ป.วิ.อ. มาตรา 258 บัญญัติว่า ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยค่าฤชาธรรมเนียมมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อตาม ป.วิ.พ. มาตรา 149 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ค่าทนายความเป็นค่าฤชาธรรมเนียม มิใช่เป็นค่าธรรมเนียม และตามมาต …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินพิพาท เนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินที่จะบังคับคดีได้ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินพ …
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาข้อ 2.1 ถึง 2.3เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 (ที่ถูก มาตรา 248) ส่วนข้อ 2.4 แม้เป็นปัญหาข้อกฎ …
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์มีทั้งปัญหาในข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมาย และคดีนี้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิ …
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มิได้กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 และโจทก์ก็ฎีกาข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในทางการที่จ้ …
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งได้บุกรุกเข้าไปปลูกอาคารไม้เป็นที่อยู่อาศัยในที่ดินของวัด อันเป็นศาสนสมบัติซึ่งอยู่ในความดูแลของโจทก์ แม้โจทก์จะไม่บรรยายฟ้องว่าที่พิพาทตรงที่จำเลยบุกรุกแต่ละสำนวนนั้น อาจให้เช่าได้เดือนละเท่าใด แต่โจทก์ก็เ …
จำเลยกับครอบครัวใช้ทางเดินในที่ดินของโจทก์ไปออกทางสาธารณะเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยมีช่องประตูรั้วสำหรับเข้าออกบ้าน จำเลยได้ ต่อมาโจทก์ทำรั้วใหม่ตามแนวรั้วเดิมที่ผุพัง และล้อมปิดกั้นช่องประตูรั้วที่เคยมีเข้าออกบ้านจำเลยเสียด้วย จำเลยไ …
โจทก์จำเลยวิวาททำร้ายกันคู่วิวาทจะฟ้องให้ลงโทษอีกฝ่ายหนึ่งหาได้ไม่
การบรรยายฟ้องในข้อหาฐานเบิดความเท็จนั้นเมื่อมีข้อความครบถ้วนตาม ป.วิ.อาญา ม.158 เกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายที่จำเลยกระทำผิด กับบรรยายว่าจำเลยได้สาบาลตัวแล้วเอาความที่รู้ว่าเท็จมาเบิกในข้อสำคัญในคดีและข้อที่ว่าเท็จและความจริงเป็นอย่า …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสองฝ่ายแต่ละฝ่ายได้สมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง จำเลยทุกคนรับตามฟ้อง ข้อเท็จจริงต้องฟังว่าจำเลยทุกคนเข้าวิวาทต่อสู้กันไม่ปรากฏว่า ใครทำใครความผิดจำเลยจึงต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 258
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยและผู้เสียหายวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันตัวต่อตัว ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย(มาตรา 254)ได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง
ฟ้องใช้ถ้อยคำว่า 'จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 อีกฝ่ายหนึ่ง ต่างสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้ทำร้ายร่างกาย ซึ่งกันและกันโดยจำเลยที่ 1-2 สมคบกันใช้เหล็กแหลมแทงทำร้ายจำเลยที่ 3 บาดเจ็บสาหัสจำเลยที่ 3-4 สมค …
ฟ้องโจทก์ที่กล่าวว่า จำเลยทั้ง 3 บังอาจใช้กำลังกายและสาตราวุธทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน จำเลยที่ 1 บาดเจ็บสาหัส จำเลยที่ 2 ไม่บาดเจ็บ จำเลยที่ 3 บาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม. 254,256 ดังนี้เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะจำเลยคนใดย่อม …
โจทก์ฟ้องจำเลย 4 คน หาว่าวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันจำเลยต่างให้การปฏิเสธ โจทก์มีพยานปาก 1 เบิกความสมข้อต่อสู้ของจำเลยฝ่ายหนึ่งแสดงว่าเป็นการป้องกัน และมีพยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความสมข้อต่อสู้ของจำเลย อีกฝ่ายหนึ่งว่าทำโดยป้อง …
การวิวาทต่อสู้กันระหว่างคนตั้งแต่สามคนขึ้นไปอันเป็นความผิดตามมาตรา 258 นั้น ฝ่ายที่ถูกทำร้ายสาหัสคือคนที่ถูกทำร้ายสาหัสก็คงมีความผิดตาม ม. 258 ในกรณีที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปวิวาทต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัสในที่วิวาทต่อสู้กัน ถ้าฟ้อง …
โจทย์ฟ้องจำเลยหลายคนว่าสมัคร์ใจเข้าทำร้ายกันบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษฐานวิวาทตาม ม.253 ซึ่งเดิมอ้าง ม.254 ด้วย แต่ฆ่าออก ทางพิจารณาได้ความว่ามีผู้ถูกทำร้ายเพียงบาดเจ็บดังนี้ จะลงโทษตาม ม.254 ไม่ได้ เพราะแสดงชัดว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษต …
ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาปรับ 22 บาท ฐานวิวาททำร้ายร่างกาย จำเลยพ้นโทษไม่เกิน 5 ปี มากระทำผิดในคดีนี้ไม่เข็ดหลาบ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ก็เพิ่มโทษตาม ม.72 ไม่ได้ เพราะอาจเป็นคดีลหุโทษก็ได้
สาลอุธรน์ลงโทสจำเลยคนหนึ่งตามมาตรา 258 โจทดีกา ขอไห้ลงโทสจำเลยคนที่ถูกปล่อยตามมาตรา 258 แม้สาลดีกาฟังว่า คดีไม่มีควมผิดตามมาตรา 258 เกิดขึ้น สาลก็ไม่แก้ไขสำหรับจำเลยคนที่ถูกสาลอุธรน์ลงโทสได้.
ผู้เสียหายจะเตะคนอื่น แต่เตะผิดไปถูกเอาจำเลยจำเลยจึงฟันผู้เสียหายไปหนึ่งทีดังนี้ ถือได้ว่าเปนการยั่วโทสะ เกิดทำร้ายชุลมุนอันเปนหมู่ไหย่เมื่อเลิกล้วปรากตว่ามีผู้ได้รับมาดเจ็บสาหัส ฟังไม่ได้ว่าไครทำร้ายไครดังนี้จำเลยย่อมมีความผิดถาน …
ฟ้องว่าจำเลยบังอาอดทำร้ายร่างกายทางพิจารนาได้ความว่า ทำร้ายร่างกายเนื่องจากกรนีวิวาท ลงโทสได้ ไม่ถือว่าข้อเท็ดจิงไนการพิจารนาต่างกับข้อเท็ดจิงที่กลางไนฟ้อง.