Section 216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
ฎีกานั้น ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๙๘ มาตรา ๒๐๐ และมาตรา ๒๐๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
This section cites
Related Supreme Court judgments
381 cases
ฎีกานั้นต้องยื่นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ฎีกานั้น ต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 216
จำเลยกู้ยืมเงินจากผู้เสียหาย โดยจำเลยออกเช็คให้ แม้จำเลยจะไม่ได้ทำหนังสือสัญญากู้ แต่ได้ออกเช็คให้แทนโดยมีมูลหนี้จากการกู้เงิน จึงย่อมมีความผูกพันกันในเบื้องต้นอันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ได้คดีที่ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการโจทก์ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง พนักงานอัยการโจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา แต่โจทก์ร่วมได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาล…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 30
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 216
จำเลยกู้ยืมเงินจากผู้เสียหาย โดยจำเลยออกเช็คให้ แม้จำเลยจะไม่ได้ทำหนังสือสัญญากู้ แต่ได้ออกเช็คให้แทนโดยมีมูลหนี้จากการกู้เงิน จึงย่อมมีความผูกพันกันในเบื้องต้นอันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ได้คดีที่ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการโจทก์ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง พนักงานอัยการโจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา แต่โจทก์ร่วมได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาล…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 30
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2508 แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เซ็นทราบการฟังคำพิพากษาในวันนั้นด้วย จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2508 ความจึงปรากฏว่าจำเลยได้ลงชื่อในการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่ฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้เรียกโจทก์มาทราบคำพิพากษา และได้มีบันทึกว่า โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 28 ธันวาคม 2508 ดังนี้ จึงต้องนับอายุฎีกาตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2508 อันเป็นวันที่โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 335
ป.อ. มาตรา 357
ป.อ. มาตรา 83
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2508 แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เซ็นทราบการฟังคำพิพากษาในวันนั้นด้วย จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2508 ความจึงปรากฏว่าจำเลยได้ลงชื่อในการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่ฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้เรียกโจทก์มาทราบคำพิพากษา และได้มีบันทึกว่า โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 28 ธันวาคม 2508 ดังนี้ จึงต้องนับอายุฎีกาตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2508 อันเป็นวันที่โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 335
ป.อ. มาตรา 357
ป.อ. มาตรา 83
ป.วิ.อ. มาตรา 216
คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับไม้ของกลางคืนโดยอ้างว่ารับซื้อไว้จากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้รับวินิจฉัยถึงสิทธิของผู้ร้องแล้ว จึงถือได้ว่าผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความในคดี มีสิทธิฎีกาขอให้คืนไม้ของกลางได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 216
คดีที่ทนายจำเลยยื่นฎีกาเกินกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง จึงขาดอายุความยื่นฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 จำเลยจะอ้างว่าทนายจำเลยเข้าใจผิดวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังตามสมุดรับส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของศาลนั้นไม่ได้ ไม่เป็นเรื่องเข้าใจผิดโดยมีเหตุอันสมควร เพราะทนายจำเลยควรตรวจดูจากสำนวนความเอง จึงไม่มีเหตุที่จะให้ยื่นฎีกา เมื่อพ้นกำหนดอายุฎีกาได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังมาและวินิจฉัยว่า ไม่เป็นความผิดนั้น เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497มาตรา 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 216
จำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2505ดังนั้น จำเลยจะมายื่นฎีกาในวันที่ 13 ธันวาคม 2505ซึ่งเกินกำหนดอายุความฎีกาไปแล้วไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 216
เมื่อศาลฎีกาได้สั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยไปแล้วถือว่าคดียังไม่ขึ้นสู่ศาลฎีกาศาลฎีกาจึงสั่งคำร้องที่โจทก์ขอถอนฟ้องไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 216
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับฟ้องอุทธรณ์โจทก์ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น ไม่มีบทกฎหมายใดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติว่าถึงที่สุด จึงฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ออกหมายจับจำเลยเพื่อให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกินเดือนแล้ว ไม่ได้ตัวจำเลยมา ศาลจึงอ่านคำพิพากษานั้นให้โจทก์ฟังถือว่าได้อ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจำเลยยื่นฎีกาเกินหนึ่งเดือนนับแต่วันศาลอ่านดังกล่าวฎีกาของจำเลยย่อมขาดอายุฎีกา แม้ว่าศาลจะได้อ่านคำพิพากษานั้นให้จำเลยฟังอีก เมื่อได้ตัวจำเลยมาแล้วหลังจากวันอ่านดังกล่าวข้างต้น 5 เดือนเศษ ก็เป็นแต่เพียงให้จำเลยได้ทราบคำพิพากษาตามที่จำเลยต้องการเท่านั้นหามีผลทำให้ยืดอายุฎีกาไม่
Read full text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในคดีอาญา ศาลชั้นต้นสั่งในคำฟ้องว่า ให้รอฟังคดีอาญาอีกเรื่องหนึ่งก่อน เมื่อคดีนั้นถึงที่สุดแล้ว จะได้พิจารณาสั่งต่อไป เช่นนี้ ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์อุทธรณ์ได้
Read full text
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเมื่อศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวน ศาลก็ย่อมฟังข้อเท็จจริงได้จากหลักฐานและคำพยานที่ปรากฏมีอยู่ในสำนวนประกอบการวินิจฉัยได้ทั้งหมดไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้อ้างหรือนำมาสืบ และผู้ถูกหาว่าละเมิดอำนาจศาลก็มีโอกาสซักค้านพยานนั้นได้อยู่แล้ว ศาลย่อมฟังลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลได้ ไม่ขัดต่อกฎหมายโจทก์ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทำร้ายพยานโจทก์ข้างฝานอกห้องพิจารณาบนศาล ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าพยานโจทก์ทำร้ายผู้ร้องฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างขอให้ลง…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 31
ป.วิ.พ. มาตรา 33
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 223
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 85
ป.วิ.พ. มาตรา 3
ป.วิ.อ. มาตรา 2
+2
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา