Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61508)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า 1. อาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. มิใช่อาวุธปืนนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง จึงมิใช่อาวุธปืนตามความหมายของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 25302. ความในวรรคสองของมาตราดังกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่ามิให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ผู้กระทำความผิดระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด ดังนั้นเมื่อมีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฉบับดังกล่าวออกมาใช้บังคับในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยจึงไม่ได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัตินี้ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งสองประการฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยข้อ 2จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นการฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2530มาตรา 4 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง และมาตรา 3 วรรคหนึ่งแล้ว ปัญหาที่ว่าอาวุธปืนจะอยู่ในเกณฑ์ตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 8 กำหนดหรือไม่นั้น เมื่อกฎหมายนั้นเป็นคุณแก่จำเลยแล้วย่อมต้องใช้กฎหมายนั้นบังคับแก่จำเลยไม่ว่าในทางใด สำหรับฎีกาเรื่องขอให้รอการลงโทษ นั้น เป็นเพียงคำขอประกอบฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งที่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,371 ฯลฯ ฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต จำคุก 1 ปีฐานพกพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่สมควรรอการลงโทษ ริบของกลางจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 29)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 30)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าอาวุธปืนขนาด 11 มม. ของกลางในคดีนี้มิใช่อาวุธปืนตามความหมายในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530 และจำเลยได้ถูกดำเนินคดีอยู่ขณะที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จำเลยจึงมิได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัตินี้ ฎีกาข้อแรกจึงไม่เป็นสาระแก่คดี ส่วนฎีกาที่ขอให้ศาลรอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์ของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 327/2531พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์โจทก์นายสระ เหล่ากุดบอดจำเลยนายสระ เหล่ากุดบอด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า 1. อาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. มิใช่อาวุธปืนนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง จึงมิใช่อาวุธปืนตามความหมายของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 25302. ความในวรรคสองของมาตราดังกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่ามิให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ผู้กระทำความผิดระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด ดังนั้นเมื่อมีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฉบับดังกล่าวออกมาใช้บังคับในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยจึงไม่ได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัตินี้ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งสองประการฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยข้อ 2จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นการฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2530มาตรา 4 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง และมาตรา 3 วรรคหนึ่งแล้ว ปัญหาที่ว่าอาวุธปืนจะอยู่ในเกณฑ์ตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 8 กำหนดหรือไม่นั้น เมื่อกฎหมายนั้นเป็นคุณแก่จำเลยแล้วย่อมต้องใช้กฎหมายนั้นบังคับแก่จำเลยไม่ว่าในทางใด สำหรับฎีกาเรื่องขอให้รอการลงโทษ นั้น เป็นเพียงคำขอประกอบฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งที่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,371 ฯลฯ ฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต จำคุก 1 ปีฐานพกพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่สมควรรอการลงโทษ ริบของกลางจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 29)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 30)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าอาวุธปืนขนาด 11 มม. ของกลางในคดีนี้มิใช่อาวุธปืนตามความหมายในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 8)

พ.ศ. 2530 และจำเลยได้ถูกดำเนินคดีอยู่ขณะที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จำเลยจึงมิได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัตินี้ ฎีกาข้อแรกจึงไม่เป็นสาระแก่คดี ส่วนฎีกาที่ขอให้ศาลรอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์ของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57067)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57241)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1,2.2,2.3เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งมิได้ยกขึ้นมาว่ากันในศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่ไม่มีสาระ และฎีกาข้อ 2.5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59676)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลตัดสินจำคุกไม่เกินห้าปีจำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61921)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61479)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้