Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57592)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยทุกข้อล้วนแต่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เรื่องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือเป็นคนนั่งซ้อนท้าย ซึ่งการรับฟังพยานดังกล่าวว่าน่าเชื่อหรือไม่นั้นย่อมเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าบัตรตรวจโรคของโรงพยาบาลตรัง กระทรวงสาธารณสุขเอกสารหมาย ล.1, ล.2 ซึ่งระบุว่าผู้ตายเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์บรรทุกเล็ก โดยมีจำเลยเป็นผู้ซ้อนท้ายเป็นเอกสารราชการหรือเอกสารมหาชนหรือไม่ หากศาลฟังว่าเป็นเอกสารมหาชนแล้วศาลก็ต้องรับฟังว่าข้อความในเอกสารถูกต้องแท้จริง การที่ศาลไม่รับฟังว่าถูกต้องแท้จริงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย มิใช่หน้าที่จำเลย และศาลจะรับฟังพยานบอกเล่ามาลงโทษจำเลยไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 65)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 18 ปี รู้รับผิดชอบดีแล้วไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับฐานขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อันเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,90 ให้ลงโทษจำเลยโดยลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสามแล้วจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 64)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 65)คำสั่งคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ฎีกาข้อกฎหมายดังจำเลยกล่าวในคำร้องไม่ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 946/2533พนักงานอัยการจังหวัดตรังโจทก์นายธนากร สถาพรจิตรกุลจำเลยนายธนากร สถาพรจิตรกุล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยทุกข้อล้วนแต่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เรื่องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือเป็นคนนั่งซ้อนท้าย ซึ่งการรับฟังพยานดังกล่าวว่าน่าเชื่อหรือไม่นั้นย่อมเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าบัตรตรวจโรคของโรงพยาบาลตรัง กระทรวงสาธารณสุขเอกสารหมาย ล.1, ล.2 ซึ่งระบุว่าผู้ตายเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์บรรทุกเล็ก โดยมีจำเลยเป็นผู้ซ้อนท้ายเป็นเอกสารราชการหรือเอกสารมหาชนหรือไม่

หากศาลฟังว่าเป็นเอกสารมหาชนแล้วศาลก็ต้องรับฟังว่าข้อความในเอกสารถูกต้องแท้จริง การที่ศาลไม่รับฟังว่าถูกต้องแท้จริงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย มิใช่หน้าที่จำเลย และศาลจะรับฟังพยานบอกเล่ามาลงโทษจำเลยไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 65)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 18 ปี รู้รับผิดชอบดีแล้วไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับฐานขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อันเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,90 ให้ลงโทษจำเลยโดยลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสามแล้วจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 64)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 65)คำสั่งคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ฎีกาข้อกฎหมายดังจำเลยกล่าวในคำร้องไม่ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · มนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6727/2550

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายและไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยอาจอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ แต่ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยทราบอันเป็นกระบวนพิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57067)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61439)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยตามข้อ2.1(1)-(4) ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาข้อ 2.2แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้ยกขึ้นมาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้