คำฟ้องและคำให้การ
คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 3 ตามลำดับ
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 288, 289 (4), 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 3 แก้ไขคำให้การเป็นรับสารภาพข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย แต่ยังคงให้การปฏิเสธข้อหามีและพาอาวุธปืนฯ กับข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ระหว่างพิจารณา นายจักรกฤษณ์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาล 150,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ 20,000 บาท ค่าเสียหายทางสภาพร่างกายและจิตใจ 70,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเอากระสุนปืนที่ฝังอยู่ในร่างกายออก 100,000 บาท รวมเป็นค่าสินไหมทดแทน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม จำเลยทั้งสามให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม
ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) (ที่ถูก ประกอบมาตรา 83) จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (ที่ถูก (ที่แก้ไขใหม่)) ข้อหาอื่นให้ยก ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง นางสาวยอดกมล โทรศัพท์ชักชวนโจทก์ร่วมไปดูภาพยนตร์ที่ห้างสรรพสินค้า โจทก์ร่วมขับรถยนต์ไปถึงห้างสรรพสินค้าดังกล่าวแล้วโทรศัพท์ติดต่อนางสาวยอดกมล นางสาวยอดกมลบอกให้โจทก์ร่วมขับรถยนต์ไปที่ตลาดนัดบาซ่าด้านหลังห้างสรรพสินค้า โจทก์ร่วมขับรถยนต์ไปพบนางสาวยอดกมลที่ขับรถจักรยานยนต์มีจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นน้องสาวของนางสาวยอดกมลนั่งซ้อนท้าย นางสาวยอดกมลบอกว่าจะไปส่งจำเลยที่ 1 ก่อน ให้โจทก์ร่วมขับรถยนต์ติดตามไป นางสาวยอดกมลขับรถจักรยานยนต์ไปจอดริมถนนในซอยนารถมนตเสวี 30/10 ฝั่งตรงข้ามสวนท่านนารถซึ่งเป็นสวนสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี
โจทก์ร่วมจอดรถยนต์ต่อท้ายรถจักรยานยนต์ของนางสาวยอดกมล จำเลยที่ 1 อยู่ที่รถจักรยานยนต์ของนางสาวยอดกมล ส่วนจำเลยที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์มีนายศุภชัยหรือเดี่ยว นั่งซ้อนท้ายไปจอดต่อท้ายรถยนต์ของโจทก์ร่วม แล้วจำเลยที่ 3 รออยู่ที่รถจักรยานยนต์ ส่วนนายพลวัต นายศุภชัย และนายภูวรินทร์ เข้าไปใช้วัตถุของแข็งทุบรถยนต์ของโจทก์ร่วม โดยนายภูวรินทร์ใช้อาวุธปืนปากกาทุบรถยนต์ ของโจทก์ร่วมเป็นเหตุให้กระสุนปืนลั่นถูกนายภูวรินทร์ถึงแก่ความตาย ส่วนนายพลวัตถืออาวุธปืนจ่อยิงที่กระจกรถด้านขวา กระสุนปืนถูกที่ไหล่ขวาของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมขับรถยนต์หลบหนี โจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลกระดูกไหล่ขวาหัก กระสุนฝังใน แพทย์ผ่าตัดกระสุนปืนที่ฝังในออกและลงความเห็นว่าใช้เวลารักษา 3 เดือน
อาจจะแทรกซ้อนได้ เป็นอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน และจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน และข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่มีความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย โดยไม่มีเหตุสมควร และโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้อง และจำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดตามฟ้อง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทำความผิดฐานร่วมกันทำร้ายจนเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมรับอันตรายสาหัสตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่
เห็นว่า โจทก์และโจทก์ร่วมมีพันตำรวจโทวุฒินันท์ พนักงานสอบสวนเป็นพยานเบิกความว่า พยานแจ้งข้อหาแก่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ว่า ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ระบุว่า พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิและดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 มาตรา 134/3 และมาตรา 134/4 แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 3 เต็มใจให้การ โดยไม่ปรากฏว่า พนักงานสอบสวนทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ เพื่อจูงใจให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การอย่างใด ๆ ในเรื่องที่ต้องหานั้น เมื่อพิจารณาตามสภาพ ลักษณะ