Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5529/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่9923 เป็นของโจทก์ แต่ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 9927 ศาลจะบังคับคดีได้หรือไม่เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาก่อนศาลฎีกาเห็นควรยกขึ้นวินิจฉัยให้ โจทก์บรรยายฟ้องด้วยว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 273จำเลยก็ให้การยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าว แม้โจทก์อ้างเลขที่ของโฉนดที่ดินพิพาทผิดไป แต่การบังคับคดีเกี่ยวกับที่ดินพิพาทก็แน่นอนว่าเป็นที่ดินแปลงใด การบังคับคดีจึงย่อมกระทำได้ ไม่ถือว่าเป็นการเกินคำขอ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับนายน้อย ติ่งทอง และนายบุญติ่งทอง จำเลยทั้งห้าเป็นบุตรของนายน้อยซึ่งตายเมื่อประมาณปี ๒๕๐๙ ก่อนตาย นายน้อย โจทก์และนายบุญ มีสิทธิครอบครองที่ดินร่วมกัน ๑ แปลง ตาม ส.ค.๑ เลขที่ ๒๗๓ ซึ่งปัจจุบันคือที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๙๒๓ ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เนื้อที่ ๒๔ ไร่เศษ มีชื่อนายน้อยเป็นเจ้าของ เมื่อปี ๒๕๐๒ นายน้อย โจทก์ และนายบุญได้แบ่งที่ดินดังกล่าวออกเป็น ๓ ส่วน ให้นายน้อยได้ทางด้านทิศเหนือ เนื้อที่ ๑๒ ไร่เศษ ให้โจทก์และนายบุญได้ทางด้านทิศใต้คนละ ๖ ไร่เศษ ในวันแบ่งที่ดินกันนั้นนายบุญได้ขายส่วนของนายบุญให้แก่โจทก์ หลังจากนั้นโจทก์ได้ครอบครองทำกินในส่วนของโจทก์ดังกล่าวโดยความสงบและโดยเปิดเผย

ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยทั้งห้าไม่เคยเกี่ยวข้องต่อมาปี ๒๕๐๘ โจทก์ให้นายน้อยไปขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าวทั้งแปลง เนื่องจากชื่อใน ส.ค.๑เป็นชื่อของนายน้อย ตกลงกันว่านายน้อยจะจดทะเบียนโอนโฉนดแบ่งแยกให้โจทก์ในภายหลัง แต่นายน้อยตายเสียก่อน ปี ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ ไปขอรับโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๙๒๓ และโอนเป็นของจำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ โดยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ โจทก์ทราบเมื่อปี ๒๕๒๓ โจทก์ขอให้จำเลยทั้งห้าจดทะเบียนโอนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ แต่จำเลยทั้งห้าปฏิเสธ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๙๒๓ ตามฟ้องด้านทิศใต้จำนวน ๑๒ ไร่เศษเป็นของโจทก์ ให้จำเลยร่วมกันไปจดทะเบียนโอนแบ่งแยกให้โจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามจำเลยทั้งห้าและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง

จำเลยทั้งห้าให้การว่า ที่ดินพิพาทตาม ส.ค.๑ เลขที่ ๒๗๓ หรือโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๙๒๓ ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เป็นของนายน้อยบิดาจำเลยทั้งห้าแต่เพียงผู้เดียว นายน้อยไม่เคยแบ่งให้โจทก์และนายบุญ นายน้อยและจำเลยทั้งห้าครอบครองทำกินตลอดมา เมื่อนายน้อยตาย จำเลยทั้งห้าก็ครอบครองร่วมกันตลอดมา โจทก์ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๑๒ ไร่ อันเป็นที่ดินส่วนทางทิศใต้ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๙๙๒๓ (ความจริงคือโฉนดเลขที่ ๙๙๒๗) ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัด-อุบลราชธานี (ปัจจุบันจังหวัดยโสธร) เป็นของโจทก์กับให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันไปจดทะเบียนโอนแบ่งให้โจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งห้า

จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ที่ดินพิพาทมีเนื้อที่ประมาณ ๑๒ ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๙๒๗ ตำบลนาคำอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร มีชื่อนายน้อยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยที่ดินพิพาทอยู่ทางทิศใต้ของที่ดินโฉนดดังกล่าว เมื่อนายน้อยตายจำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นบุตรนายน้อยได้จดทะเบียนรับมรดกที่ดินโฉนดดังกล่าวเป็นของตน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งห้ามีว่า โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๙๒๓ เป็นของโจทก์เนื้อที่ ๑๒ ไร่ แต่ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินโฉนดเลขที่๙๙๒๗ ศาลจะบังคับคดีได้หรือไม่ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยทั้งห้าจะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาก่อน

ศาลฎีกาก็เห็นควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ โจทก์บรรยายฟ้องด้วยว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นที่ดินตาม ส.ค.๑ เลขที่ ๒๗๓จำเลยทั้งห้าก็ให้การยอมรับข้อเท็จจริงนี้ แม้โจทก์จะอ้างเลขที่ของโฉนดที่ดินพิพาทผิดไป แต่การบังคับคดีเกี่ยวกับที่ดินพิพาทก็แน่นอนว่าเป็นที่ดินแปลงใด การบังคับคดีจึงย่อมกระทำได้ ไม่ถือว่าเป็นการเกินคำขอตามประมวลฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร ทองประยูร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดยโสธร - นางสาวมณฑิรา จำนงค์
ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2538

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า (1) ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ (2) โจทก์หรือจำเลยทั้งหกเป็นฝ่ายผิดสัญญา (3) โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่ เพียงใด โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6มอบโฉนดที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2533

โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุซึ่งได้เอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยเท่านั้นจึงเป็นการกล่าวอ้างว่า โจทก์มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ เมื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3587/2531

ที่ดินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) แม้โจทก์จะเสียภาษีบำรุงท้องที่ก็ไม่ได้สิทธิครอบครอง โจทก์บรรยายฟ้องยืนยันว่า ที่พิพาทไม่ใช่ที่สาธารณะไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2369/2526

แม้ฟ้องโจทก์จะระบุว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตึกแถวเลขที่ 60 แขวงสัมพันธวงศ์เขตสัมพันธวงศ์ แต่บรรยายฟ้องว่าตึกแถวเลขที่ 60 ที่พิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 3389 แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธ์วงศ์ ซึ่งต่างแขว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 38298)

การนับอายุความ 1 ปี เรื่องละเมิดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ต้องเริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ว่าใครควรรับผิดอย่างใด เมื่อมาฟ้องคดีเกินกว่าหนึ่งปี นับแต่ได้ทราบเรื่อง ก็ขาดอายุความ (ฎีกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้