เนื้อความคำพิพากษา
ได้มีผู้ร้ายขึ้นปล้นบ้าน ม. และฆ่า ม. ตาย รุ่งขึ้นเจ้าพนักงานจับจำเลยมาคุมขังไว้โดยสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ร้ายปล้นรายนี้ จำเลยได้ให้การว่านายปานได้ชวนจำเลยไปปล้น พวกนายปานได้เข้าปล้นแต่จำเลยวิ่งหนีกลับเสีย เจ้าพนักงานจึงกันจำเลยไว้เป็นพะยาน ครั้นอำเภอส่งสำนวนไปยังอัยยการ ๆ สอบถามจำเลยกลับคำว่านายปานไม่เคยชวนจำเลยไปปล้น โจทก์จึงฟ้องจำเลยหาว่าแจ้งความเท็จ ศาลฎีกาตัดสินว่าตามพฤตติการณ์ข้างต้นประกอบกับข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่าเมื่อเจ้าพนักงานจะจดคำให้การของจำเลยได้บอกจำเลยว่าจะสอบสวน จำเลยในฐานะเป็นแต่เพียงพิธีเท่านั้น ไม่ลบล้างความรู้สึกอันแท้จริง เพราะจำเลยได้ให้การในระหว่างถูกกักขังอยู่ ต้องถือว่าจำเลยให้การในฐานะเป็นผู้ต้องหาเรื่องปล้นทรัพย์ จำเลยยังไม่มีผิดตามนัยฎีกาที่ ๒๖๒/๒๔๗๔
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ปล่อยจำเลยไป