คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้เดิมพนักงานสอบสวนฝากขังจำเลยไว้ต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 6 (ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์) นายประกันยื่นคำร้องขอปล่อยจำเลยชั่วคราว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน ถ้าผิดสัญญาประกันให้ปรับห้าหมื่นบาท นายประกันทำสัญญาประกันไว้ตามคำสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 6 (ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์) ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8), 357, 93(13)
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้อง แต่จำเลยไม่มาศาลตามนัด นายประกันขอผัดส่งตัวจำเลย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตและให้ปรับนายประกันตามสัญญาประกัน ให้นายประกันนำเงินจำนวนตามสัญญาประกันมาชำระภายใน 30 วันนายประกันอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์นายประกันอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีอยู่ในอำนาจศาลมณฑลทหารบกที่ 6 (ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์) ซึ่งเป็นศาลทหาร เมื่อศาลทหารสั่งอย่างไรแล้วย่อมอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจรับอุทธรณ์คำสั่งศาลทหารไว้พิจารณา ให้ยกคำร้องนายประกันฎีกาว่า นายประกันทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ การห้ามอุทธรณ์คำสั่งคำพิพากษาของศาลทหารไม่บังคับถึงนายประกันซึ่งเป็นบุคคลภายนอกศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ศาลมณฑลทหารบกที่ 6 (ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์)ออกหมายขังจำเลยไว้ระหว่างสอบสวน คำร้องของนายประกันขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวก็ดี สัญญาประกันก็ดี ระบุชื่อศาลว่า ศาลมณฑลทหารบกที่ 6 (ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์) แม้ลายมือชื่อที่ลงไว้ท้ายคำสั่งศาลต่อท้ายสัญญาประกันจะระบุว่า "ผู้พิพากษา" แต่ก็หมายถึงตุลาการศาลทหารนั่นเอง เห็นว่านายประกันทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 6 (ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์) การสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว สั่งสัญญาประกันและสั่งปรับนายประกันในคดีนี้ เป็นเรื่องของศาลมณฑลทหารบกที่ 6 (ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์) ทั้งสิ้น มิใช่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ในฐานะศาลพลเรือนเป็นผู้สั่ง ศาลอุทธรณ์เป็นศาลพลเรือน จึงไม่มีอำนาจที่จะรับอุทธรณ์ของนายประกันไว้พิจารณา
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องของนายประกัน ชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน