Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Section 170 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ลักษณะ ๑ ฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง

คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา
ถ้าโจทก์ร้องขอศาลจะขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ฎีกาก็ได้

Related Supreme Court judgments

61 cases
Search more judgments
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงพิพากษายกฟ้อง จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ มาตรา 22 ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบมาฟังได้แล้วว่าคดีมีมูลนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นอันเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว แต่ปรากฏว่าในการยื่น… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 208 (2) ป.วิ.อ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงพิพากษายกฟ้อง จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ มาตรา 22 ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบมาฟังได้แล้วว่าคดีมีมูลนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นอันเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว แต่ปรากฏว่าในการยื่น… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 208 (2) ป.วิ.อ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในข้อหาความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยบรรยายฟ้องในข้อหานี้เพียงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 รู้อยู่แล้วว่าโจทก์กับพวกไม่ได้ร่วมกันกระทำความผิดฐานฉ้อโกง แต่จำเลยที่ 3 และที่ 4 กลับร่วมกันรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีแก่โจทก์กับพวกเป็นเหตุให้โจทก์กับพวกถูกควบุคมตัวเป็นผู้ต้องหา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง สิทธิเสรีภาพของโจทก์กับพวก เท่านั้น โจทก์มิได้บรรยาย… Read full text
Sections also considered: ป.อ. มาตรา 157 ป.วิ.อ. มาตรา 167 ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 185 ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 215
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม ป.อ. มาตรา 177,264, 265, 267, 83, 86, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่า คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 มีมูลทุกข้อหา ดังนั้น คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลสำหรับจำเลยที่ 1ย่อมเด็ดขาด ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 170 โจทก์อุทธรณ์ ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2เห็นว่าความผิดฐานเบิกความเท็จสำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งมีมูลมานั้นเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อ.มาตรา 158 แล้วมีคำพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม ป.อ. มาตรา 177,264, 265, 267, 83, 86, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่า คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 มีมูลทุกข้อหา ดังนั้น คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลสำหรับจำเลยที่ 1ย่อมเด็ดขาด ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 170 โจทก์อุทธรณ์ ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2เห็นว่าความผิดฐานเบิกความเท็จสำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งมีมูลมานั้นเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อ.มาตรา 158 แล้วมีคำพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 ประกอบกับจำเลยไม่อยู่ในฐานะเป็นคู่ความ ไม่มีสิทธิฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยไม่ต้องห้ามและจำเลยอยู่ในฐานะเป็นจำเลย จึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,91,352,353,354 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อ… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 216
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับประทับฟ้องโจทก์โดยอ้างว่าศาลไม่มีอำนาจพิจารณาคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงไม่ใช่กรณี ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 วรรคแรก ประกอบมาตรา 220 Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 220
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 2และที่ 5 ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 5ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 170 ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์กลับพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ด้วย จึงมิชอบ แม้โจทก์จะมิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 195
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้ายฎีกาไม่ได้ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ประการแรกจำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งระหว่างไต่สวนมูลฟ้องซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีแล้วทำการไต่สวนมูลฟ้องไป การไต่สวนมูลฟ้องมิใช่การพิจารณาเป็นคนละขั้นตอนกัน ฉะนั้นคำสั่งของศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องจึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา ดังนั้น ถ้าหากศาลล่างยอมรับฟังคำคั… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 193 ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ไม่มีมูลให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้อง โจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วย ดังนี้ ย่อมมีผลว่า คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 มีมูล จึงเป็นอันเด็ดขาดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170จำเลยที่ 2 จะฎีกาไม่ได้ Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาด้วย ซึ่งมีผลว่าคดีจำเลยที่ 2 มีมูลคำสั่งดังกล่าวย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จำเลยที่ 2ฎีกาไม่ได้ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุดเพราะหาได้มีกฎหมายบัญญัติว่าถึงที่สุดไม่ กรณีคำสั่งมีมูลของศาลจะถึงที่สุดนั้นต้องเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเท่านั้น จำเลยย่… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 193
การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงแห่งคดีในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า 'พยานโจทก์ที่นำสืบมาฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเท็จ' นั้นเป็นการวินิจฉัยว่าพยานโจทก์ตามที่นำสืบมา ไม่มีมูลในความผิดฐานฟ้องเท็จนั่นเอง ไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อสำคัญในคดีสำหรับความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 คือ หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 167 ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.อ. มาตรา 175 ป.อ. มาตรา 177
การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงแห่งคดีในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า 'พยานโจทก์ที่นำสืบมาฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเท็จ' นั้นเป็นการวินิจฉัยว่าพยานโจทก์ตามที่นำสืบมา ไม่มีมูลในความผิดฐานฟ้องเท็จนั่นเอง ไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อสำคัญในคดีสำหรับความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 คือ หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 167 ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.อ. มาตรา 175 ป.อ. มาตรา 177
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับและให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นแล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ ในชั้นนี้ยังเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับศาล จำเลยยังไม่มีฐานะเป็นคู่ความ จึงไม่มีสิทธิฎีกา Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170
ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อศาลมีคำสั่งว่าคดีโจทก์มีมูลไม่ว่าจะเป็นข้อหาข้อใดก็ตาม ย่อมถือได้เป็นเด็ดขาดในข้อหานั้น จะอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่ Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170
Does this section affect your situation?
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Request a Consultation

Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up