Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 769/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีแรงงานนั้นศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงใดหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับคำให้การของจำเลยด้วยว่า จำเลยให้การต่อสู้อย่างไร หากจำเลยให้การเป็นหนังสือก็ต้องนำ ป.วิ.พ. มาบังคับใช้โดยอนุโลม หามีบทบัญญัติใดให้สิทธิแก่จำเลยที่จะนำสืบพยานนอกเหนือข้อต่อสู้ในคำให้การของจำเลยไม่ เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ่ายเงินเดือนให้โจทก์ไม่ครบจำเลยให้การต่อสู้ว่าไม่เคยจ่ายเงินเดือนไม่ครบตามโจทก์อ้างดังนี้การที่จำเลยนำสืบข้อเท็จจริงว่าจำเลยจ่ายเงินเดือนให้โจทก์ไม่ครบเพราะโจทก์ทุกคนสมัครใจให้จำเลยหักเงินเพื่อบริจาคแก่นักเรียนนั้น จึงเป็นการนำสืบข้อเท็จจริงนอกประเด็นข้อพิพาท.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 166 ป.วิ.พ. มาตรา 177 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 39

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จำเลยมีกิจการโรงเรียน คือ โรงเรียนวรดิตถ์วิทยาประสูทน์ โจทก์ทั้งห้าเป็นลูกจ้างของจำเลยโดยเป็นครูสอนนักเรียน จำเลยว่าจ้างโจทก์ทั้งห้าเข้าทำงานโดยตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนตามวุฒิที่สำเร็จการศึกษามา ค่าจ้างสอนให้โจทก์ทั้งห้าไม่ครบ จำเลยได้หักเงินเดือนของโจทก์ทั้งห้าในส่วนที่จ่ายขาดไปดังกล่าวไว้โดยไม่ชอบและไม่มีมูลที่จะอ้างตามกฎหมายได้ ขอให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน81,135.20 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 75,033.10 บาท โจทก์ที่ 3 ที่ 4เป็นเงินคนละ 42,080 บาท โจทก์ที่ 5 เป็นเงิน 16,065.20 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยจ่ายเงินเดือนไม่ครบตามที่โจทก์ทั้งห้ากล่าวอ้าง หลักฐานการรับเงินจะได้เสนอในชั้นพิจารณาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าจ้างโจทก์แต่ละคนตามเอกสารท้ายฟ้องจริง

จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่ามิได้จ่ายเงินเดือนไม่ครบตามที่โจทก์กล่าวอ้างจึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะหยิบยกเหตุผลอื่นขึ้นปฏิเสธความรับผิดต่อไป พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ทุกคนตามฟ้องจริง ส่วนประเด็นอายุความนั้นกรณีนี้เป็นการเรียกเอาเงินค่างจ่ายคือ เงินเดือนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 ซึ่งมีอายุความ 5 ปี โจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงมีสิทธิเรียกเงินเดือนที่ค้างจ่ายย้อนหลังนับแต่วันฟ้องเป็นเวลา 5 ปี เท่านั้น ส่วนเงินเดือนของโจทก์ที่ 3 ที่ 4ที่ 5 ค้างจ่ายมาไม่เกิน 5 ปี จึงมีสิทธิเรียกร้องได้เต็มตามฟ้องโจทก์ทั้งห้าคงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 23,092 บาท

โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 30,448 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 42,980 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 42,980 บาท โจทก์ที่ 5 เป็นเงิน 16,065.20 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "อุทธรณ์ข้อแรกของจำเลยที่ว่า ศาลแรงงานกลางไม่ยอมรับฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์ยินยอมรับค่าจ้างต่ำกว่าวุฒิ โดยยอมให้ทางโรงเรียนนำค่าจ้างที่หักไว้ไปใช้จ่ายในกิจการของโรงเรียน โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างที่จำเลยหักไว้ โดยอ้างเหตุที่ไม่รับฟังว่าเพราะจำเลยให้การต่อสู้คดีเพียงว่าไม่ได้จ่ายเงินเดือนไม่ครบตามที่โจทก์กล่าวอ้างหาได้ต่อสู้คดีตามที่นำสืบไม่ และไม่มีประเด็นที่จำเลยจะหยิบยกเหตุผลอื่นขึ้นปฏิเสธความรับผิดอีกต่อไป

เนื่องจากไม่ได้กล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงเหล่านั้นไว้ในคำให้การมาก่อน การไม่ยอมรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวของศาลแรงงานกลางเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความนั้น เห็นว่าศาลแรงงานกลางจะรับฟังข้อเท็จจริงใดหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับคำให้การของจำเลยด้วยว่าจำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้อย่างไร แม้การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานกลางได้มีพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522บัญญัติไว้โดยเฉพาะ แต่พระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 31 ก็บัญญัติให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติ นั้นโดยอนุโลม ในกรณีที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522 ไม่ได้บัญญัติไว้ ก็ต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมแม้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ไม่ได้บังคับว่าจำเลยจะต้องยื่นคำให้การ ในกรณีที่จำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 39วรรคหนึ่งบัญญัติให้ศาลบันทึกคำให้การของจำเลย และมาตรา 39 วรรคสองถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ ให้ศาลบันทึกไว้ ก็เป็นเพียงบทบัญญัติที่ใช้บังคับเมื่อจำเลยไม่ให้การเป็นหนังสือหรือไม่ยอมให้การเท่านั้นหาใช่เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่จำเลยที่จะนำสืบพยานนอกเหนือข้อต่อสู้ในคำให้การของจำเลยตามที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ คดีนี้จำเลยได้ให้การเป็นหนังสือจึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม กล่าวคือ จำเลยจะต้องให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งข้อเท็จจริงใดที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้อง ถ้าจำเลยจะปฏิเสธจะต้องให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้ง ปรากฏว่าโจทก์ทั้งห้าฟ้องว่าจำเลยจ่ายเงินเดือนค่าจ้างสอนให้โจทก์ไม่ครบ

จำเลยให้การว่าไม่เคยจ่ายเงินเดือนไม่ครบตามที่โจทก์ทั้งห้ากล่าวอ้าง จำเลยหาได้ให้การต่อสู้ไม่ว่าจำเลยจ่ายเงินเดือนให้โจทก์ไม่ครบเพราะโจทก์สมัครใจให้จำเลยหักเงินเป็นค่าบริจาคแก่นักเรียน ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยจ่ายเงินเดือนให้โจทก์ไม่ครบเพราะโจทก์ทุกคนสมัครใจให้จำเลยหักเงินเพื่อบริจาคแก่นักเรียนนั้น จึงเป็นการนำสืบข้อเท็จจริงนอกประเด็นข้อพิพาทศาลแรงงานกลางไม่รับฟังข้อเท็จจริงนี้ชอบแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2541

ใบสมัครงานของโจทก์ระบุชัดว่า โจทก์จะทำงานกับจำเลยอย่างน้อย 1 ปี และถ้าจะลาออกจะแจ้งให้จำเลยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ถ้าผิดสัญญาและ/หรือถูกจำเลยให้ออก ไล่ออกด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม โจทก์จะไม่รับเงินค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6191/2540

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า โจทก์ไม่เคยกระทำผิดที่ไหน เมื่อใด และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าวหาทั้งไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์เมื่อคำให้การจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6924/2538

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2536 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยกล่าวหาว่า โจทก์ไม่เชื่อฟังผู้บังคับบัญชาขาดงานเกิน 3 วันโดยไม่แจ้งลา ฯลฯ ซึ่งไม่เป็นความจริงจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2260/2537

นอกจากจำเลยจะอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่าโจทก์กระทำผิดวินัยโดยกระทำประมาทเลินเล่อจงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย จำเลยยังให้การว่าโจทก์ไม่มีความสามารถหรือประสบการณ์เพียงพอที่จะบริหารงาน ซึ่งศาลได้กำหนดประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2529

ทนายความที่จำเลยแต่งตั้งให้เข้ามาดำเนินคดีแทนมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62การที่ศาลแรงงานกลางสอบถามข้อเท็จจริงจากทนายจำเลยในวันนัดพิจา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้