Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรมไปรษีย์โทรเลขต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องในการฝังสายโทรศัพท์ของกรมนั้น การกำหนดค่าเสียหายโดยวิธีตั้งคนกลางเป็นผู้กำหนดตาม ม.16 นั้น เป็นเพียงวิธีหนึ่งที่กฎหมายว่าไว้เท่านั้น การที่คู่พิพาทนำคดีขึ้นสู่ศาล เรียกร้องค่าเสียหายเช่นนี้หาเป็นการขัดต่อมาตราที่กล่าวข้างต้นนั้นไม่ (หมายเหตุ นอกจากกำหนดตาม ม.16 เขาอาจทำความตกลงกันโดยวิธีอื่นอีกได้ ไม่มีอะไรห้าม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าระวางเดือนเมษายน พ.ศ. 2476 จำเลยได้ขุดดินฝังสายโทรศัพย์รุกล้ำที่ดินของโจทก์เข้าไปจนถึงรากฐานด้านหน้าตึกของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียหายจริง จึงพิพากษาว่า 1.ให้จำเลยย้ายสายโทรศัพท์ไปให้พ้นเขตต์กำแพงตึกโจทก์ตามแผนที่และจัดทำที่ดินให้เรียบร้อย 2.ให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน 200 บาทพร้อมด้วยค่าธรรมเนียมและค่าทนาย ในระวางอุทธรณ์ได้มีพ.ร.บ.โทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ.2477 ออกใหม่ให้ใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาและพ.ร.บ.ฉะบับนี้กระทบถึงคดีเรื่องนี้อยู่ 2 ประการคือ 1.ในมาตรา 14-15-16 ความว่า กรมไปรษณีย์โทรเลขมีอำนาจซึ่งสายโทรศัพท์ไปใต้ เหนือ บนอสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ได้แต่กรมไปรษณีย์โทรเลขต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลผู้ได้รับความเสียหาย 2.มาตรา19 ความว่า บรรดาสายโทรศัพท์ที่มีอยู่ บน ใต้ เหนือทรัพย์สินใดๆ ก่อนใช้ พ.ร.บ.นี้ ให้ถือว่าได้ขึงหรือจัดตั้งขึ้นโดยอำนาจและถูกต้องตามพ.ร.บ.ฉะบับนั้นทุกประการ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลแพ่ง ว่าการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย แต่โดยพ.ร.บ.ฉะบับข้างต้น

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉะเพาะในข้อที่บังคับจำเลยให้ย้ายสายโทรศัพท์และจัดทำที่ดินของโจทก์ให้เรียบร้อยตามสภาพเดิมนั้นเสียนอกนี้พิพากษายืน จำเลยฎีกาต่อมา ความว่าโจทก์ไม่ได้เสียหายเป็นชิ้นเป็นอัน และความเสียหายเช่นนี้จำเลยไม่ควรใช้โดยขัดต่อ ม.14 แห่งพ.ร.บ.โทรเลขโทรศัพท์ พ.ศ.2477 และการทีศาลกำหนดค่าเสียหายก็เป็นการขัดต่อมาตรา 16 ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้ตามข้อเท็จจริงเห็นได้ว่าโจทก์เสียหายไปจริงฉะนั้นค่าสินไหม 200 บาท ที่ศาลล่างกำหนดมานั้นเป็นการสมควร ส่วนการกำหนดค่าเสียหายตามมาตรา 16 นั้นเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่คดีนี้คู่พิพาทได้นำคดีเข้าสู่ศาลเรียกร้องค่าเสียหายแล้ว จึงหาขัดต่อมาตรา 16 ไม่ จึงให้ยกฎีกาเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 90/2483

ผู้ตายและผู้รับมฤดกต่างนั้นถือศาสนาอิสสลามและอยู่ในบริเวณ 7 หัวเมืองนั้นต้องแย่งมฤดกตามกฎหมายอิสสลาม ไม่ว่าทรัพย์จะอยู่นอกจังหวัดนั้นหรือไม่ สารตราที่ออกโดยพระบรมราชกิจจานุเบกษาก็ต้องถือว่ามีผลใช้บังค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2483

ในคดีฟ้องหย่าและขอแบ่งทรัพย์หรือขอเป็นผู้จัดการทรัพย์นั้นเมื่อโจทก์ตายในระหว่าง ฎีกาคดีก็เป็นระงับไป ศาลฎีกาต้องสั่งจำหน่ายคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2479

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ขอให้ลงโทษฐานนั้นพิจารณาได้ความว่าจำเลย+รับของโจรลงโทษจำเลยมิได้ ในคดีที่มีจำเลยหลายคน ถึงแม้จำเลยคนใดคนหนึ่งจะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาก็ดี ถ้าเป็นเหตุในลักษณคดีแล้วศาลฎีกาก็พิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 107/2479

พะยาน คำซัดชั้นไต่สวน คำของจำเลยที่ให้การในชั้นไต่สวนซัดทอดถึงจำเลยอื่น ๆ ด้วยกันนั้น ใช้ฟังเป็นพะยานหลักฐานยันแก่จำเลยเหล่านั้นไม่ได้ คำของผู้ไปกระทำผิดคำของผู้ไปกระทำผิดด้วยกันแต่ไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2479

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 321 แลในฟ้องตอนหนึ่งกล่าวว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแต่ก่อนขอให้ศาลเพิ่มโทษจำเลยด้วย แต่คำขอท้ายฟ้องมิได้อ้างมาตรา 72 ขึ้นมา แลจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้การรับสารภาพว่าได้กระ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้