Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 102589)

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบของจำเลยกำหนดให้หักเงินรายได้จากค่าขนส่งสินค้าส่วนที่เป็นของกรรมกรไว้เป็นเงินบำรุงความสุข เพื่อจ่ายเป็นบำเหน็จพิเศษให้แก่กรรมกรเมื่อถึงแก่กรรม ลาออกหรือถูกให้ออก จำเลยจะจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบของจำเลยได้ในกรณีที่มีการหักรายจ่ายจากกองเงินบำรุงความสุขเท่านั้น เงินบำรุงความสุขเป็นเงินของกรรมกร ไม่ใช่เงินของจำเลย และเป็นเงินคนละประเภทกับค่าชดเชย เมื่อค่าชดเชยที่จำเลยจะต้องจ่ายมิใช่รายจ่ายที่จำเลยจะพึงใช้สิทธิหักได้จากเงินบำเหน็จพิเศษจำเลยก็จะลดจำนวนบำเหน็จพิเศษตามสิทธิที่กรรมกรจะได้รับลงเพราะเหตุที่จำเลยจะต้องนำไปจ่ายเป็นค่าชดเชยหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำทำหน้าที่กรรมการขนส่งจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุยุบการดำเนินการขนส่ง ในระหว่างที่โจทก์ทำงานกับจำเลยจำเลยหักเงินค่าจ้างโจทก์ไว้ทุกเดือนโดยจะจ่ายคืนเป็นบำเหน็จพิเศษให้ในกรณีลาออกหรือถึงแก่กรรม หรือให้ออก จำเลยจ่ายบำเหน็จพิเศษให้โจทก์ไม่ครบโดยนำจำนวนที่เหลือไปแบ่งจ่ายเป็นค่าชดเชย จำเลยจึงค้างจ่ายบำเหน็จพิเศษแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษที่ค้างแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เงินบำเหน็จพิเศษเป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่กรรมกรขนส่งเมื่อลาออกจากงานหรือถูกให้ออกจากงานโดยพิจารณาจ่ายจากกองเงินบำรุงความสุขตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบการขนส่ง โดยแบ่งมาจากเงินค่าจ้างการขนสินค้าขึ้นลงมิใช่ส่วนที่เป็นค่าจ้างของโจทก์ ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้เป็นสิทธิของจำเลยเป็นผู้พิจารณาจ่ายโดยคำนึงถึงรายจ่ายของกองเงินบำรุงความสุขเป็นสำคัญ กรณีของโจทก์ได้พิจารณาเห็นสมควรจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษตามจำนวนเงินที่โจทก์ได้รับ ซึ่งเป็นการปฏิบัติไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษอีก ขอให้พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษที่ขาดให้โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามระเบียบการขนส่งของจำเลยกำหนดให้หักเงินรายได้จากค่าขนส่งสินค้าส่วนที่เป็นของกรรมกรไว้เป็นเงินบำรุงความสุข จึงเป็นเงินส่วนที่เป็นของกรรมกรซึ่งจำเลยหักไว้ หาใช่เป็นเงินของจำเลยไม่ ส่วนค่าชดเชยนั้นเป็นเงินที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจะต้องจ่ายแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เป็นเงินคนละประเภทกับเงินบำเหน็จพิเศษที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับตามระเบียบการขนส่งของจำเลย ระเบียบการขนส่งกำหนดว่า กรรมกรซึ่งทำงานติดต่อกันมาด้วยความเรียบร้อยขยันขันแข็งครบ ๕ ปีบริบูรณ์ หากถึงแก่กรรมหรือลาออกหรือถูกให้ออก ย่อมได้รับการพิจารณาเมื่อเห็นสมควรจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษให้เป็นการตอบแทนคุณความดีในอัตราไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบห้าของเงินบำรุงความสุขที่หักไว้ตามส่วนเฉลี่ยของแต่ละปีของหน่วยงานนั้น

การจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษให้คำนึงถึงรายจ่ายจากกองทุนบำรุงความสุขเป็นสำคัญ ถ้าเงินบำรุงความสุขหักรายจ่ายแล้วมีไม่ถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ก็ให้ลดลงตามส่วน จะเห็นได้ว่าเงินบำเหน็จพิเศษที่กรรมกรจะได้รับตามระเบียบการขนส่งของจำเลยต้องถือหลักการจ่ายเท่ากับร้อยละเจ็ดสิบห้าของเงินบำรุงความสุขที่หักไว้ตามส่วนเฉลี่ยของแต่ละปีของหน่วยงานนั้นเป็นเกณฑ์คำนวณ กรณีที่จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษต่ำกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของเงินบำรุงความสุขมีได้เฉพาะเมื่อมีการหักรายจ่ายเท่านั้น ค่าชดเชยที่จำเลยจะต้องจ่ายแก่โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มิใช่รายจ่ายที่จำเลยจะพึงใช้สิทธิหักได้จากเงินบำเหน็จพิเศษตามระเบียบการขนส่ง

ดังนั้น จำเลยจะลดจำนวนบำเหน็จพิเศษตามสิทธิที่โจทก์ได้รับลงเพราะเหตุที่จำเลยต้องนำไปจ่ายเป็นค่าชดเชยหาได้ไม่ แต่จำเลยได้นำเงินบำเหน็จพิเศษที่โจทก์ควรจะได้รับตามระเบียบดังกล่าวไปจ่ายเป็นค่าชดเชย ทำให้เงินบำเหน็จพิเศษที่โจทก์ควรจะได้รับขาดจำนวนไปเท่ากับค่าชดเชยที่จำเลยจ่ายแก่โจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษแก่โจทก์ตามจำนวนที่ขาดไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเชื้อ เจียมรัตนกูลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5024/2533

โจทก์เป็นลูกจ้างของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทำหน้าที่เป็นพนักงานสินเชื่อประจำสาขาจังหวัดชุมพร เมื่อผู้จัดการสาขาชุมพร อนุญาตให้พนักงานธนาคารฝึกซ้อมกีฬาโดยถือเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร และต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2462/2533

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 ให้คำนิยามของคำว่า "เจ็บป่วย" ไว้เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างที่เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน เมื่อโจทก์ซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2700/2530

ลูกจ้างเป็นพนักงานขับรถยนต์ มิได้ปฏิบัติงานตามวันเวลาปกติเช่นพนักงานในตำแหน่งอื่น เพราะต้องคอยดูแล รักษารถยนต์ในความรับผิดชอบของตน ให้ อยู่ในสภาพใช้การได้ดีตลอดเวลา ดังนั้นการที่ผู้บังคับบัญชาอนุมัติใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2528

โจทก์เป็นลูกจ้างบริษัท ย. ที่สหรัฐอเมริกาบริษัทดังกล่าวไม่มีสาขาหรือสำนักงานในประเทศไทยและเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัทจำเลยเดิมบริษัท ย.ให้โจทก์ไปปฏิบัติงานให้แก่บริษัทฟ. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเช่นเดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1610/2528

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีผลเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อโจทก์ทำ สัญญาประนีประนอมยอมความในศาลยอมรับเงินช่วยเหลือ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้