Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 119,120,25 ดังนี้แม้ศาลจะใช้ มาตรา 120 เป็นบทลงโทษจำเลยก็ดี ก็เป็นเรื่องปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมาย เท่านั้นคดียังต้องฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม มาตรา 254 ซึ่งเป็นความอาญาอันเป็นเหตุร้ายตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ถ้ามีเหตุสมควรศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษกักกันจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 8 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 9 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 120 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 154 ป.อ. มาตรา 120 ป.อ. มาตรา 154

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจมีมีดเป็นศาตราวุธพกพาไปในถนนหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตและใช้มีดทำร้ายร่างกายพลตำรวจโดยต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายก่อนคดีนี้จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกมาแล้ว 4 ครั้งตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง (เป็นโทษฐานลักทรัพย์ 2 ครั้ง รับของโจร 2 ครั้ง กับฐานทำร้ายร่างกาย) ซึ่งมิใช่เป็นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ พ้นโทษแล้วกลับมากระทำอาญาอันเป็นเหตุร้ายในคดีนี้อีกภายใน 5 ปี ไม่เข็ดหลาบขอให้เพิ่มโทษ และลงโทษกักกันจำเลยด้วย จำเลยรับสารภาพว่าได้กระทำผิดและเคยต้องโทษจริงดังฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 119, 120, 254 ให้ลงโทษตาม มาตรา 120 ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 70 จำคุก 3 ปี

เพิ่มตามมาตรา 72 ลดกึ่งตามมาตรา 59 คงจำคุก 2 ปี ลงโทษตามมาตรา 120 ไม่ใช่เหตุร้ายตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย 2479 จึงไม่ลงโทษกักกันโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 335 ข้อ 2 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ปรับจำเลย 6 บาท เมื่อลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่งแล้วและให้ลงโทษกักกันจำเลย ตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 8, 9 เพิ่มขึ้นอีกโสดหนึ่ง มีกำหนด 3 ปี นอกนั้นคงยืนจำเลยฎีกาคัดค้านเฉพาะที่ศาลลงโทษกักกันศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยลงโทษกักกันจำเลยตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายด้วยนั้นชอบแล้ว เพราะกรณีเช่นนี้ต้องฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254 ซึ่งเป็นความอาญาอันเป็นเหตุร้าย แม้ศาลจะใช้มาตรา 120 เป็นบทหนักลงโทษจำเลยก็เป็นเรื่องปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายเท่านั้น และเมื่อพิจารณาถึงข้อที่จำเลยเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้งตามใบแดงแจ้งโทษ รูปคดีสมควรจะลงโทษกักกันจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2502

ศาลพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปีและให้ส่งตัวไปกักกันอีก 3 ปี คดีถึงที่สุดก่อนใช้ พ.ร.บ. ล้างมลทินและประมวลกฎหมายอาญา เมื่อจำเลยถูกจำคุกครบ 1 ปีแล้ว ระหว่างที่จำเลยถูกกักกันอยู่ มีพ.ร.บ. ล้างมลทินฯ และประมวลก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2501

การที่จะรื้อฟื้นเอาคำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้วมาเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องอาศัยอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง และมาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 12 ถึง 16 ได้บัญญัติเรื่องวิธีกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2500

โจทก์ฟ้องขอให้กักกันจำเลยในฐานเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย โดยจำเลยเคยทำผิดต้องโทษจำคุกอันมิใช่ประมาทหรือลหุโทษมา 4 ครั้ง และมาทำผิดฐานชิงทรัพย์อีก โจทก์จึงฟ้องขอให้กักกันจำเลยฐานเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1779/2499

เมื่อได้ความว่าจำเลยสมรู้ให้เจ้าพนักงานกระทำผิดตามมาตรา136 แล้วแม้จำเลยจะเป็นราษฎรก็ตามก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในความผิดที่เจ้าพนักงานกระทำนั้นผู้สมรู้ก็เป็นกระทำผิดเมื่อความผิดนั้นๆ ต้องตามบทมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2499

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.288,60 มีกำหนด 1 ปี จำเลยมีอายุไม่เกิน 20 ปีลดให้1 ใน 3 คงจำ 8 เดือน เพิ่มตาม ม.73 อีกกึ่งหนึ่งและลดฐานรับสารภาพให้ 1 ใน 3 คงให้จำคุกไว้ 8 เดือน เมื่อจำเลยพ้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้