Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1842/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ได้ความว่าผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายบิดาจำเลย จำเลยเข้าห้ามโดยไม่มีอาวุธติดตัว ผู้ตายตามไปจะทำร้ายจำเลย จนจำเลยถอยหนีไปจนมุมไม่มีทางหนีไปอีกแล้วพอดีจำเลยพบมีดวางอยู่ จึงเอามีดกวัดแกว่งและร้องห้ามผู้ตายไม่ให้เข้ามา ผู้ตายยังขืนเข้าไปจึงถูกมีดที่หน้าผากผู้ตายไม่ล้มเอามือซ้ายปิดท้ายทอยส่วนมือขวายังถือมีดเงื้อง่าอยู่ จำเลยเอามีดเหวี่ยงไปอีกที่หนึ่งถูกท้ายทอยแล้วโดดหนี ผู้ตายอยู่ต่อมา 5-6 วันก็ตายเพราะบาดแผลนั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้วินิจฉัยเป็นการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ เพราะการกระทำของจำเลยทั้ง 2 ครั้งเป็นการกระทำต่อเนื่องในขณะเดียวกัน การที่ผู้ตายถูกฟันครั้งแรก จะให้จำเลยซึ่งอยู่ในฐานะเช่นนั้นคาดหมายว่าผู้ตายได้รับบาดเจ็บเพียงไรและจะหวนกลับมาทำร้ายอีกหรือไม่ย่อมไม่ได้ และที่จำเลยเหวี่ยงมีดไปยังท้ายทอยอีก 1 ทีเป็นการกระทำเพื่อให้โอกาสจำเลยหลีกพ้นจากภัยอันผู้ตายเป็นผู้ก่อแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50 ป.อ. มาตรา 50

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยฆ่านายต่วน ผาเพชถึงแก่ความตายโดยเจตนาขอให้ลงโทษจำเลยให้การต่อสู้ว่าได้กระทำไปโดยการป้องกันตัวไม่เกินกว่าเหตุไม่เป็นผิดดังโจทก์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลจังหวัดภูเขียวฟังว่าการที่จำเลยเอามีดฟันผู้ตายครั้งที่ 2 ที่ท้ายทอยไม่เรียกว่าป้องกันตัว พิพากษาว่า จำเลยผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 249 จำคุกไว้ 15 ปี ลดตามมาตรา 59 1 ใน 3 เหลือ 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันชีวิตสมควรแก่เหตุตามกฎหมายอาญา มาตรา 50 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีนี้แล้วเห็นว่านายต่วนผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อน นายต่วนเตะต่อยนายแหล่บิดาจำเลยจนล้มลงไปแล้วยังไม่พอจะเอามีดแทงอีก

พอจำเลยซึ่งไม่มีอาวุธเลยวิ่งมาห้าม นายต่วนก็ตามไปจะทำร้ายจำเลยซึ่งจำเลยได้พยายามถอยหนี ไปจนติดกอไผ่ไม่มีทางจะไปอีกแล้ว พอดีที่กอไผ่มีมีดวางอยู่เล่มหนึ่ง จำเลยจึงเอามีดนั้นกวัดแกว่งเพื่อป้องกันและร้องห้ามนายต่วน ๆ ก็ยังขืนเข้าไปจะแทงจำเลย นายต่วนจึงถูกมีดจำเลยแกว่งป้องกันตัว 1 ที เมื่อถูกมีดครั้งแรกแล้ว นายต่วนไม่ได้ล้มเป็นแต่หันหลังเอามือซ้ายปิดท้ายทอย ส่วนมือขวายังถือมีดเงื้อง่าอยู่ จำเลยจึงเอามีดเหวี่ยงไปอีก 1 ทีแล้วโดดหนี การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำต่อเนื่องในขณะเดียวกัน แม้เมื่อถูกฟันครั้งแรกแล้วนายต่วนจะหันหลังกลับ นายต่วนก็ยังถือมีดกุมหน้าผากอยู่บุคคลที่อยู่ในฐานะอย่างจำเลยย่อมไม่อาจรู้ได้ว่านายต่วนได้รับบาดเจ็บเพียงไร และจะหวนกลับมาทำร้ายจำเลยอีกได้หรือไม่

การที่จำเลยเหวี่ยงมีดไปยังท้ายทอยนายต่วนอีก 1 ทีจึงเป็นการทำเพื่อให้โอกาสจำเลย หลีกพ้นไปจากภัยอันตรายอันนายต่วนเป็นผู้ก่อขึ้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุทั้งได้ความตามคำเบิกความของนายนุยแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพนายต่วนว่าแผลที่ท้ายทอยนั้นเป็นแผลตื้น ๆ ไม่อาจทำให้นายต่วนตายได้ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ควรมีผิดดังโจทก์ฟ้องและด้วยเหตุนี้จึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของโจทก์เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · ดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2074/2499

ผู้ตายถือปืนวิ่งไล่ติดตามจำเลยมาในลักษณะอาการซึ่งจำเลยเข้าใจว่าเป็นคนร้าย จนได้ร้องบอกกล่าวว่าคนร้ายไล่ยิงตนเช่นนี้ ย่อมทำให้จำเลยคิดเห็นไปว่าผู้ตายมีเจตนาจะฆ่าจำเลยมาแต่แรกแล้ว เมื่อจำเลยหนีหลบไปแล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2499

ผู้ตายเป็นคนมุทะลุดุร้ายเคยทุบตีรังแกจำเลยเสมอ ตอนหัวค่ำของวันเกิดเหตุผู้ตายเอาไม้คานตีจำเลยโดยจำเลยไม่ได้ต่อสู้มีรอยฟกช้ำหลายแห่ง จำเลยวิ่งหนีไป ผู้ตายวิ่งตามไปขู่ว่าไม่กลับจะต้องตายจำเลยกลัวก็ยอมกลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1074/2499

ผู้ตายใช้มีดแทงผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านร้องให้ช่วย จำเลยที่ 1 จึงใช้ไม้ตี 1 ทีและจำเลยที่ 2 ใช้ปืนยิง 1 นัดพร้อมๆ กันทั้งสองคนเมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามพยานโจทก์ว่าผู้ตายใช้มีดโถมเข้าแทงผู้ใหญ่บ้านๆ หล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2498

ผู้ตายห้อยโหนลงมาจากหน้าต่างเรือนของจำเลยในเวลาดึกดื่น (ผู้ตายกับพี่สาวจำเลยผูกสมัครรักใคร่กัน) ทั้งเป็นเวลาเดือนมืดและได้ลงมายืนประจันหน้ากับจำเลย พฤติการณ์เช่นนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจว่าผู้ที่ยืนอยู่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2498

การที่จำเลยใช้ปืนสั้นยิงในระยะใกล้ กระสุนปืนถูกผู้เสียหายมีบาดแผลถึง 7 แห่ง ดังนี้ย่อมแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าให้ตายแต่เผอิญถูกในที่ไม่สำคัญจึงไม่ตาย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนเมื่อจำเลยเป็นผู้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้