Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57247)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ไม่รอการลงโทษ ซึ่งเป็นการแก้ไขมากแต่ศาลอุทธรณ์มิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แม้จะไม่รอการลงโทษให้กับจำเลยก็เป็นการแก้ไขมากและเป็นการเปลี่ยนโทษ ซึ่งจำเลยจะต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงสมควรให้ศาลฎีกาวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,47,48,73,74 ทวิ,74 จัตวา,75 ฯลฯ ลงโทษฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ฯ จำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาทฐานแปรรูปไม้สักซึ่งเป็นโทษหนัก จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท และฐานมีไม้สักแปรรูปฯ จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท เรียงกระทงลงโทษรวมเป็นจำคุก 3 ปี ปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาทพิเคราะห์ตามรายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติแล้ว โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษไม่ปรับนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 42)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 มาตรา 12 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 57/2533พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นายสุข คำจินะจำเลยนายสุข คำจินะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ไม่รอการลงโทษ ซึ่งเป็นการแก้ไขมากแต่ศาลอุทธรณ์มิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แม้จะไม่รอการลงโทษให้กับจำเลยก็เป็นการแก้ไขมากและเป็นการเปลี่ยนโทษ ซึ่งจำเลยจะต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงสมควรให้ศาลฎีกาวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้

พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,47,48,73,74 ทวิ,74 จัตวา,75 ฯลฯ ลงโทษฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ฯ จำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาทฐานแปรรูปไม้สักซึ่งเป็นโทษหนัก จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท และฐานมีไม้สักแปรรูปฯ จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท เรียงกระทงลงโทษรวมเป็นจำคุก 3 ปี ปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาทพิเคราะห์ตามรายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติแล้ว โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษไม่ปรับนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 42)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 มาตรา 12 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56832)

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกา ของ โจทก์ร่วมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งหกมีความผิดต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57081)

ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ทั้งสามฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ไม่รับฎีกาโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เห็นว่า ฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57699)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเล็กน้อยจากรอการลงโทษเป็นไม่รอการลงโทษ โดยยังคงจำคุก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60032)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับเนื่องจากต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขแล้วจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย1…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้