Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57081)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ทั้งสามฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ไม่รับฎีกาโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสามเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสามด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 129)คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนที่สองและที่สามว่า โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เรียงตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 จำคุก 9 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กระทงละ 2 เดือน รวม 5 กระทงจำคุก 10 เดือน ไม่รอการลงโทษให้จำเลย และไม่ปรับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 127)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 9 เดือนปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำผิด 5 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 10 เดือน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำเลยใหม่เป็นการไม่ชอบ ขอให้ศาลฎีกา ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 9 เดือน ปรับ 3,000 บาท โดยไม่รอ การลงโทษ เห็นว่าฎีกาโจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการ กำหนดโทษของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกา เห็นพ้องด้วยให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2949 - 2951/2535นายเขียด คงสะบายโจทก์นางแอ๊ด คงสะบายจำเลยนายเขียด คงสะบาย ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสาวกุหลาบ คงสะบาย ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนางสาวบุญเกิด คงสะบาย ที่ 3 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219, ม. 224ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ไม่รับฎีกาโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสามเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสามด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 129)คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนที่สองและที่สามว่า โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เรียงตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 จำคุก 9 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กระทงละ 2 เดือน

รวม 5 กระทงจำคุก 10 เดือน ไม่รอการลงโทษให้จำเลย และไม่ปรับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 127)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 9 เดือนปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำผิด 5 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 10 เดือน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำเลยใหม่เป็นการไม่ชอบ ขอให้ศาลฎีกา ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 9 เดือน ปรับ 3,000 บาท โดยไม่รอ การลงโทษ เห็นว่าฎีกาโจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการ กำหนดโทษของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกา เห็นพ้องด้วยให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56832)

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกา ของ โจทก์ร่วมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งหกมีความผิดต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57247)

ความว่า จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ไม่รอการลงโทษ ซึ่งเป็นการแก้ไขมากแต่ศาลอุทธรณ์มิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงต้องห้ามฎีกาใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57699)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเล็กน้อยจากรอการลงโทษเป็นไม่รอการลงโทษ โดยยังคงจำคุก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59961)

ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าแม้ฎีกาข้อ 2.1 จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระต้องห้ามตามประมว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้