Section 172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๑ วิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น
คำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น
ให้ศาลตรวจคำฟ้องนั้นแล้วสั่งให้รับไว้ หรือให้ยกเสียหรือให้คืนไป ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘
This section cites
Related Supreme Court judgments
2,066 cases
ที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญเจ้าของยกให้โดยไม่ได้ทำให้ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย ผู้รับการให้ได้เข้าครอบครองมากว่าหนึ่งปีแล้วย่อมได้สิทธิตาม ม.1367 ฉะนั้นเจ้าของเดิมทำพินัยกรรม์ยกที่ดินนั้นให้ผู้อื่นในภายหลังจึงไม่มีผล โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แล้วนำสืบว่าโจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยผู้อื่นยกให้เช่นนี้ เป็นการสืบถึงเหตุที่ได้ที่พิพาทมา ไม่เป็นการสืบนอกฟ้อง
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.วิ.พ. มาตรา 84
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญเจ้าของยกให้โดยไม่ได้ทำให้ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย ผู้รับการให้ได้เข้าครอบครองมากว่าหนึ่งปีแล้วย่อมได้สิทธิตาม ม.1367 ฉะนั้นเจ้าของเดิมทำพินัยกรรม์ยกที่ดินนั้นให้ผู้อื่นในภายหลังจึงไม่มีผล โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แล้วนำสืบว่าโจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยผู้อื่นยกให้เช่นนี้ เป็นการสืบถึงเหตุที่ได้ที่พิพาทมา ไม่เป็นการสืบนอกฟ้อง
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.วิ.พ. มาตรา 84
ป.วิ.พ. มาตรา 172
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอน+โดยบรรยายฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของบิดาโจทก์โดยแจ้งมรดกยกให้ตั้งแต่ก่อนตาย แต่ยังไม่ได้แก้ชื่อในโฉนด เมื่อบิดาโจทก์ตายแล้วจำเลยได้ไปขอรับมฤดกโดยปกปิดโจทก์เช่นนี้เป็นฟ้องที่แสดงแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ไม่จำต้องระบุว่านิติกรรมนั้นผิดกฎหมายอะไรหรือใช้ไม่ได้อย่างไร
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 172
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอน+โดยบรรยายฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของบิดาโจทก์โดยแจ้งมรดกยกให้ตั้งแต่ก่อนตาย แต่ยังไม่ได้แก้ชื่อในโฉนด เมื่อบิดาโจทก์ตายแล้วจำเลยได้ไปขอรับมฤดกโดยปกปิดโจทก์เช่นนี้เป็นฟ้องที่แสดงแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ไม่จำต้องระบุว่านิติกรรมนั้นผิดกฎหมายอะไรหรือใช้ไม่ได้อย่างไร
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 172
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าบ้านรายพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่าบ้านเป็นของมารดาโจทก์ ๆ ได้ขายให้จำเลยแล้ว และฟ้องแย้งว่า ถ้าหากเป็นบ้านของโจทก์จริง จำเลยก็ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์รื้อบ้านรายพิพาทออกไป เพราะการที่โจทก์อาศัยจำเลยอยู่ในที่ ๆ จำเลยเป็นผู้เช่าผู้อื่นอยู่นั้นเป็นโมฆะฟ้องแย้งของจำเลยเช่นนี้ เป็นฟ้องที่เกี่ยวพันกับฟ้องเดิม และข้อหาก็แจ้งขัดแล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันในตัว
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 177
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าบ้านรายพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่าบ้านเป็นของมารดาโจทก์ ๆ ได้ขายให้จำเลยแล้ว และฟ้องแย้งว่า ถ้าหากเป็นบ้านของโจทก์จริง จำเลยก็ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์รื้อบ้านรายพิพาทออกไป เพราะการที่โจทก์อาศัยจำเลยอยู่ในที่ ๆ จำเลยเป็นผู้เช่าผู้อื่นอยู่นั้นเป็นโมฆะฟ้องแย้งของจำเลยเช่นนี้ เป็นฟ้องที่เกี่ยวพันกับฟ้องเดิม และข้อหาก็แจ้งขัดแล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันในตัว
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 177
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขายที่ดินมีโฉนดแต่มีชื่อบุตรจำเลยเป็นเจ้าของให้แก่โจทก์ด้วยปากเปล่าโจทก์ได้ครอบครองเป็นเจ้าของมา 16 ปี บุตรจำเลยคนหนึ่งถึงแก่ความตาย จำเลยจึงไปประกาศขอรับมรดก แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของบุตรจำเลยก็ตาม ก็ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ในชั้นบังคับคดี คู่ความจะอ้างว่าฟ้องเดิมของโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 ไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ในชั้นบังคับคดี คู่ความจะอ้างว่าฟ้องเดิมของโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 ไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 172
สามีมีสิทธิทำพินัยกรรมยกสินบริคณห์ให้แก่บุคคลอื่นได้ในเมื่อทรัพย์ที่ยกให้นั้นมีราคาไม่เกินส่วนของสามีและทรัพย์นั้นมีพฤติการณ์ที่ศาลเห็นว่าควรตกได้เป็นส่วนแบ่งของสามี ( ป.ช.ญ.ครั้งที่ 6/2498) ฎีกาที่ตั้งต้นเรื่องเอาที่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยยกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างไว้ชัดเจนแล้วย่อมเป็นฎีกาที่สมบูรณ์
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1477
ป.พ.พ. มาตรา 1361
ป.พ.พ. มาตรา 1364
ป.พ.พ. มาตรา 172
ป.พ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 249
โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยอาศัย ขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่ามิใช่อาศัย แต่เป็นการเช่าช่วงจากโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตอนแรกจำเลยเข้ามาปลูกเรือนอยู่ในสวนพิพาทนั้น โดยเป็นการอาศัยโจทก์ แต่ต่อมาโจทก์ซื้อกิ่งส้มมาให้จำเลย ปลูกและดูแลรักษาเพื่อแบ่งผลกัน พฤติการณ์ตอนหลังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยอยู่ในสวนพิพาทในฐานะผู้ดูแลรักษาต้น ส้มอันจำเลยมีผลประโยชน์ร่วมด้วย เมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความชัดว่าการอยู่อาศัยกับการปลูกดูแลรักษาต้นส้มนั้น แยกขาดจากกัน ดังนี้ จะชี้ขาดว่…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.พ.พ. มาตรา 1402
ป.พ.พ. มาตรา 1429
โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยอาศัย ขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่ามิใช่อาศัย แต่เป็นการเช่าช่วงจากโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตอนแรกจำเลยเข้ามาปลูกเรือนอยู่ในสวนพิพาทนั้น โดยเป็นการอาศัยโจทก์ แต่ต่อมาโจทก์ซื้อกิ่งส้มมาให้จำเลย ปลูกและดูแลรักษาเพื่อแบ่งผลกัน พฤติการณ์ตอนหลังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยอยู่ในสวนพิพาทในฐานะผู้ดูแลรักษาต้น ส้มอันจำเลยมีผลประโยชน์ร่วมด้วย เมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความชัดว่าการอยู่อาศัยกับการปลูกดูแลรักษาต้นส้มนั้น แยกขาดจากกัน ดังนี้ จะชี้ขาดว่…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.พ.พ. มาตรา 1402
ป.พ.พ. มาตรา 1429
โจทก์ฟ้องบรรยายว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท โจทก์และบุตรครอบครองตลอดมา แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่า โจทก์ให้บุตรเขยดูแลรักษาครอบครองที่พิพาท ก็ถือเท่ากับโจทก์เป็นผู้ใช้สิทธิครอบครองอันได้สิทธิเป็นเจ้าของที่ พิพาทนั่นเอง ไม่เป็นการแตกต่างกับฟ้อง ศาลย่อมพิพากษาให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ได้./
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
โจทก์ฟ้องบรรยายว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท โจทก์และบุตรครอบครองตลอดมา แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่า โจทก์ให้บุตรเขยดูแลรักษาครอบครองที่พิพาท ก็ถือเท่ากับโจทก์เป็นผู้ใช้สิทธิครอบครองอันได้สิทธิเป็นเจ้าของที่ พิพาทนั่นเอง ไม่เป็นการแตกต่างกับฟ้อง ศาลย่อมพิพากษาให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ได้./
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
โจทก์ฟ้องว่า ได้เข้าหุ้นทำป่าไม้กับจำเลยเป็นเงิน10,000 บาทต่อมาสามีโจทก์บอกล้างนิติกรรมเข้าหุ้นรายนี้และโจทก์ขอคืนเงินค่าหุ้นจำเลยยอมคืนและผ่อนชำระแล้ว 1,500 บาท ที่เหลือ 8,500 บาทขอผัดชำระวันหลังแล้วในที่สุดไม่ยอมชำระจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยปฏิเสธว่าสามีโจทก์มิได้บอกล้างนิติกรรมเข้าหุ้นส่วน แต่รับว่าได้คืนเงินค่าหุ้นให้ 1,500 บาทจริงเพราะสำคัญผิด คิดว่ามีอำนาจคืนได้โดยไม่ต้องให้หุ้นส่วนทั้งหมดยินยอม ดังนี้ ประเด็นในข้อที่สามีโจทก์บอกล้างนิติกรรมห…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.พ.พ. มาตรา 1032
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา