จำเลยถูกจับไปบ้านกำนัน โดยหาว่าเป็นผู้ร้าย จำเลยบอกว่าไม่ได้เป็นผู้ร้ายแล้วก็กลับเสีย ยังไม่มีผิดฐานหลบหนีจากที่คุมขัง
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ลักษณพะยาน ฐานะของพะยานนั้นก็เปนเครื่องประกอบการชั่งน้ำหนักแห่งถ้อยคำของพะยานได้อย่างหนึ่ง
ลักษณพะยาน จะฟังคำเบิกความของจำเลยคนอื่นมาลงโทษจำเลยอีกคนหนึ่งไม่ได้
คำของผู้ตายเมื่อรู้สึกตัวว่าจะไม่รอด
การที่ศาลตัดสินคดีโดยไม่สืบพะยานจำเลยให้สิ้นกระแสความนั้น ถ้าพะยานที่ยังเหลืออยู่จะสืบในข้อที่พะยานโจทก์เบิกความรับรองไว้แล้ว ก็ไม่จำเปนต้องสั่งให้สืบอีก
ล่อลวงเด็กหญิงอายุ 13 ปีไปเสียจากบิดามารดามีผิดตาม ม.274 วิธีพิจารณาอาญา การที่เด็กยินยอมไปด้วยตามคำล่อลวงของจำเลยไม่ถือว่าเต็มใจไปด้วยโดยบริสุทธิเทียบฎีกาที่ 58/2466,341/2468
ตัดไม้หวงห้ามในที่ดินของตนไม่มีผิดแปลความหมายคำว่า " ป่า " ตาม พ.ร.บ.รักษาป่า
ย้อนสำนวนให้ศาลเดิมรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาเพราะถึงแม้การส่งเด็กไปอยู่โรงเรียนดัดสันดานจะไม่ใช่โทษก็ดี แต่ถ้าพิจารณาได้ความจริงว่าหลบหนีจากที่คุมขังก็มีผิดเทียบฎีกาที่ 774/2456 ,149/2470
บุกรุกเข้าไปทำนาในที่ซึ่งรัฐบาลหวงห้ามไว้สำหรับสาธารณะประโยชน์ ไม่มีผิดฐานบุกรุก ทำผิดละหุโทษครั้งก่อนกับครั้งหลังห่างกัน 1 ปี จะเพิ่มโทษแลยกอาญาที่รอไว้มารวมด้วยไม่ได้ จำเลยที่มิได้อุทธรณ์ขึ้นมาด้วยนั้น เมื่อมีเหตุในลักษณะคดีแล้ว …
พวกผู้ร้ายที่สมคบกันไปฆ่าเขาตายต้องมีความผิดเปนตัวการด้วยกันการวางโทษย่อมอยู่ในดุลยพินิจของศาล แต่จะใช้มาตรา 59 มาลดโทษปราณีย์เพราะเหตุที่ไม่ได้ความว่าใครเปนผู้ลงมือไม่ได้ อย่างไรเรียกว่าพยาบาท
ฟ้องว่าชิงทรัพย์พิจารณาได้ความว่าทำให้เสียทรัพย์ลงโทษได้ฎีกาอุทธรณ์
ผู้ใดมีชื่อในโฉนด ชั้นต้นต้องสันนิษฐานว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ประเด็นตกเป็นหน้าที่ของฝ่ายใดจะต้องนำสืบก่อน ถ้าฝ่ายนั้นไม่นำสืบ ศาลต้องตัดสินให้แพ้
การกระทำซึ่งอาจจะแลเห็นผลได้นั้น ไม่ใช่เปนความผิดฐานประมาท
ศาลเดิมลงโทษ ฮ.ตาม ม.256 แล ค. 338 ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษ ฮ.ตาม ม.338 แล ค.ตาม ม.256 ค.ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ ฮ.ตาม ม.256 ได้
ผู้ร้ายเปนแต่พูดว่าจะต้องการตุ้มหูที่เจ้าทรัพย์แลมิได้ใช้กิริยาขู่เข็ญว่าจะทำร้าย ยังไม่เปนผิดฐานชิงทรัพย์
สัญญาใดซึ่งไม่เปิดช่องให้ศาลบังคับตามสัญญาได้แล้ว ศาลจะให้แต่ค่าเสียหายเท่านั้น
เจ้าพนักงานตำรวจตรวจเงินรัชชูปการยักยอกเงินที่ราษฎรฝากเสียมีผิดตาม ม.314 วิธีพิจารณาอาญา ฟ้องเคลือบคลุมจำเลยให้การแก้ฟ้องตรงกับวันเวลาที่โจทก์หาแล้ว ไม่เรียกว่าจำเลยหลงข้อต่อสู้
ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เปนปัญหาข้อกฎหมาย ลักษณพะยาน แม้จำเลยจะมีอำนาจซักค้านพะยานของจำเลยด้วยกันก็ดี แต่ศาลไม่อนุญาต แลการตัดสินคดีไม่ได้ฟังคำพะยานของจำเลยคนหนึ่งมาลงโทษอีกคนหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีเหตุจะให้ศาลกลับรื้อพิจารณาใหม่
3 คนไปลักทรัพย์ด้วยกันคนหนึ่งเงื้อมีดขู่เจ้าทรัพย์ที่ติดตามมา เมื่อ 2 คนหนีไปแล้วเช่นนี้ ยังไม่มีผิดฐานปล้น
ลักษณพะยาน คำให้การชั้นไต่สวน