Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8277/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อที่ดินพิพาทได้มีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเป็นเขตหวงห้ามสำหรับใช้ในราชการทหารพร้อมด้วยแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบแล้ว ทั้งต่อมากรมธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุด้วย ดังนั้น ย่อมถือว่าประชาชนทุกคนได้ทราบแล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินหวงห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปยึดถือครอบครอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยทั้งสองจะอ้างว่าไม่มีเจตนาเข้าไปยึดถือครอบครองในที่ดินพิพาทอันเป็นที่ห้วงห้ามได้ จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐตามฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร พ.ศ.2478 มาตรา 5 พ.ร.บ.ว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร พ.ศ.2478 มาตรา 7 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 108

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๓ , ๔ , ๕ , ๗ พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙ , ๑๐๘ , ๑๐๘ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๙๑ และสั่งให้จำเลยทั้งสองกับบริวารออกไปจากเขตปลอดภัยในราชการทหารที่จำเลยทั้งสองยึดถือครอบครอง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง แต่ให้จำเลยทั้งสองกับบริวารออกไปจากเขตปลอดภัยในราชการทหารที่จำเลยทั้งสองยึดถือครอบครอง

โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการเขต ๒ รักษาการในตำแหน่งอัยการพิเศษประจำเขต ๒ ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน แต่ให้ยกคำขอให้จำเลยทั้งสองกับบริวารออกไปจากเขตปลอดภัยในราชการทหารที่จำเลยทั้งสองยึดถือครอบครอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จากพยานหลักฐานของโจทก์แสดงให้เห็นชัดว่า ก่อนเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตที่ดินหวงห้ามของกองทัพเรือ จึงได้มีหนังสือลงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๒๘ ถึงผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบขออนุญาตประกอบการอุตสาหกรรมต่อเรือ ซ่อมเรือและตัดเรือในพื้นที่ตำบลแสมสาร เมื่อผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบไม่อนุญาตแล้ว จำเลยทั้งสองยังเข้าไปดำเนินการปรับไถที่ดินพิพาทบริเวณเชิงเขาเนิน ๕๒ ด้านทิศใต้ของเขาล้านและบริเวณใกล้เคียงด้านเหนือของเนิน ๕๒ ก่อสร้างแท่นคอนกรีตสำหรับประดิษฐานพระรูปกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์บนยอดเนิน ๕๒ ดังนั้น

จำเลยทั้งสองจะอ้างว่าไม่มีเจตนากระทำผิดทางอาญาไม่ได้ เห็นว่า เมื่อที่ดินพิพาทได้มีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเป็นเขตหวงห้ามสำหรับใช้ในราชการทหารพร้อมด้วยแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ ให้ประชาชนทราบแล้ว ทั้งต่อมากรมธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุด้วย ดังนี้ ย่อมถือว่าประชาชนทุกคนได้ทราบแล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินหวงห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปยึดถือครอบครอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แม้ที่ดินพิพาทจะมีแบบแจ้งการครอบครอง ส.ค. ๑ อีกทั้งก่อนที่จำเลยที่ ๒ จะซื้อที่ดินพิพาท จำเลยที่ ๒ พันเอกวัชระ มัยลาภ และนายสุชาติ โภคศิริ จะได้มีหนังสือสอบถามไปยังที่ว่าการอำเภอสัตหีบ ซึ่งนายอำเภอสัตหีบมีหนังสือแจ้งว่าสามารถโอนสิทธิได้

นอกจากนี้หลังจากซื้อที่ดินพิพาทมาแล้ว จำเลยทั้งสองได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาก็ตาม แต่แบบแจ้งการครอบครอง ส.ค. ๑ หนังสือของนายอำเภอสัตหีบ และการเสียภาษีบำรุงท้องที่ก็มิใช่การอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงอ้างไม่ได้ว่าผู้เข้ายึดถือครอบครองในที่ดินพิพาทไม่มีเจตนาเข้าไปในที่ดินพิพาทอันเป็นที่หวงห้ามได้ จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทจากพลอากาศโทอุสาห์ ชัยนาม เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ ภายหลังพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับแล้ว ย่อมถือว่าจำเลยทั้งสองรู้อยู่ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่หวงห้าม จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๕ , ๗ (๓) ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙ (๑) , ๑๐๘ ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙ (๑) , ๑๐๘ ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๔,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากเขตปลอดภัยในราชการทหารที่จำเลยทั้งสองยึดถือครอบครอง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสมเจริญ พุทธิประเสริฐ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายกรองเกียรติ คมสัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2539

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้แก่กองทัพเรือตั้งแต่พ.ศ. 2465 และต่อมาได้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเป็นเขตหวงห้ามสำหรับใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 375/2532

บ้านของจำเลยบางส่วนปลูกรุกล้ำเข้าไปในที่ดินชายทะเลอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันเป็นเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางเมตรอยู่แต่เดิมแล้วจำเลยมิได้เป็นผู้ปลูกสร้างเมื่อบิดามารดาจำเลยถึงแก่กรรม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1659/2530

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองทางเข้าออกหมู่บ้านอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันตั้งอยู่ที่ตำบลและอำเภอใดโดยไม่ได้ระบุว่าเป็นทางเข้าออกทางทิศใดของหมู่บ้าน ย่อมชัดเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2501

บรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้าทำรั้วกั้นอาณาเขตปลูกเรือนในที่ดินสาธารณะตำบลกระบี่ใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และจำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่นี้มาจากนางเฟื่อง ดังนี้ถือได้ว่า ฟ้องได้ระบุสถานที่พอสมควรเท่าที่จะให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8322/2538

ที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์ให้จำเลยครอบครองแทนแต่ที่ดินพิพาทมีเพียง น.ส.2 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินของรัฐชั่วคราว ยังไม่ได้รับคำรับรองว่าได้ทำประโยชน์แล้วตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้