Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 769/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจำนองเป็นการทำหนังสือจดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตราทรัพย์สินของตนไว้เป็นประกันการชำระหนี้สาระสำคัญแห่งการจำนองจึงอยู่ที่ข้อความในหนังสือสัญญาจำนองที่จดทะเบียนไว้สิ่งที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงก็คือ สัญญาจำนองที่ได้จดทะเบียนไว้นั้นเมื่อสัญญาจำนองระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า จำเลยจำนองที่ดินเต็มทั้งโฉนด และสิ่งปลูกสร้างจำนองด้วยทั้งสิ้นจำเลยจะนำสืบว่าได้ตกลงจำนองกันเพียงที่ดินและห้องแถวเพียง16 ห้องในจำนวน 22 ห้องที่มีอยู่ในเวลาทำสัญญานั้นหาได้ไม่ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 แม้เอกสารสัญญาก้ที่ลูกหนี้ได้ทำไว้กับโจทก์ก่อนหน้าที่จำเลยทำสัญญาจำนองจะได้กล่าวถึงตึกแถวว่าจำนวน 16 คูหาก็ดี ก็เป็นความตกลงคนละเรื่องคนละรายกับสัญญาจำนองรายนี้ แม้ในสัญญาจำนองจะได้กล่าวไว้ว่า ข้อสัญญาอื่นๆเป็นไปตามสัญญากู้ที่ลูกหนี้ทำไว้กับโจทก์และตามสัญญากู้กล่าวว่าจำนอง 16 ห้องแต่เมื่อสัญญาจำนองระบุไว้ชัดเจนแล้วว่าจำนองที่ดินทั้งโฉนดพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างด้วยทั้งสิ้น (22 ห้อง) ข้อที่ว่าจะจำนองสิ่งปลูกสร้างมากน้อยเพียงใดจึงไม่ใช่ข้อสัญญาอื่นๆนอกสัญญาจำนองดังนั้นจะตีความว่าจำนองเพียง 16 ห้องตามที่กล่าวในสัญญากู้หาได้ไม่ แม้จะถือว่ากรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ได้ยินยอมให้จำเลยชักถอนทรัพย์จำนองบางส่วนออกไปเมื่อยังมิได้จัดการแก้ทะเบียนที่ได้ตราไว้ก็ไม่กระทบกระเทือนสัญญาจำนองที่มีอยู่ ธนาคารอุตสาหกรรมร้องขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนองของผู้จำนองหลายรายซึ่งตราไว้เป็นประกันหนี้รายเดียวกัน ในวงเงินต่างๆ กันผู้จำนองร่วมกันทำคำแถลงต่อสู้คดีโดยขอให้ศาลยกคำร้องดังกล่าวนั้น เป็นการดำเนินคดีร่วมกัน มิได้เสนอต่อศาลขอแบ่งแยกพิพาทเรียงรายตัวบุคคลดังนั้น เมื่อผู้จำนองแพ้คดีศาลย่อมพิพากษาให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนฝ่ายที่ชนะคดีได้ ไม่จำต้องแบ่งส่วนตามจำนวนเงินที่แต่ละคนจำนอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์เป็นธนาคารอุตสาหกรรมตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารอุตสาหกรรม พ.ศ. 2495 บริษัทภิญญาวัฒน์จำกัด (จำเลยที่ 1) ลูกหนี้ได้กู้เงินจากโจทก์ไป 3,500,000 บาท โดยให้หลักทรัพย์ตามบัญชีรายละเอียดเป็นประกัน ในการกู้เงินนี้ มีผู้นำทรัพย์มาจำนองเป็นประกัน 7 รายการ (ผู้จำนองคือจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7) โดยประกันเงินจำนวนต่าง ๆ กัน บัดนี้จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ได้ทวงหนี้และบอกกล่าวบังคับจำนองให้ลูกหนี้และผู้จำนองทราบแล้วก็ไม่ปฏิบัติตาม รวมต้นเงินและดอกเบี้ยค้าง 3,925,495 บาท ตาม มาตรา 32แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอุตสาหกรรม พ.ศ. 2495 ธนาคารมีสิทธิที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลเพื่อขายทอดตลาดทรัพย์ ที่ได้จำนำจำนองหรือมอบให้โดยประการอื่นเพื่อเป็นประกันเงินกู้

ขอให้ศาลสั่งไต่สวนและขายทอดตลาดทรัพย์เอาเงินชำระหนี้โจทก์จำเลยที่ 1 ผู้เป็นลูกหนี้และจำเลยนอกนั้นซึ่งเป็นผู้จำนองยื่นคำแถลงคัดค้านขอให้ยกคำร้องโดยอ้างเหตุหลายประการ ศาลชั้นต้นให้ดำเนินคดีอย่างมีข้อพิพาท และให้เรียกผู้ร้องว่าโจทก์ เรียกผู้แถลงคัดค้านว่าจำเลยคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาเฉพาะการจำนองของนายชัยรัตน์ ภิญญาวัฒน์จำเลยที่ 2 โดยจำเลยนี้ต่อสู้ว่าที่ดินโฉนดที่ 2151 ซึ่งมีตึกแถวปลูกอยู่ 22 ห้องนั้น จำเลยจำนองเพียง 16 ห้องเท่านั้น อีก 6 ห้องมิได้จำนองด้วยศาลแพ่งฟังว่า การจำนองรวมถึงตึกแถวทั้ง 22 ห้อง จึงพิพากษาว่า โดยเฉพาะโฉนดที่ 2151 การขายทอดตลาดให้ขายทั้งแปลงและตึกแถว 22 คูหาจำเลยที่ 2 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาพิเคราะห์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 และ714 แล้ววินิจฉัยว่าสัญญาจำนองเป็นการทำหนังสือจดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตราทรัพย์สินของตนไว้เป็นประกันการชำระหนี้ฉะนั้น สาระสำคัญแห่งการจำนองจึงอยู่ที่ข้อความในหนังสือสัญญาจำนองที่จดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น สิ่งที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ก็คือสัญญาจำนองที่ได้จดทะเบียนไว้จำเลยที่ 2 ได้ตกลงโดยระบุไว้ในสัญญาจำนองโดยชัดเจนแล้วว่าจำนองที่ดินเต็มทั้งโฉนด 2151 นั้นและสิ่งปลูกสร้างจำนองด้วยทั้งสิ้น ดังนี้ จำเลยจะนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารนั้นไปในทำนองที่ว่าได้ตกลงจำนองกันเพียงที่ดินและห้องแถวเพียง 16 ห้องในจำนวน 22 ห้องที่มีอยู่ในเวลาทำสัญญาจำนองหาได้ไม่ เป็นการต้องห้ามมิให้ศาลรับฟังตามมาตรา 94 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

