Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ ฟ้องอ้างว่าโจทก์ได้ให้ที่ดินแก่จำเลยไปแล้วโจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาให้ ดังนี้ ความประสงค์ก็คือเอากรรมสิทธิ์ ซึ่งโจทก์ว่าได้โอนไปให้ แล้วกลับคืนมานั่นเอง ดังจะเห็นได้จากคำขอที่ให้ถอนชื่อจำเลยออกเสียจากโฉนด คงชื่อไว้แต่โจทก์ผู้เดียวนั้น เป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืนและเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากัน โจทก์ได้ทำสัญญาที่หอทะเบียน ให้ที่ดินอันเป็นทรัพย์เดิมของโจทก์ให้แก่จำเลยโดยลงชื่อจำเลยในโฉนดร่วมกับโจทก์ด้วยอีกชื่อหนึ่ง จำเลยทำการเป็นปรปักษ์ต่อกรณีเป็นภริยาโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์ประสงค์จะเพิกถอนล้างสัญญานั้น และได้บอกล้างสัญญานั้นไปยังจำเลย ให้จำเลยส่งโฉนดคืนมาให้โจทก์พร้อมทั้งเซ็นใบมอบฉันทะ เพื่อโจทก์จะนำไปทำการยกเลิกจำเลยเพิกเฉยเสีย จึงขอให้ศาลเพิกถอนฆ่าหนังสือสัญญาระหว่างโจทก์จำเลย และเรียกโฉนดและสัญญาจากจำเลย และมีคำสั่งให้หอทะเบียนขีดฆ่าหนังสือสัญญาและถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดและคืนให้โจทก์ศาลชั้นต้นสั่งว่า การฟ้องเช่นนี้เป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืน เป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้โจทก์ตีราคาที่ดินมาภายใน 3 วัน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา จึงไม่รับอุทธรณ์ ครบ 3 วันโจทก์ไม่ตีราคาที่ดิน ศาลชั้นต้นจึงสั่งไม่รับคำฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่โจทก์ขอให้ถอนชื่อจำเลยออก ก็คือให้เพิกถอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของจำเลย เท่ากับเป็นการเรียกร้องเอาที่ดินคืน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การเรียกโฉนดคืนก็ดี ขอแก้ชื่อในโฉนดซึ่งผิดก็ดี อาจจะไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงกรรมสิทธิ์ชนิดที่เรียกว่า เรียกที่ดินคืนก็ได้ แต่โดยผู้ที่ยึดโฉนดไว้ก็ดีผู้มีชื่อในโฉนดผิดก็ดี อาจไม่ใช่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่แปลงนั้นคดีนี้โจทก์ว่าโจทก์ได้ให้ที่ดินแก่จำเลยไปแล้ว แม้โจทก์จะกล่าวว่าขอให้เพิกถอนสัญญาให้แต่คราวก่อน แต่ความประสงค์ก็คือ เอากรรมสิทธิ์ซึ่งโจทก์ว่าได้โอนไปให้แล้ว กลับคืนมานั่นเอง ดังจะเห็นได้จากคำขอที่ให้ถอนชื่อจำเลยออกเสียจากโฉนด คงชื่อไว้แต่โจทก์ผู้เดียวจึงเป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืน เป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์ อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2492

โจทก์ฟ้องอ้างว่ากรรมสิทธิในที่ดินเป็นของโจทก์ ขอให้เปลี่ยนชื่อในโฉนดโดยถอนชื่อจำเลย ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นตัวแทนออก ใส่ชื่อโจทก์แทน ดังนี้ ไม่ใช่เป็นการเรียกกรรมสิทธิคืน คำฟ้องจึงยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2528

การขออนุญาตยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคแรกแล้ว จำเลยที่ 2 จึงขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2515

จำเลยซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า การขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจ ไม่มีเหตุควรอนุญาตให้ยื่นคำให้การ ให้ยกคำร้อง คำสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2510

ในกรณีร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 นั้นถ้าบุคคลภายนอกมีคำขอสอดเข้ามาในคดีเพื่อเป็นคู่ความร่วมกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ร่วมกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จะต้องแสดงเหตุที่จะขอเข้ามาในคดี คำขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2492

การที่ศาลล่างสั่งว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนั้น เท่ากับสั่งไม่รับคำให้การจำเลย คดีจึงปรับเข้าอยู่ใน ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 228(3) ประกอบด้วยมาตรา 18 วรรค 3 ซึ่งเป็นข้อยกเว้น ให้จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้