Section 158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ลักษณะ ๑ ฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
(๑) ชื่อศาลและวันเดือนปี
(๒) คดีระหว่างผู้ใดโจทก์ผู้ใดจำเลย และฐานความผิด
(๓) ตำแหน่งพนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ ถ้าราษฎรเป็นโจทก์ให้ใส่ชื่อตัว นามสกุล อายุ ที่อยู่ ชาติและบังคับ
(๔) ชื่อตัว นามสกุล ที่อยู่ ชาติและบังคับของจำเลย
(๕) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
ในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยคำพูด หนังสือ ภาพขีดเขียน หรือสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาท ให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้อง
(๖) อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด
(๗) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง
Related Supreme Court judgments
1,972 cases
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายเท่านั้นก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.250 ได้แล้ว ไม่จำต้องบรรยายรายละเอียดว่าจำเลยได้กระทำโดยความพยายามด้วยความพยาบาทอย่างไร จำเลยไปคอยดักยิงผู้ตายระหว่างทางโดยมีสาเหตุกันอยู่ครั้งแรกยิงผู้ตายไม่ได้แล้วยังพยายามตามไปยิงอีกจนตาย ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นผิด ก.ม.อาญา ม.250
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายเท่านั้นก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.250 ได้แล้ว ไม่จำต้องบรรยายรายละเอียดว่าจำเลยได้กระทำโดยความพยายามด้วยความพยาบาทอย่างไร จำเลยไปคอยดักยิงผู้ตายระหว่างทางโดยมีสาเหตุกันอยู่ครั้งแรกยิงผู้ตายไม่ได้แล้วยังพยายามตามไปยิงอีกจนตาย ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นผิด ก.ม.อาญา ม.250
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
บรรยายฟ้องว่าจำเลยฉ้อโกงและว่าจำเลยเอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียนั้น ไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นศาลฎีกาย่อมจะไม่วินิจฉัยข้อกฎหมายที่ว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์ในฐานฉ้อโกงหรือไม่ เพราะย่อมไม่มีผลให้มีต้องยกฟ้องโจทก์
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ป.วิ.อ. มาตรา 222
บรรยายฟ้องว่าจำเลยฉ้อโกงและว่าจำเลยเอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียนั้น ไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นศาลฎีกาย่อมจะไม่วินิจฉัยข้อกฎหมายที่ว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์ในฐานฉ้อโกงหรือไม่ เพราะย่อมไม่มีผลให้มีต้องยกฟ้องโจทก์
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ป.วิ.อ. มาตรา 222
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสองฝ่ายแต่ละฝ่ายได้สมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง จำเลยทุกคนรับตามฟ้อง ข้อเท็จจริงต้องฟังว่าจำเลยทุกคนเข้าวิวาทต่อสู้กันไม่ปรากฏว่า ใครทำใครความผิดจำเลยจึงต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 258
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 258
ป.วิ.อ. มาตรา 158
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุประชาชนกำลังฟังการทำขวัญนาคอยู่มีคนจะวิวาทกัน จำเลยได้ควักปืนลูกซองพกออกมาถือไว้ด้วยความประมาทปืนได้ลั่นไปถูกผู้ตายซึ่งนั่งฟังการทำขวัญนาคอยู่ถึงแก่ความตาย ดังนี้ เป็นฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำว่าจำเลยประมาทอย่างไร พอให้จำเลยเข้าใจฟ้องได้ดีแล้ว
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 252
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุประชาชนกำลังฟังการทำขวัญนาคอยู่มีคนจะวิวาทกัน จำเลยได้ควักปืนลูกซองพกออกมาถือไว้ด้วยความประมาทปืนได้ลั่นไปถูกผู้ตายซึ่งนั่งฟังการทำขวัญนาคอยู่ถึงแก่ความตาย ดังนี้ เป็นฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำว่าจำเลยประมาทอย่างไร พอให้จำเลยเข้าใจฟ้องได้ดีแล้ว
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 252
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์โดยมิได้รับอนุญาตเป็นการผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฉะนั้นไม้สักของกลางต้องริบ และในฟ้องไม่ต้องกล่าวว่าไม้สักรายนี้เป็นไม้หวงห้าม เพราะพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)2494 มาตรา 4 บัญญัติว่าไม้สักเป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 4
ป.วิ.อ. มาตรา 158
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์โดยมิได้รับอนุญาตเป็นการผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฉะนั้นไม้สักของกลางต้องริบ และในฟ้องไม่ต้องกล่าวว่าไม้สักรายนี้เป็นไม้หวงห้าม เพราะพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)2494 มาตรา 4 บัญญัติว่าไม้สักเป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 4
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฟ้องของโจทก์ในคดีอาญาที่กล่าวหาว่าจำเลยทุจริตต่อหน้าที่และยักยอกทรัพย์ โจทก์บรรยายว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม2494 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองทำการสอบสวนคดีเรื่องผิดพระราชบัญญัติสุราแล้วเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาสองรายเป็นเงิน 100 บาท แล้วจำเลยสมคบกันยักยอกเอาไว้ ดังนี้เป็นฟ้องที่ถือว่าได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดไว้แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฟ้องของโจทก์ในคดีอาญาที่กล่าวหาว่าจำเลยทุจริตต่อหน้าที่และยักยอกทรัพย์ โจทก์บรรยายว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม2494 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองทำการสอบสวนคดีเรื่องผิดพระราชบัญญัติสุราแล้วเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาสองรายเป็นเงิน 100 บาท แล้วจำเลยสมคบกันยักยอกเอาไว้ ดังนี้เป็นฟ้องที่ถือว่าได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดไว้แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยได้ขับรถยนต์ซึ่งห้ามล้อมือเสียใช้การไม่ได้ไปตามถนนหลวงด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังโดยหลีกรถในที่คับขัน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนคนด้วย ดังนี้ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยได้หลีกรถในที่คับขันเป็นเหตุให้ชนคนตายโดยประมาท จึงหาเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 252
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยได้ขับรถยนต์ซึ่งห้ามล้อมือเสียใช้การไม่ได้ไปตามถนนหลวงด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังโดยหลีกรถในที่คับขัน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนคนด้วย ดังนี้ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยได้หลีกรถในที่คับขันเป็นเหตุให้ชนคนตายโดยประมาท จึงหาเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 252
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2494 เวลากลางวัน (6.00น.)จำเลยปล้นทรัพย์แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเวลาเกิดเหตุเป็นเวลาขมุกขมัวมีแสงสว่างบ้างแล้วซึ่งจะถือว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ใกล้เคียงกันมาก จะฟ้องฟังว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าเหตุเกิดเวลากลางคืนต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้องซึ่งบรรยายว่าเหตุเกิดเวลากลางวันจึงให้ยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 ยังไม่ได้และเมื่อฟ้องของโจทก์จำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดีโดยไม่หลงข้อต่อสู้จึงเป็นฟ้องท…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2494 เวลากลางวัน (6.00น.)จำเลยปล้นทรัพย์แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเวลาเกิดเหตุเป็นเวลาขมุกขมัวมีแสงสว่างบ้างแล้วซึ่งจะถือว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ใกล้เคียงกันมาก จะฟ้องฟังว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าเหตุเกิดเวลากลางคืนต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้องซึ่งบรรยายว่าเหตุเกิดเวลากลางวันจึงให้ยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 ยังไม่ได้และเมื่อฟ้องของโจทก์จำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดีโดยไม่หลงข้อต่อสู้จึงเป็นฟ้องท…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา