Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57241)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1,2.2,2.3เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งมิได้ยกขึ้นมาว่ากันในศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่ไม่มีสาระ และฎีกาข้อ 2.5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับให้รับฎีกาเฉพาะข้อ 2.4 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.1,2.2 และข้อ 2.3ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์สมบูรณ์หรือไม่ เคลือบคลุมหรือไม่ และการที่ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนเป็นการขัดต่อกระบวนพิจารณาในการรับฟังพยานหลักฐาน นั้น ย่อมเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญ และเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้มิได้ยกขึ้นว่ากันในศาลล่างจำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นว่ากันในชั้นฎีกาได้ สำหรับฎีกาข้อ 2.5 ปัญหาว่า ศาลจะรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้ง 2 ปาก ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดไม่ใช่ผู้เสียหายแล้วมาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหรือไม่ เป็นการไม่ชอบ จึงไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พุทธศักราช 2471 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 จำคุก 2 ปี นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขคดีดำที่ 8466/2528 หมายเลขคดีแดงที่ 4733/2529 ซึ่งเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกับคดีนี้ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พุทธศักราช 2471 มาตรา 4 วรรคแรกนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว (อันดับ 78)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่าฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ และข้อ 2.2 ที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เห็นว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายเกี่ยวกับรายละเอียดข้อเท็จจริงที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดครบถ้วนแล้ว จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ และไม่ขัดแย้งกันอันจะถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุมดังฎีกาจำเลย แม้ฎีกาของจำเลยเช่นว่านี้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็เป็นข้อกฎหมายที่ไร้สาระส่วนฎีกาข้อ 2.3 ที่ว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงไม่ชอบนั้นเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองศาลหาได้พิพากษาโดยฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนแต่ประการใดไม่สำหรับฎีกาข้อ 2.5 นั้นก็เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ฎีกาของจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 51/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางพรทิพย์หรือฮ้อ แซ่เหลี่ยงจำเลยนางพรทิพย์หรือฮ้อ แซ่เหลี่ยง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1,2.2,2.3เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งมิได้ยกขึ้นมาว่ากันในศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่ไม่มีสาระ และฎีกาข้อ 2.5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับให้รับฎีกาเฉพาะข้อ 2.4 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.1,2.2 และข้อ 2.3ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์สมบูรณ์หรือไม่ เคลือบคลุมหรือไม่ และการที่ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนเป็นการขัดต่อกระบวนพิจารณาในการรับฟังพยานหลักฐาน นั้น ย่อมเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญ และเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้มิได้ยกขึ้นว่ากันในศาลล่างจำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นว่ากันในชั้นฎีกาได้

สำหรับฎีกาข้อ 2.5 ปัญหาว่า ศาลจะรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้ง 2 ปาก ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดไม่ใช่ผู้เสียหายแล้วมาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหรือไม่ เป็นการไม่ชอบ จึงไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พุทธศักราช 2471 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 จำคุก 2 ปี นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขคดีดำที่ 8466/2528 หมายเลขคดีแดงที่ 4733/2529 ซึ่งเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกับคดีนี้ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง

พุทธศักราช 2471 มาตรา 4 วรรคแรกนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว (อันดับ 78)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่าฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ และข้อ 2.2 ที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เห็นว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายเกี่ยวกับรายละเอียดข้อเท็จจริงที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดครบถ้วนแล้ว จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ และไม่ขัดแย้งกันอันจะถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุมดังฎีกาจำเลย แม้ฎีกาของจำเลยเช่นว่านี้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็เป็นข้อกฎหมายที่ไร้สาระส่วนฎีกาข้อ 2.3 ที่ว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงไม่ชอบนั้นเห็นว่า

ศาลล่างทั้งสองศาลหาได้พิพากษาโดยฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนแต่ประการใดไม่สำหรับฎีกาข้อ 2.5 นั้นก็เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ฎีกาของจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57067)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59676)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลตัดสินจำคุกไม่เกินห้าปีจำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61921)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61479)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61508)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า 1. อาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. มิใช่อาวุธปืนนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง จึงมิใช่อาวุธปืนตามความหมายของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน (ฉบับที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้