Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2496

พ.ศ. 2496 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงที่ต้องกล่าวในฟ้องฐานฉ้อโกงนั้น ต้องกล่าวไม่เฉพาะแต่ความเท็จ จำต้องกล่าวถึงความจริงว่าเป็นประ การใดด้วย ถ้ามีแต่ความเท็จอย่างเดียว ส่วนความจริงไม่ปรากฎ ก็เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1048/ 2493. ฟ้องในข้อหาฐานฉ้อโกงที่กล่าวแต่ความเท็จ ไม่ได้กล่าวว่าความจริงเป็นประการใดด้วยนั้น ถ้าพอจะค้นหาความ จริง ได้ในฟ้องข้อนั้นเองหรือในฟ้องข้ออื่นแล้ว ศาลก็ย่อมหยิบยกเอาความจริงที่ค้นมาได้นั้น มาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ หาว่าจำเลยกล่าวเท็จนั้นเป็นเท็จจริงหรือไม่ ฟ้องข้อ 1 กล่าวหาว่า จำเลยฉ้อโกงโดยเอาความเท็จมากล่าว,ฟ้องข้อ 2 ว่า ถึงกำหนดแล้วจำเลยหาได้นำทรัพย์ที่เอา ไปคืนให้โจทก์ไม่ ดังนี้เป็นเรื่องผิดคำรับรองหรือผิดสัญญาในทางแพ่ง เพราะโจทก์ไม่ได้ยืนยันมาในฟ้องว่า ่จำเลย ได้ตั้งใจจะไม่คืนทรัพย์ให้แก่โจทก์มาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ถึงกำหนดแล้ว ไม่คืนจะว่าเป็นความเท็จมาแต่ต้นย่อมไม่ ได้ ฟ้องดังกล่าวจึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 (5) .

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า ข้อ ๑ เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๒ เวลากลางวันจำเลยได้พูดขอรับเครื่องทองรูปพรรณไปจาก โจทก์หลายอย่างปรากฎตามบัญชีท้ายฟ้อง รวมเป็นราคา ๑๐๔๘๐ บาท โดยจำเลยใช้อุบายหลอกลวงด้วยความเท็จว่าจะ นำเครื่องทองรูปพรรณไปขายให้ และเมื่อขายได้เท่าใดจำเลยจะนำเงินค่าเครื่องทองรูปพรรณมาใข้ให้โจทก์ ถ้าขายไม่ ได้ จำเลยก็จะนำเครื่องทองรูปพรรณมาคืนให้โจทก์ภายในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๙๓ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิด หลอกลวงโจทก์ ๆ หลงเชื่อถ้อยคำของจำเลย และได้ส่งมอบเครื่องทองรูปพรรณตามบัญชีท้ายฟ้องให้แก่จำเลยไป. ข้อ ๒. ครั้นต่อมาถึงกำหนดเวลาในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๙๓ และจนกระทั่งบัดนี้จำเลยก็ยังหาได้นำเงินค่าเครื่องทอง รูปพรรณมาใช้ให้โจทก์ไม่ ทั้งเครื่องทองรูปพรรณที่จำเลยรับไปจากโจทก์จำเลยพูดบิดพลิ้วโดยประการต่าง ๆ ฯลฯ ขอ ให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔ จำเลยปฏิเสธต่อสู้ตัดฟ้องหลายประการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดฐานฉ้อโกง ให้จำคุก ๖ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จะต้องกล่าวในฟ้อง ในข้อหาฐานฉ้อโกงนั้น ต้องกล่าวในฟ้องไม่เฉพาะแต่ความเท็จ จำต้อง กล่าวถึงความจริงว่าเป็นประการใดด้วย ถ้ามีแต่ความเท็จอย่างเดียว ส่วนความจริงไม่ปรากฎ ก็เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์ตาม คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๔๘/๒๔๙๓ ตามฟ้องของโจทก์ในคดีเรื่องนี้เท่าที่พอจะค้นหาความจริงได้ ก็คือฟ้องข้อ ๒ ที่ว่า ถึงกำหนดแล้ว จำเลยไม่คืนเงินหรือเครื่องทองรูปพรรณให้ ฯลฯ ความข้อนี้เป็นเรื่องผิดคำรับรองหรือผิดสัญญาในทาง แพ่ง เพราะโจทก์ไม่ยืนยันมาในฟ้องว่า จำเลยได้ตั้งใจจะไม่คืนเงินค่าเครื่องทองรูปพรรณหรือ จะไม่คืนเครื่องทองรูป พรรณให้แก่โจทก์มาแต่ต้นเพียงแต่ถึงกำหนดแล้ว ไม่คืนจะว่าเป็นความเท็จมาแต่ต้นย่อมไม่ได้ โดยชั้นต้นจำเลย อาจตั้งใจคืน แต่ภายหลังเกิดมีเหตุขัดข้องคืนไม่ได้ ก็จะกลายเป็นความเท็จมาแต่ต้นไป ถ้าตัดความตามข้อ ๒ ออกเสีย แล้ว ลำพังฟ้องข้อ ๑ ไม่ปรากฎเลยว่าความจริงเป็นประการใด จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ (๕)

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายแปลง คิงฆมานันท์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ.
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2503

ตามคำบรรยายฟ้องเป็นที่เข้าใจได้ว่า จำเลยแสดงเท็จโดยออกเช็คแลกเงินสดของผู้เสียหายไป แต่ความจริงกลับเป็นว่า เช็คนั้นเป็นเช็คในบัญชีชื่อบุคคลที่ 3 ลายเซ็นชื่อในเช็คไม่ใช่ลายมือชื่อบุคคลที่ 3 ทั้งไม่มีเงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2501

ฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยมาพูดหลอกลวงโจทก์โดยเจตนาทุจริตขอเอาหนังสือสัญญาขายฝากไปโดยหลอกลวงว่าจะเอาไปรักษาไว้ให้เพื่อความปลอดภัยในการสูญหาย เมื่อถึงกำหนดไถ่ถอนจะคืนให้และจะมาบอกให้ไปไถ่นั้น ยังถือไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2500

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงโดยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2496 จำเลยเอาที่ดินซึ่งอ้างว่าเป็นของจำเลยมาประกันเงินกู้โจทก์หลงเชื่อจึงให้จำเลยกู้เงินไปและจำเลยได้เขียนระบุที่ดินนั้นไว้ในสัญญากู้ด้วย ความจริงป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2500

โจทก์บรรยายฟ้องว่า 'จำเลยใช้อุบายหลอกลวง โดยเอาความเท็จมากล่าวว่าจำเลยสามารถใช้วิทยาอาคมทำน้ำธรรมดาให้เป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดให้หายได้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2497

บรรยายฟ้องว่าจำเลยฉ้อโกงและว่าจำเลยเอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียนั้น ไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีต้อง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้