แม้เอกสารสัญญากู้ที่บริษัทภิญญาวัฒน์ จำกัดทำไว้กับโจทก์ก่อนหน้าที่จำเลยที่ 2 ทำสัญญาจำนองจะได้กล่าวถึงตึกแถวว่าจำนวน 16 คูหา ก็ดี ก็เป็นความตกลงคนละเรื่องคนละรายกับสัญญาจำนองรายนี้ ข้อที่จำเลยที่ 2 โต้แย้งว่า ในสัญญาจำนองได้กล่าวไว้ว่า"ข้อสัญญาอื่น ๆ เป็นไปตามสัญญากู้เงิน ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2496 ต่อท้าย" จะต้องตีความว่าจำนองเพียง 16 ห้องตามสัญญากู้เงินที่จำเลยที่ 1 ผู้กู้ทำไว้กับโจทก์) นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จะตีความเช่นนั้นไม่ได้เพราะในสัญญาจำนองระบุไว้ชัดเจนแล้วว่าจำนองที่ดินทั้งโฉนดพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างจำนองด้วยทั้งสิ้น ข้อที่ว่าจะจำนองสิ่งปลูกสร้างมากน้อยเพียงใดจึงไม่ใช่ข้อสัญญาอื่น ๆ นอกสัญญาจำนองข้อที่จำเลยที่ 3 นำสืบว่าจำเลยเคยขอโฉนดจากโจทก์ไปแบ่งแยกตึกแถว 6 ห้องพร้อมด้วยที่ดินออกจากโฉนดที่จำนอง นายสง่า กรรมการผู้จัดการของโจทก์ได้ตอบรับไม่ขัดข้อง นั้น ข้อนี้เห็นว่าไม่เป็นข้อที่จะนำมาสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารการจำนองให้เป็นการจำนองเพียง 16 ห้องได้ ดังนัยดังกล่าวแล้ว จะถือได้อย่างมากเพียงว่ากรรมการผู้จัดการได้ยินยอมให้จำเลยซักถอนทรัพย์สินที่จำนองไว้ในบางส่วนออกไป ซึ่งเมื่อยังมิได้จัดการแก้ทะเบียนจึงไม่กระทบกระเทือนสัญญาจำนองที่มีอยู่ได้ที่จำเลยที่ 2 โต้แย้งในเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าทนาย 40,000 บาท(ที่ศาลชั้นต้น) ให้จำเลยอื่น

ๆ (นอกจากบริษัทศาลาเฉลิมธนจำกัด) เป็นผู้ใช้แทนโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 จะขอให้ศาลแบ่งส่วนตามจำนวนเงินในทรัพย์สินที่จำนองนั้น เห็นว่า จำเลยทั้ง 6 คนได้ร่วมกันทำคำแถลงต่อสู้คดีโจทก์ โดยขอให้ศาลยกคำร้องของโจทก์ เป็นการดำเนินคดีร่วมกันมิได้เสนอต่อศาลขอแยกพิพาทเรียงรายตัวบุคคลอย่างใดเลยศาลแพ่งพิพากษาให้ร่วมกันรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายจึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี · เสนอ บุณยเกียรติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2545

การที่ลูกหนี้ซื้อที่ดินบางส่วนจากบริษัท อ. ในขณะที่ที่ดินดังกล่าวได้จดทะเบียนจำนองประกันหนี้ที่บริษัท อ. และ/หรือบริษัท ส. มีต่อธนาคาร ม. จึงเป็นการซื้อขายที่ดินโดยติดจำนองมาด้วย ซึ่งสิทธิจำนองเป็นทรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4436/2545

การที่จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทไว้แก่โจทก์นั้น แท้จริงแล้วเป็นการจำนองประกันหนี้ที่จำเลยมีต่อ ล. โจทก์ผู้รับจำนองจึงมิได้เป็นเจ้าหนี้ในมูลหนี้ที่จำเลยจำนองที่ดินเป็นประกัน สัญญาจำนองจึงไม่มีมูลหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2286/2538

สัญญาจะจำนองไม่มีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่เหมือนสัญญาจะซื้อขายทรัพย์สินสัญญาจะแลกเปลี่ยนและคำมั่นจะให้ตามมาตรา456วรรคสอง,519,526การที่จำเลยมอบโฉนดที่ดินพร้อมใบมอบอำนาจและเอกสารอื่นให้โจทก์เพื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6315/2538

สัญญากู้และสัญญาจำนองประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่งและมาตรา 714 บังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ จึงเป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง เมื่อโจทก์มีสัญญากู้และสัญญาจำนองมาแสดง จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1832/2537

จำเลยที่ 3 มอบอำนาจให้ ช. จำนองที่ดินกับโจทก์ โดยระบุในหนังสือมอบอำนาจและสัญญาจำนองว่าเพื่อประกันหนี้ที่โจทก์ออกหนังสือค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อกรุงเทพมหานคร จำนวนเงิน117,000 บาท จึงเป็นการจำนองเพื่อประ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้