Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกาและสั่งให้ส่งสำเนาให้อีกฝ่ายภายใน 15 วัน เพื่อแก้ฎีกา แต่คู่ความฝ่ายที่ยื่นฎีกาซึ่งทราบคำสั่งศาลนั้นแล้วเพิกเฉยไม่นำส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่อีกฝ่ายภายในเวลาตามที่ศาลกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นนี้ ต้องถือว่าคู่ความฝ่ายที่ยื่นฎีกานั้นทิ้งฎีกาที่ศาลชั้นต้นสั่งรับไว้เสียแล้ว ย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นฎีกานั้นเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฎีกาเลย ศาลฎีกาย่อมสั่งจำหน่ายคดี หมายเหตุ เมื่อโจทก์ทิ้งฎีกา (ทิ้งฟ้อง) ศาลไม่มีอำนาจคืนค่าขึ้นศาล (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8 / 2502)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๖ ธ.ค. ๒๕๐๐ คัดค้านการเลือกผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนคร ซึ่งประกาศผลเมื่อวันที่ ๑๖ ธ.ค. ๒๕๐๐ โดยอ้างว่าก่อนเลือกตั้ง พล.อ.เภา บริภัณฑ์ ยุทธกิจและผู้มีชื่อได้ให้กระดาษชับกับไม่บรรทัดแก่ผู้เลือกตั้งโดยเจตนาจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกให้แก่คน ขอให้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ศาลแพ่งตรวจคำร้องเห็นว่า การที่ผู้ร้องไม่ยอมลงลายมือชื่อท้ายหมายเหตุในแบบพิมพ์คำร้องซึ่งมีข้อความว่า "ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว" นั้น มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามระเบียบของศาล จึงสั่งให้คืนคำร้องให้ผู้ร้องไปปฏิบัติการให้ครบถ้วนเสียก่อนแล้ว ให้นำมายื่นใหม่ภายใน ๑๕.๐๐ น. วันนั้น มิฉะนั้นจะไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ผู้ร้องทราบคำสั่งแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตาม ศาลแพ่งจึงไม่รับคำร้องไว้พิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลแพ่ง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจประการใดในคดีนี้ ตาม พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๔๙๙ ม.๖๐,๖๑ แต่ศาลแพ่งสั่งรับเป็นอุทธรณ์แล้ว จึงต้องพิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลอุทรณ์มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ร้อง ศาลแพ่งสั่งรับเป็นฎีกาและให้ส่งสำเนาฎีกาให้ผู้คัดค้าน กับผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร เพื่อแก้ฎีกาภายใน ๑๕ วัน ผู้ร้องได้ทราบคำสั่งของศาลแพ่งที่สั่งรับฎีกาตั้งแต่วันที่ ๕ ส.ค. ๒๕๐๑ และศาลแพ่งส่งหมายนัดกับสำเนาฎีกาไปยังกองหมายเมื่อวันที่ ๖ ส.ค. ๒๕๐๑ เพื่อให้ผู้ร้องนำไปส่งแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครและทนายของพลเอกเภา แต่ผู้ร้องเพิกเฉย ไม่มานำเจ้าหน้าที่กองหมายจนล่วงเลย ๑๕ วันไปแล้ว โดยมิได้แจ้งให้ทราบเหตุแห่งการเพิกเฉย แต่ประการใด กองหมายถึงรายงานมายังศาลแพ่งเมื่อวันที่ ๒๒ ส.ค. ๒๕๐๑ ศาลแพ่งส่งสำนวนมายังศาลฎีกาเพื่อสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลแพ่งจะได้สั่งรับฎีกาของผู้ร้องไว้แล้วก็ดี แต่ผู้ร้องเพิกเฉย ไม่นำส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อแก้ฎีกาเช่นนี้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๔ ประกอบด้วย ม. ๒๔๖ และ ๒๔๗ ต้องถือว่าผู้ร้องทิ้งฎีกาที่ศาลแพ่งสั่งรับไว้นั้นเสียแล้ว ย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นฎีกานั้นเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฎีกาเลย (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๖) ศาลฎีกาจึงให้จำหน่ายคดี (เมื่อโจทก์ทิ้งฎีกา ศาลไม่มีอำนาจคืนค่าขึ้นศาล)

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
การุณย์ · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · วุฒิศักดิ์เนตินาท
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายประเทือง ชลายน
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประศาสน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 497/2534

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายใน 7 วัน โดยมีคำสั่งในวันที่ยื่นฎีกา เมื่อตอนท้ายฎีกาเหนือลายมือชื่อทนายจำเลยผู้ยื่นฎีกามีข้อความที่แสดงว่าผู้ยื่นฎีการอฟังคำสั่งอยู่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61418)

ความว่า เนื่องจากจำเลยได้นำเงินไปชำระหนี้ให้แก่โจทก์เรียบร้อยแล้ว โจทก์จึงขอถอนฟ้องฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน(อันดับ 135)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายปรีชาจำเลยที่2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4360/2531

การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำร้อง ของ โจทก์ที่ขอให้ศาลฎีกาไต่สวนถึงเหตุที่โจทก์มิได้จงใจไม่นำส่งสำเนาฎีกาและเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลฎีกาแล้วสั่งยกคำร้องนั้น หากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้อง โจทก์ก็ชอบที่จะใช้ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2561

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า รับเป็นฎีกาของจำเลยที่ 1 สำเนาให้ผู้สวมสิทธิแทนโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แก้ฎีกา ให้ผู้ร้องนำส่งภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา ในวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 630926)

คดีนี้ศาลฎีกาสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นเรียกคู่ความทั้งสองฝ่ายมาสอบถามราคาทรัพย์ทั้งหมดตามพินัยกรรมและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลทั้ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้