Section 491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ส่วนที่ ๑ ขายฝาก
Related Supreme Court judgments
190 cases
สัญญาขายฝากที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง หมายความเฉพาะเพิงซึ่งปลูกอยู่ในขณะทำสัญญาขายฝาก โรงเรือนที่ปลูกภายหลังโดยรื้อเพิงออกไม่อยู่ในสัญญาขายฝาก ปัญหาเรื่องเป็นส่วนควบหรือไม่ ไม่อยู่ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลฎีกาไม่วินิจฉัย
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.วิ.พ. มาตรา 142
จำเลยทำหนังสือสัญญาขายที่นาพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าให้โจทก์ ยอมมอบที่นาพิพาทให้โจทก์ตั้งแต่วันทำสัญญา แต่มีข้อตกลงระบุไว้ในหนังสือสัญญาว่าให้จำเลยมีสิทธิมาไถ่ถอนได้ภายใน 3 ปี ถ้าไม่มาไถ่ถอนภายในกำหนด จำเลยเป็นอันหมดสิทธิในที่นาพิพาท ดังนี้ ถึงหากจะฟังว่านิติกรรมซื้อขายที่นาพิพาทเป็นโมฆะเพราะมีลักษณะเป็นสัญญาขายฝากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้สิทธิครอบครองมาโดยการครอบครองยึดถือเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.พ.พ. มาตรา 1378
การที่นิติกรรมสัญญาขายฝากทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมสัญญาการกู้เงินนิติกรรมอันแรกคือสัญญาขายฝากย่อมเป็นการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันระหว่างคู่กรณีที่จะไม่ผูกพันกันตามเจตนาที่แสดงออกมานั้น นิติกรรมอันแรกที่ปรากฏออกมานั้นย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 วรรคแรก ส่วนนิติกรรมอันหลังคือสัญญากู้เงินที่ถูกอำพรางไว้โดยนิติกรรมอันแรกต้องบังคับตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมอันที่ถูกอำพรางไว้ตามมาตรา 118 วรรคสอง ในกรณีเช่นนี้แม้นิติกร…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 653
โจทก์ชำระหนี้แทนจำเลย แล้วทำสัญญาว่าจำเลยสละการครอบครองที่ดิน ส.ค.1 แก่โจทก์ แต่จำเลยครอบครองที่ดินต่อไปแทนโจทก์ โดยจะได้การครอบครองที่ดินคืนเมื่อจำเลยชำระเงิน 42,300 บาท คืนโจทก์ ดังนี้เป็นการขายฝากเมื่อไม่ได้จดทะเบียนก็ตกเป็นโมฆะ เงิน 42,300 บาท เป็นเงินยืม การครอบครองของจำเลยได้ทำเพื่อตนเอง จึงไม่เป็นครอบครองแทนโจทก์ ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 42,300 บาท แก่โจทก์
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 1368
โจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ขายฝากที่พิพาทแก่จำเลยที่ 1 แม้การขายฝากไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 แต่เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันว่าถ้าฝ่ายโจทก์ผู้ขายไม่ไถ่คืนภายในกำหนด 2 ปี ให้ที่พิพาทตกเป็นของจำเลยที่ 1 เห็นได้ว่าฝ่ายโจทก์ได้สละสิทธิครอบครองซึ่งมีอยู่ในที่พิพาทให้จำเลยที่ 1 ไว้ล่วงหน้าโดยเด็ดขาดตั้งแต่วันพ้นกำหนด 2 ปีแล้ว และจำเลยที่ 1 ได้ยึดถือครอบครองที่พิพาทเพื่อตน…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1377
โจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ขายฝากที่พิพาทแก่จำเลยที่ 1 แม้การขายฝากไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 แต่เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันว่าถ้าฝ่ายโจทก์ผู้ขายไม่ไถ่คืนภายในกำหนด 2 ปี ให้ที่พิพาทตกเป็นของจำเลยที่ 1 เห็นได้ว่าฝ่ายโจทก์ได้สละสิทธิครอบครองซึ่งมีอยู่ในที่พิพาทให้จำเลยที่ 1 ไว้ล่วงหน้าโดยเด็ดขาดตั้งแต่วันพ้นกำหนด 2 ปีแล้ว และจำเลยที่ 1 ได้ยึดถือครอบครองที่พิพาทเพื่อตน…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1377
จำเลยค้างชำระหนี้แก่มารดาโจทก์ จำเลยขายฝากที่ดินแก่โจทก์ตามราคาที่ค้างชำระ และทำสัญญาจะซื้อที่ดินนั้นคืนตามราคาที่ขายฝากโดยมีข้อสัญญาว่าถ้าจำเลยไม่ซื้อคืนในกำหนดเวลาเดียวกับเวลาไถ่คืนจำเลยยอมให้โจทก์ขายที่ดินแก่ผู้อื่น ได้เงินเท่าใดจำเลยรับใช้เงินที่ยังขาดดังนี้ สัญญาจะซื้อขายเป็นสัญญาต่างหากจากการขายฝากจำเลยไม่ไถ่คืน จำเลยต้องใช้เงินที่โจทก์ขายที่ดินนั้นได้ขาดจำนวนที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 491
ภรรยาโจทก์เอาบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินที่โจทก์เช่านาไปขายฝากไว้กับจำเลยมีกำหนด 2 ปี โดยโจทก์กับภรรยาโจทก์บอกจำเลยว่า ถ้าภรรยาโจทก์ไม่ซื้อบ้านคืนภายในกำหนดให้สิทธิการเช่าที่ดินตกเป็นของจำเลยอันเป็นการแสดงเจตนาว่าจำเลยไม่ต้องรื้อถอนบ้านออกไป ดังนี้ เมื่อภรรยาโจทก์ไม่ซื้อบ้านคืนภายในกำหนด โจทก์ก็จะฟ้องให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินที่โจทก์เช่าไม่ได้ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ภรรยาโจทก์เอาบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินที่โจทก์เช่านาไปขายฝากไว้กับจำเลยมีกำหนด 2 ปี โดยโจทก์กับภรรยาโจทก์บอกจำเลยว่า ถ้าภรรยาโจทก์ไม่ซื้อบ้านคืนภายในกำหนดให้สิทธิการเช่าที่ดินตกเป็นของจำเลยอันเป็นการแสดงเจตนาว่าจำเลยไม่ต้องรื้อถอนบ้านออกไป ดังนี้ เมื่อภรรยาโจทก์ไม่ซื้อบ้านคืนภายในกำหนด โจทก์ก็จะฟ้องให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินที่โจทก์เช่าไม่ได้ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 492 บัญญัติว่าทรัพย์สินซึ่งขายฝากนั้นถ้าไถ่ภายในเวลาที่กำหนด ก็ให้ถือเป็นอันว่ากรรมสิทธิ์ไม่เคยตกไปแก่ผู้ซื้อเลยนั้นหมายถึงเฉพาะตัวทรัพย์สินเท่านั้นแต่ไม่รวมถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินด้วย เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ขายฝากที่ดินมีโฉนดไว้กับจำเลย เมื่อโจทก์ขอไถ่ถอน จำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมรับไถ่ถอน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขอเก็บค่าเช่าที่ดินที่ขายฝากในระหว่างอายุสัญญาขายฝากโดยตกลงว่า จะไถ่ถอนเมื่อใด โจ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 492
ป.พ.พ. มาตรา 1336
ป.วิ.พ. มาตรา 94
ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 492 บัญญัติว่าทรัพย์สินซึ่งขายฝากนั้นถ้าไถ่ภายในเวลาที่กำหนด ก็ให้ถือเป็นอันว่ากรรมสิทธิ์ไม่เคยตกไปแก่ผู้ซื้อเลยนั้นหมายถึงเฉพาะตัวทรัพย์สินเท่านั้นแต่ไม่รวมถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินด้วย เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ขายฝากที่ดินมีโฉนดไว้กับจำเลย เมื่อโจทก์ขอไถ่ถอน จำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมรับไถ่ถอน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขอเก็บค่าเช่าที่ดินที่ขายฝากในระหว่างอายุสัญญาขายฝากโดยตกลงว่า จะไถ่ถอนเมื่อใด โจ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 492
ป.พ.พ. มาตรา 1336
ป.วิ.พ. มาตรา 94
สัญญาจำนำที่ดินที่ได้ทำกันก่อนประกาศใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ต้องบังคับตามกฎหมายที่มีอยู่ก่อน ได้แก่พระราชบัญญัติการขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ.115 และโดยเฉพาะประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.118 ซึ่งให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่นก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกันตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1044/2492บิดาโจทก์ได้ตกลงกับผู้รับจำนำมอบที่พิพาทให้ไว้เอาค่าเช่าหักชำระดอกเบี้ยและค่าภาษี…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 702
สัญญาจำนำที่ดินที่ได้ทำกันก่อนประกาศใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ต้องบังคับตามกฎหมายที่มีอยู่ก่อน ได้แก่พระราชบัญญัติการขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ.115 และโดยเฉพาะประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.118 ซึ่งให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่นก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกันตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1044/2492บิดาโจทก์ได้ตกลงกับผู้รับจำนำมอบที่พิพาทให้ไว้เอาค่าเช่าหักชำระดอกเบี้ยและค่าภาษี…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 702
การที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทถ้าโจทก์จำเลยไม่มีเจตนาจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝากสัญญานั้นก็เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 118 วรรคแรก ก่อนทำสัญญาขายฝากก็ดี ขณะทำสัญญาขายฝากก็ดีภายหลังทำสัญญาขายฝากก็ดีโจทก์จำเลยมิได้ตั้งใจจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝาก เป็นเรื่องที่จำเลยต้องการดอกเบี้ยเท่านั้นโดยจำเลยสัญญาจะไม่เอาที่ดินหลุดเป็นสิทธิ ถือได้ว่าโจทก์ทำสัญญาขายฝากอำพรางการจำนอง การที่นิติกรรมอันหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอีกอั…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 112
ป.พ.พ. มาตรา 115
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 653
ป.พ.พ. มาตรา 702
การที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทถ้าโจทก์จำเลยไม่มีเจตนาจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝากสัญญานั้นก็เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 118 วรรคแรก ก่อนทำสัญญาขายฝากก็ดี ขณะทำสัญญาขายฝากก็ดีภายหลังทำสัญญาขายฝากก็ดีโจทก์จำเลยมิได้ตั้งใจจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝาก เป็นเรื่องที่จำเลยต้องการดอกเบี้ยเท่านั้นโดยจำเลยสัญญาจะไม่เอาที่ดินหลุดเป็นสิทธิ ถือได้ว่าโจทก์ทำสัญญาขายฝากอำพรางการจำนอง การที่นิติกรรมอันหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอีกอั…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 112
ป.พ.พ. มาตรา 115
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 653
ป.พ.พ. มาตรา 702
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา