Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61921)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ อันเป็นสาระแก่คดีของจำเลยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273 และมีความผิดฐานผลิตวัตถุมีพิษธรรมดา และวัตถุมีพิษร้ายแรงเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตวัตถุมีพิษปลอมเพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติวัตถุมีพิษ พ.ศ. 2510 มาตรา 11,12,13 ตรี,13จัตวา,36,37,38 ตรี ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษ ฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น จำคุก3 เดือน ฐานผลิตวัตถุมีพิษธรรมดาเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 เดือน ฐานผลิตวัตถุมีพิษร้ายแรงเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน ฐานผลิตวัตถุมีพิษปลอมเพื่อการค้า จำคุก3 ปี รวมจำคุก 3 ปี 9 เดือน ฯลฯจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 123 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127)ก่อนยื่นคำร้องนี้ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงพร้อมกับยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่อายุฎีกาคดีนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 17 เมษายน 2531 ระหว่างรอฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ จำเลยขอยื่นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปก่อนหากผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว จำเลยขอถือฎีกาที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาของจำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งว่า ส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงอนุญาตให้ฎีกาได้(อันดับ 137)ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในฎีกาว่า คดีนี้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาได้ จึงรับเป็นฎีกาจำเลย (อันดับ 123 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าตามคำฟ้องและพยานหลักฐานโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว หาใช่กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันไม่ ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงให้รับฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1670/2531พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมโจทก์นายสวง สุขาบูรณ์จำเลยนายสวง สุขาบูรณ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ อันเป็นสาระแก่คดีของจำเลยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273 และมีความผิดฐานผลิตวัตถุมีพิษธรรมดา และวัตถุมีพิษร้ายแรงเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตวัตถุมีพิษปลอมเพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติวัตถุมีพิษ

พ.ศ. 2510 มาตรา 11,12,13 ตรี,13จัตวา,36,37,38 ตรี ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษ ฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น จำคุก3 เดือน ฐานผลิตวัตถุมีพิษธรรมดาเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 เดือน ฐานผลิตวัตถุมีพิษร้ายแรงเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน ฐานผลิตวัตถุมีพิษปลอมเพื่อการค้า จำคุก3 ปี รวมจำคุก 3 ปี 9 เดือน ฯลฯจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 123 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127)ก่อนยื่นคำร้องนี้ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงพร้อมกับยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่อายุฎีกาคดีนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 17 เมษายน 2531 ระหว่างรอฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์

จำเลยขอยื่นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปก่อนหากผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว จำเลยขอถือฎีกาที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาของจำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งว่า ส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงอนุญาตให้ฎีกาได้(อันดับ 137)ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในฎีกาว่า คดีนี้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาได้ จึงรับเป็นฎีกาจำเลย (อันดับ 123 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าตามคำฟ้องและพยานหลักฐานโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว หาใช่กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันไม่ ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงให้รับฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ดุสิต วราโห · ประชา บุญวนิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57067)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57241)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1,2.2,2.3เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งมิได้ยกขึ้นมาว่ากันในศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่ไม่มีสาระ และฎีกาข้อ 2.5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59676)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลตัดสินจำคุกไม่เกินห้าปีจำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61479)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61508)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า 1. อาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. มิใช่อาวุธปืนนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง จึงมิใช่อาวุธปืนตามความหมายของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน (ฉบับที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้