประกาศของคณะกรรมการฯลฯ หรือไม่ย่อมเป็นองค์ความผิดอยู่ด้วย แต่ฟ้องโจทก์ไม่มีกล่าวว่าจำเลยได้ทราบประกาศของคณะกรรมการฯลฯนั้นแล้วและได้ประพฤติฝ่าฝืนแต่ประการใด นับว่าเป็นฟ้องที่ขาดองค์ความผิด ไม่ชอบด้วย ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘(๕) ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธว่า มิได้กระทำผิด มิได้รับว่าได้ทราบประกาศของคณะกรรมการฯลฯแล้ว เช่นนี้ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบความข้อนี้ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบ ก็จะเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้ แม้ประกาศของคณะกรรมการ ฯลฯ ที่กล่าวนี้จะได้ทราบประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ก็เป็นประกาศธรรมดา ไม่มีกฎหมายสนับสนุน หรือให้อำนาจให้มีผล เสมือนหนึ่งเป็นกฎหมายอันประชาชนจะพึงปฏิเสธไม่ได้ เรื่องทำนองนี้ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๗๖/++ วินิจฉัยเป็นบันทัดฐานไว้แล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยไป