Section 340 ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๒ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
442 cases
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงว่าไม่ริบอาวุธปืนลูกโม่พร้อมด้วยกระสุนปืน5นัดกับปลอกกระสุนปืน1ปลอกของนายช.ไม่ได้แก้บทแก้โทษที่ลงแก่จำเลยเป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา218.
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 295
ป.อ. มาตรา 339
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
ป.อ. มาตรา 371
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงว่าไม่ริบอาวุธปืนลูกโม่พร้อมด้วยกระสุนปืน5นัดกับปลอกกระสุนปืน1ปลอกของนายช.ไม่ได้แก้บทแก้โทษที่ลงแก่จำเลยเป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา218.
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 295
ป.อ. มาตรา 339
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
ป.อ. มาตรา 371
ป.วิ.อ. มาตรา 218
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (6), (7) 340, 340, 340 ตรี , 83 โดยคำฟ้องของโจทก์บรรยาย เหตุที่ประสงค์ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นไว้อย่างชัดแจ้งว่า จำเลยฆ่าผู้ตายเพื่อสะดวกในการปล้นทรัพย์ ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ ปกปิดการกระทำผิด ให้พ้นการจับกุมและเอาผลประโยชน์จากความผิดฐานปล้นทรัพย์ เมื่อข้อเท็จฟังได้เพียงว่าจำเลยฆ่าผู้ตาย และศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ในความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว กรณี จึงไม่มีเหตุที่จะมาปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 289 (7
ป.อ. มาตรา 340
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (6), (7) 340, 340, 340 ตรี , 83 โดยคำฟ้องของโจทก์บรรยาย เหตุที่ประสงค์ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นไว้อย่างชัดแจ้งว่า จำเลยฆ่าผู้ตายเพื่อสะดวกในการปล้นทรัพย์ ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ ปกปิดการกระทำผิด ให้พ้นการจับกุมและเอาผลประโยชน์จากความผิดฐานปล้นทรัพย์ เมื่อข้อเท็จฟังได้เพียงว่าจำเลยฆ่าผู้ตาย และศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ในความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว กรณี จึงไม่มีเหตุที่จะมาปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 289 (7
ป.อ. มาตรา 340
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก 2 คน ร่วมปล้นทรัพย์และฆ่าผู้อื่นตายปรากฏว่าจำเลยเพียงแต่ช่วยวางแผนให้คนร้าย 2 คน ไปกระทำผิดในสวนยางและขณะคนร้าย 2 คน ไปกระทำความผิดตามแผนที่วางแผนไว้ จำเลยยืนอยู่นอกสวนยางห่างสวนยางชั่วระยะตะโกนกันได้ยิน ในช่วงระยะเวลาที่คนร้าย 2 คน ดังกล่าวกระทำความผิด อ. บุตรผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ผ่านจำเลยเข้าไปในสวนยางที่เกิดเหตุ จำเลยก็มิได้ส่งสัญญาณให้คนร้าย 2 คน ดังกล่าวทราบหรือเข้าช่วยคนร้าย 2 คนนั้น คงยืนอยู่เฉย ๆ เมื่อคนร้าย 2 คนนั้…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 32
ป.อ. มาตรา 33
ป.อ. มาตรา 86
ป.อ. มาตรา 339
ป.อ. มาตรา 340
ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก 2 คน ร่วมปล้นทรัพย์และฆ่าผู้อื่นตายปรากฏว่าจำเลยเพียงแต่ช่วยวางแผนให้คนร้าย 2 คน ไปกระทำผิดในสวนยางและขณะคนร้าย 2 คน ไปกระทำความผิดตามแผนที่วางแผนไว้ จำเลยยืนอยู่นอกสวนยางห่างสวนยางชั่วระยะตะโกนกันได้ยิน ในช่วงระยะเวลาที่คนร้าย 2 คน ดังกล่าวกระทำความผิด อ. บุตรผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ผ่านจำเลยเข้าไปในสวนยางที่เกิดเหตุ จำเลยก็มิได้ส่งสัญญาณให้คนร้าย 2 คน ดังกล่าวทราบหรือเข้าช่วยคนร้าย 2 คนนั้น คงยืนอยู่เฉย ๆ เมื่อคนร้าย 2 คนนั้…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 32
ป.อ. มาตรา 33
ป.อ. มาตรา 86
ป.อ. มาตรา 339
ป.อ. มาตรา 340
กรณีที่โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาสืบหรือประจักษ์พยานไม่ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายโดยเบิกความขัดกับคำให้การชั้นสอบสวนโดยปราศจากเหตุผลหากโจทก์มีพยานหลักฐานอื่นก็อาจใช้ประกอบกันเพื่อรับฟังลงโทษจำเลยได้.
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 340
ป.วิ.อ. มาตรา 226
ป.วิ.อ. มาตรา 227
กรณีที่โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาสืบหรือประจักษ์พยานไม่ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายโดยเบิกความขัดกับคำให้การชั้นสอบสวนโดยปราศจากเหตุผลหากโจทก์มีพยานหลักฐานอื่นก็อาจใช้ประกอบกันเพื่อรับฟังลงโทษจำเลยได้.
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 340
ป.วิ.อ. มาตรา 226
ป.วิ.อ. มาตรา 227
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดคงมีคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของบ.และจ.ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิดด้วยซึ่งเป็นเพียงคำพยานบอกเล่าแต่โจทก์ก็มีพยานหลักฐานอื่นประกอบให้เห็นว่าคำให้การชั้นสอบสวนของคนทั้งสองเป็นความจริงและมีพยานยืนยันว่าจำเลยเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการกระทำผิดคดีนี้ด้วยพยานหลักฐานของโจทก์ประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิดกับบ.และจ..
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 340
ป.วิ.อ. มาตรา 226
ป.วิ.อ. มาตรา 227
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดคงมีคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของบ.และจ.ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิดด้วยซึ่งเป็นเพียงคำพยานบอกเล่าแต่โจทก์ก็มีพยานหลักฐานอื่นประกอบให้เห็นว่าคำให้การชั้นสอบสวนของคนทั้งสองเป็นความจริงและมีพยานยืนยันว่าจำเลยเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการกระทำผิดคดีนี้ด้วยพยานหลักฐานของโจทก์ประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิดกับบ.และจ..
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 340
ป.วิ.อ. มาตรา 226
ป.วิ.อ. มาตรา 227
จำเลยอุทธรณ์โดยในแผ่นแรกของอุทธรณ์ระบุว่าจำเลยที่3เป็นผู้ยื่นอุทธรณ์และในท้ายอุทธรณ์ก็ลงลายมือชื่อจำเลยที่3เพียงผู้เดียวในช่องผู้อุทธรณ์แต่ในคำบรรยายฟ้องอุทธรณ์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสี่ไม่ได้กระทำความผิดและจำเลยทั้งสี่ได้ลงลายมือชื่อไว้ด้วยกันในตอนท้ายเมื่อสิ้นข้อความที่อุทธรณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันอุทธรณ์การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีเฉพาะจำเลยที่3จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาแม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้ศาลฎีกาก็มีอำนา…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 340
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 225
จำเลยอุทธรณ์โดยในแผ่นแรกของอุทธรณ์ระบุว่าจำเลยที่3เป็นผู้ยื่นอุทธรณ์และในท้ายอุทธรณ์ก็ลงลายมือชื่อจำเลยที่3เพียงผู้เดียวในช่องผู้อุทธรณ์แต่ในคำบรรยายฟ้องอุทธรณ์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสี่ไม่ได้กระทำความผิดและจำเลยทั้งสี่ได้ลงลายมือชื่อไว้ด้วยกันในตอนท้ายเมื่อสิ้นข้อความที่อุทธรณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันอุทธรณ์การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีเฉพาะจำเลยที่3จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาแม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้ศาลฎีกาก็มีอำนา…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 340
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 225
จำเลยอุทธรณ์โดยในแผ่นแรกของอุทธรณ์ระบุว่าจำเลยที่3เป็นผู้ยื่นอุทธรณ์และในท้ายอุทธรณ์ก็ลงลายมือชื่อจำเลยที่3เพียงผู้เดียวในช่องผู้อุทธรณ์แต่ในคำบรรยายฟ้องอุทธรณ์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสี่ไม่ได้กระทำความผิดและจำเลยทั้งสี่ได้ลงลายมือชื่อไว้ด้วยกันในตอนท้ายเมื่อสิ้นข้อความที่อุทธรณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันอุทธรณ์การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีเฉพาะจำเลยที่3จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาแม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้ศาลฎีกาก็มีอำนา…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 340
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 225
จำเลยอุทธรณ์โดยในแผ่นแรกของอุทธรณ์ระบุว่าจำเลยที่3เป็นผู้ยื่นอุทธรณ์และในท้ายอุทธรณ์ก็ลงลายมือชื่อจำเลยที่3เพียงผู้เดียวในช่องผู้อุทธรณ์แต่ในคำบรรยายฟ้องอุทธรณ์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสี่ไม่ได้กระทำความผิดและจำเลยทั้งสี่ได้ลงลายมือชื่อไว้ด้วยกันในตอนท้ายเมื่อสิ้นข้อความที่อุทธรณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันอุทธรณ์การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีเฉพาะจำเลยที่3จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาแม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้ศาลฎีกาก็มีอำนา…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 340
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 225
จำเลยปล้นทรัพย์ 3 บ้านติดต่อกันอยู่ใกล้กัน 10วาเศษ3 หลัง ได้ทรัพย์จากบ้านแรกแล้วคุมตัวผู้เสียหายเจ้าของบ้านไปบ้านที่ 2 ยังไม่ค้นหาทรัพย์คุมตัวผู้เสียหายจากบ้านที่ 2 ไปค้นหาทรัพย์ บ้านที่ 3 ก่อน แล้วจึงย้อนกลับมาค้นหาทรัพย์ในบ้านที่ 2 ทั้งโจทก์บรรยายฟ้องก็บรรยายรวมกันมาเป็นคราวเดียวกันว่า ปล้นผู้เสียหาย4คนได้ทรัพย์สินไปรวมราคา 22,480 บาท ไม่ได้แยกว่าทรัพย์สินอะไรเป็นของผู้เสียหายคนใดการกระทำผิด ของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวคำว่าใช้วัตถุระเบิด ตา…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 91
ป.อ. มาตรา 340
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา