Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 85962)

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในชั้นร้องขัดทรัพย์ การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาโอนทรัพย์สินให้ผู้อื่นโดยไม่สุจริตเป็นเหตุให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบ นั้น เป็นการพิจารณาชั้นบังคับคดี เจตนารมย์ของการบังคับคดี ยอมให้ว่ากล่าวกัน ได้ภายหลังการยึดทรัพย์แล้ว ศาลจึงมีอำนาจชี้ขาดตามความในมาตรา 237 ได้ โดยมิพักต้องให้เจ้าหนี้ไป ฟ้องดำเนินคดี ฟ้องร้องขอให้ทำลายการโอนหรือเพิกถอนการฉ้อฉลเสียก่อน แต่ประการใด (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 18/2503)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๒ สำนวนนี้ จำเลยแพ้คดีโจทก์ นำยึดเรือนทรงปั้นหยา ๑ หลัง เรือนทรงไทย ๒ ห้องแฝดพร้อมทั้งครัวกับโรงเก็บของและเครื่องสีข้าว ๑ หลัง นางช้อง โจทก์นำยึดฉางข้าว ๑ หลัง ร้อยโทปลื้ม ผู้ร้อง ร้องขัดทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดทั้ง ๒ สำนวน เป็นของผู้ร้องโดยซื้อไว้จากจำเลยที่ ๑, ๒ โดยสุจริต ขอให้ถอนการยึด โจทก์ทั้ง ๒ สำนวน ต่อสู้ว่า ทรัพย์ดังกล่าว เป็นของจำเลย สัญญาขายทรัพย์ระหว่างจำเลยกับผู้ร้องไม่สุจริต แต่ได้กระทำโดยการสมยอม และเป็นการทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ เสียเปรียบ การซื้อขายรายนี้ตกเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาแล้วสั่งให้ถอนการยึดทรัพย์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้แม้ผู้ร้องขัดทรัพย์จะได้ทำนิติกรรมและจดทะเบียนการซื้อขายทรัพย์รายพิพาทนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนโจทก์ฟ้องก็ดี แต่ปรากฏชัดว่า ฝ่ายจำเลยทราบอยู่แล้วว่า การโอนเช่นนี้เป็นเหตุให้เจ้าหนี้อื่น ๆ เสียบเปรียบ อันเป็นเหตุให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้อาจ นิติกรรมการโอนรายนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๓๗ ส่วนที่ว่าโจทก์จะต้องขอให้ศาลเพิกถอนการโอนย้อนหลัง ไปถึงวันที่โจทก์ยึดทรัพย์รายนี้อันแสดงว่า ได้ยึดไว้โดยชอบได้หรือไม่ หรือจะต้องให้โจทก์ไปดำเนินคดีขอเพิกถอนการโอนนี้เป็นคดีขึ้นใหม่ ไม่ใช่ในเรื่องร้องขัดทรัพย์นี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องชั้นบังคับคดี เจตนารมย์ของการบังคับคดียอมให้ว่ากล่าวกันได้ภายหลัง การยึดทรัพย์แล้ว ศาลมีอำนาจชี้ขาดตามความในมาตรา ๒๓๗ ได้ โดย โดยมิพักต้องให้เจ้าหนี้ไป ฟ้องดำเนินคดี ฟ้องร้องขอให้ทำลายการโอนหรือเพิกถอนการฉ้อฉลเสียก่อน แต่ประการใด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ ศุภอรรถ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรี - นายแถม ศิริสาลี
ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2534

จำเลยที่ 2 ภริยาของจำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกบ้านพิพาทให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรของจำเลยทั้งสองภายหลังจากที่จำเลยทั้งสองนำบ้านพิพาทไปประกันเงินกู้ให้โจทก์ ระยะเวลาห่างกันประมาณเดือนเศษ หลังจากโอนบ้านพิพาทให้ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2518/2531

การขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดต้องเป็นเรื่องที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ดังกล่าว การที่ผู้ร้องอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ผู้ร้องกับจำเลยจึงเป็นเจ้าของทรัพย์ร่วมก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3173/2527

ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีของจำเลย ทราบว่าจำเลยถูกฟ้องคดีนี้และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี หลังจากนั้นประมาณ6 เดือน ผู้ร้องและจำเลยจดทะเบียนหย่ากันโดยตกลงให้ทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นสินสมรสตกได้แก่ผู้ร้องฝ่ายเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2593/2526

บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความในคดี จะเข้ามาเป็นคู่ความได้ก็แต่ด้วยการร้องสอดดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2716/2525

โจทก์ยอมถอนการยึดทรัพย์พิพาทที่ยึดไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาก็เพื่อให้จำเลยนำไปขายแก่บุคคลทั่วไป มิได้เจาะจงให้ขายแก่ผู้ร้องเพื่อนำเงินมาชำระแก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และผู้ร้องรู้อยู่ก่อนทำส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้