Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 917/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้อาวุธปืนตีศีรษะ ว. ได้รับบาดเจ็บ แต่ปืนลั่นกระสุนปืนถูก ด.และส. ดังนี้มิใช่ผลของการกระทำพลาดไปถูกด.และส. ตาม ป.อ. มาตรา 60 การที่กระสุนปืนลั่นเป็นเพราะความประมาทของจำเลยเป็นเหตุให้ ด.ตายและส. บาดเจ็บจำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 และ 390

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดโดยเจตนา เมื่อศาลฟังข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยกระทำโดยประมาท จึงย่อมลงโทษจำเลยฐานกระทำโดยประมาทได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสองและวรรคสาม.

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2526 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นจำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง 1 นัด ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ แล้วจำเลยพาอาวุธดังกล่าวไปในที่ชุมนุมชนที่จัดให้มีงานอุปสมบทที่หมู่ที่ 2 ตำบลลำเหย โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนตีศรีษะนายวิทยาปลาบู่ทอง 1 ครั้ง เป็นเหตุให้นายวิทยาได้รับบาดเจ็บปรากฎตามรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องแล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายวิทยา เด็กหญิงดรุณี แสนคำ นางสาวสายใจ ใจพันธ์ 1 นัด โดยเจตนาฆ่า

กระสุนปืนถูกนายวิทยาที่แขน ถูกนางสาวสายใจที่ท้อง ถูกเด็กหญิงดรุณีที่หน้าอกทะลุเข้าหัวใจ เป็นเหตุให้เด็กหญิงดรุณีถึงแก่ความตายปรากฎตามรายงานการชันสูตรพลิกศพ และรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง เหตุทั้ง 4 กรณีเกิดที่ตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม พนักงานสอบสวนยึดหัวกระสุนปืนลูกซองได้ 2 เม็ดในที่เกิดเหตุและ 1 เม็ดจากศพเด็กหญิงดรุณี วันที่ 3 สิงหาคม 2526 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80,288, 295 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72,72 ทวิ คำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 212519 ข้อ 3, 6, 7 และขอริบของกลางจำเลยให้การปฎิเสธศาลชั้นต้น

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา290, 295, 60, 295 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8,ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 จำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ลงโทษตามมาตรา 290 อันเป็นบทหนักตามมาตรา 90 จำคุก6 ปี ข้อหามีอาวุธปืนจำคุก 1 ปี ข้อหาพาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน รวมโทษจำคุก 7 ปี 6 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 5 ปี ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบของกลางโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่กรรมหนึ่งพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการอุปสมบทการรื่นเริงและการมหรสพกรรมหนึ่ง และใช้ด้ามปืนดังกล่าวตีศรีษะนายวิทยาได้รับบาดเจ็บเลือดไหลเข้าตาต้องรักษาประมาณ 7 วัน แล้วกระสุนปืนลั่นไปถูกเด็กหญิงดรุณีถึงแก่ความตาย และถูกนางสาวสายใจได้รับบาดเจ็บต้องรักษาตัวประมาณ 10 วันอีกกรรมหนึ่ง คดีมีปัญหาต่อไปว่า การกระทำของจำเลยกรรมหลังเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 และมาตรา 290, 295 ประกอบด้วยมาตรา 60 ตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยใช้ด้ามปืนตีศรีษะนายวิทยาได้รับบาดเจ็บย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาใช้ปืนยิงเพื่อฆ่าหรือทำร้ายนายวิทยากรณีจึงมิใช่เป็นการที่จำเลยมีเจตนากระทำต่อนายวิทยา แต่ผลของการกระทำเกิดแก่เด็กหญิงดรุณีและนางสาวสายใจโดยพลาด อันอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 60 จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา290, 295 ประกอบด้วย มาตรา 60 อย่างไรก็ตามการที่กระสุนปืนลั่นขึ้นดังกล่าวนั้น เกิดจากจำเลยไม่ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ซึ่งจำเลยอาจใช้ได้ในการใช้อาวุธปืนตีนายวิทยา ถือได้ว่ากระสุนปืนลั่นขึ้นเพราะความประมาทของจำเลย และเมื่อความประมาทนั้นเป็นผลให้เด็กหญิงดรุณีถึงแก่ความตายและนางสาวสายใจได้รับบาดเจ็บ

จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 390 และถึงแม้ว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยเจตนาแต่ข้อเท็จจริงฟังได้ความว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเช่นนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสอง และวรรคสามก็บัญญัติให้ศาลลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนี้ได้พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา291, 295, 390 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72,72 ทวิ คำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 จำเลยกระทำความผิดขณะมีอายุไม่เกิน 17 ปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้ผู้อื่นตายโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291จำคุก 4 ปี

ฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ มาตรา 7, 72 จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ มาตรา 8ทวิ, 72 ทวิ จำคุก 6 เดือน รวมโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 5 ปี 6 เดือนจำเลยให้รับการสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษสมควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี 8 เดือน ของกลางริบ".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2533

จำเลยสมัครใจเข้าร่วมวิวาททำร้าย ร่างกายซึ่งกันและกันกับฝ่ายผู้ตายและผู้เสียหาย เสร็จแล้วจำเลยวิ่งหนีไปไกลประมาณ8 เมตร โดยมีผู้ตายซึ่งไม่มีอาวุธกับผู้เสียหายวิ่งไล่ตามไปดังนี้การต่อสู้จึงยังเกี่ยวเนื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2528

การวิวาทหมายถึงการสมัครใจเข้าต่อสู้ทำร้ายกันคำพูดของจำเลย ที่ว่าการย้ายตำรวจต้องมีขั้นตอนต้องมีคณะกรรมการอย่าไปเชื่อให้มากนัก เป็นเพียงการแสดงความเห็นในการสนทนาเท่านั้น มิได้มีข้อความใด ที่เป็นการท้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7581/2561

การที่จำเลยที่ 3 มีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมและดูแลความปลอดภัยของผู้ต้องหาแต่ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากเหตุอันสมควร จึงเป็นการกระทำโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลคือ อันตรายที่อาจเกิดขึ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2545

คำให้การชั้นสอบสวนของพยาน ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีประกอบข้อพิจารณาของศาล เมื่อคำให้การชั้นสอบสวนของ ส. และ ว. สอดคล้องตรงกับคำให้การของ ข. ประจักษ์พยานโจทก์ พยานหลักฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7423/2538

ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายมีเรื่องโต้เถียงกับจำเลยที่ 6 ต่อมาจำเลยที่ 6 กับพวกรวมทั้งจำเลยที่ 5 วิ่งไล่ทำร้ายผู้เสียหายและเข้าทำร้ายผู้ตายโดยเข้าใจว่าเป็นพวกผู้เสียหาย การเข้ากลุ้มรุมทำร้ายเช่นนี้ มิใช่ต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้