Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59998)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ (2)ของโจทก์ ส่วนฎีกาข้อ (1) ของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี และไม่ปรับ เป็นว่าให้รอการลงโทษ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219จึงไม่รับฎีกาข้อ (1) ของโจทก์โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ (1) ที่ว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี โดยไม่แก้กำหนดโทษ เป็นการพิพากษาแก้ไขมาก อีกทั้งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เกินกว่า 1 ปี จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4ศาลชั้นต้นอนุญาต และให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 3 ที่ 4ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264,265,268,83 ให้ลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 กระทงเดียว จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2ไว้คนละ 2 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 106 แผ่นที่ 2)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี แม้จะรอการลงโทษหรือไม่ก็ตามคู่ความย่อมต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสอง ข้อ 1(1) เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2298/2532นายวิกิต ภู่แสนสอาด กับพวกโจทก์นายชนะ มฤคสุวรรณ กับพวกจำเลยนายอำนาจ ร่วมใจ ทนายโจทก์ทั้งสองผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ (2)ของโจทก์ ส่วนฎีกาข้อ (1) ของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี และไม่ปรับ เป็นว่าให้รอการลงโทษ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219จึงไม่รับฎีกาข้อ (1) ของโจทก์โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ (1) ที่ว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี โดยไม่แก้กำหนดโทษ เป็นการพิพากษาแก้ไขมาก อีกทั้งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เกินกว่า 1 ปี จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ

ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4ศาลชั้นต้นอนุญาต และให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 3 ที่ 4ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264,265,268,83 ให้ลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 กระทงเดียว จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2ไว้คนละ 2 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 106 แผ่นที่ 2)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี แม้จะรอการลงโทษหรือไม่ก็ตามคู่ความย่อมต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสอง ข้อ 1(1) เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56832)

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกา ของ โจทก์ร่วมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งหกมีความผิดต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57081)

ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ทั้งสามฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ไม่รับฎีกาโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เห็นว่า ฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57247)

ความว่า จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ไม่รอการลงโทษ ซึ่งเป็นการแก้ไขมากแต่ศาลอุทธรณ์มิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงต้องห้ามฎีกาใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57699)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเล็กน้อยจากรอการลงโทษเป็นไม่รอการลงโทษ โดยยังคงจำคุก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้