Section 243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๑ อุทธรณ์
(๑) เมื่อคดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง และศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นเสีย แล้วส่งสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อให้พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ ในกรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นอาจประกอบด้วยผู้พิพากษาอื่นนอกจากที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งมาแล้ว และคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่นี้อาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีเป็นอย่างอื่นนอกจากคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถูกยกได้
(๒) เมื่อคดีปรากฏว่าเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาหรือมีเหตุที่ศาลได้ปฏิเสธไม่สืบพยานตามที่ผู้ขออุทธรณ์ร้องขอ และศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นแล้วกำหนดให้ศาลชั้นต้นซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาคณะเดิมหรือผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นใดตามที่ศาลอุทธรณ์จะเห็นสมควร พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน และพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่
(๓) ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์จำต้องถือตามข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้น ถ้าปรากฏว่า
(ก) การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นผิดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์อาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้น แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้น หรือ
(ข) ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์อาจทำคำสั่งให้ยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นเสีย แล้วกำหนดให้ศาลชั้นต้นซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาคณะเดิม หรือผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นใด ตามที่ศาลอุทธรณ์เห็นสมควร พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน โดยดำเนินตามคำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปตามรูปความ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะปรากฏจากการอุทธรณ์หรือไม่
ในคดีทั้งปวงที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามมาตรานี้ คู่ความชอบที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่เช่นว่านี้ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ตามบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
794 cases
กระทงความผิดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์และแยกกันได้เด็ดขาดจากกระทงความผิดที่อุทธรณ์มานั้นย่อมถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาการที่จำเลยยิงปืน 2 นัดถูกผู้เสียหายคนหนึ่งตาย อีก 2 คนบาดเจ็บหากไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนใดเป็น 2 กรรมแล้วถือว่าจำเลยทำผิดกระทงเดียวพฤติการณ์ที่ถือว่าป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 198
ป.วิ.อ. มาตรา 215
+3
เจ้าหนี้ยึดสินบริคนห์ระหว่างจำเลยกับสามีสามีร้องขัดทรัพย์อ้างว่านิติกัมที่ภรรยาทำเปนโมคียะ ไม่ผูกพันสินบริคนห์สาลสั่งถอนการยึดไปตามคำร้องขัดทรัพย์ เจ้าหนี้มาฟ้องขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยานั้นไหม่ได้ ไม่เปนฟ้องซ้ำ เจ้าหนี้ซึ่งขอแยกสินบริคนห์ของลูกหนี้ตาม ม. 1483 นั้นไม่จำต้องขอขนะยึดทรัพย์ของลูกหนี้ แม้สาลไห้ถอนการยึดแล้วก็ขอได้ ไนกรนีที่ขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยาเพื่อไช้หนี้ ถ้าจำเลยต่อสู้ว่าขายไห้คนพายนอกไปแล้ว ก็ต้องพิจารนาว่าจิงหรือไ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 37
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 1483
ป.พ.พ. มาตรา 1479
ป.พ.พ. มาตรา 1480
ป.พ.พ. มาตรา 1481
ป.พ.พ. มาตรา 1482
+5
เจ้าหนี้ยึดสินบริคนห์ระหว่างจำเลยกับสามีสามีร้องขัดทรัพย์อ้างว่านิติกัมที่ภรรยาทำเปนโมคียะ ไม่ผูกพันสินบริคนห์สาลสั่งถอนการยึดไปตามคำร้องขัดทรัพย์ เจ้าหนี้มาฟ้องขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยานั้นไหม่ได้ ไม่เปนฟ้องซ้ำ เจ้าหนี้ซึ่งขอแยกสินบริคนห์ของลูกหนี้ตาม ม. 1483 นั้นไม่จำต้องขอขนะยึดทรัพย์ของลูกหนี้ แม้สาลไห้ถอนการยึดแล้วก็ขอได้ ไนกรนีที่ขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยาเพื่อไช้หนี้ ถ้าจำเลยต่อสู้ว่าขายไห้คนพายนอกไปแล้ว ก็ต้องพิจารนาว่าจิงหรือไ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 37
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 1483
ป.พ.พ. มาตรา 1479
ป.พ.พ. มาตรา 1480
ป.พ.พ. มาตรา 1481
ป.พ.พ. มาตรา 1482
+5
ศาลชั้นต้นสั่งว่าฟ้องไม่เคลือบคลุมจำเลยมิได้คัดค้านไว้และมิได้อุทธรณ์ภายใน 1 เดือน เมื่อศาลตัดสินแล้วจำเลยจะยกขึ้นอุทธรณ์ไม่ได้ และศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 425
ป.วิ.พ. มาตรา 226
ป.วิ.พ. มาตรา 238
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
สาลชั้นต้นสั่งว่าฟ้องไม่เคลือบคลุมจำเลยมิได้คัดค้านไว้และมิได้อุธรน์พายไน 1 เดือนเมื่อสาลตัดสินแล้ว จำเลยจะยกขึ้น อุธรน์ไม่ได้ และสาลอุธรน์จะยกขึ้นวินิฉัยไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 425
ป.วิ.พ. มาตรา 226
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247.
ฟ้องโจททุกฉบับต้องระบุเวลาผิดเหตุกลางวันหรือกลางคืน ถ้าโจทไม่รู้เวลาก็ต้องกล่าวไนฟ้องมิฉะนั้นยอมไม่เปนฟ้องที่ชอบด้วยกดหมาย ฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกดหมายแม้จำเลยจะไห้การับสารภาพก็ลงโทสจำเลยไม่ได้ ฟ้องโจทที่มิได้ระบุเวลาที่เกิดเหตุ แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นคัดค้านไว้ สาลย่อมหยิบยกขึ้นพิจารนาได้
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ฟ้องโจททุกฉบับต้องระบุเวลาผิดเหตุกลางวันหรือกลางคืน ถ้าโจทไม่รู้เวลาก็ต้องกล่าวไนฟ้องมิฉะนั้นยอมไม่เปนฟ้องที่ชอบด้วยกดหมาย ฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกดหมายแม้จำเลยจะไห้การับสารภาพก็ลงโทสจำเลยไม่ได้ ฟ้องโจทที่มิได้ระบุเวลาที่เกิดเหตุ แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นคัดค้านไว้ สาลย่อมหยิบยกขึ้นพิจารนาได้
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ในวันนัดพิจารณาซึ่งศาลกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนจำเลยไม่มาศาลคงมีแต่ทนายจำเลยมาศาลตามกำหนดนัด กรณีเช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และจะถือว่าจำเลยละเลยไม่นำพยานมาสืบไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 106
ป.วิ.พ. มาตรา 110
ป.วิ.พ. มาตรา 193
ป.วิ.พ. มาตรา 197
ป.วิ.พ. มาตรา 202
ป.วิ.พ. มาตรา 240
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ในวันนัดพิจารณาซึ่งศาลกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนจำเลยไม่มาศาลคงมีแต่ทนายจำเลยมาศาลตามกำหนดนัด กรณีเช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และจะถือว่าจำเลยละเลยไม่นำพยานมาสืบไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 106
ป.วิ.พ. มาตรา 110
ป.วิ.พ. มาตรา 193
ป.วิ.พ. มาตรา 197
ป.วิ.พ. มาตรา 202
ป.วิ.พ. มาตรา 240
ป.วิ.พ. มาตรา 243
คดีอาญาที่การกระทำผิดเกิดขึ้นคาบเกี่ยวกับศาลพลเรือนและศาลทหารเมื่อไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นภายในเวลาที่บัญญัติว่าจะต้องดำเนินคดีทางศาลทหารเช่นนี้ ต้องนำคดีขึ้นศาลพลเรือน
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 240
ป.วิ.พ. มาตรา 243
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 22
+3
คดีอาญาที่การกระทำผิดเกิดขึ้นคาบเกี่ยวกับศาลพลเรือนและศาลทหารเมื่อไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นภายในเวลาที่บัญญัติว่าจะต้องดำเนินคดีทางศาลทหารเช่นนี้ ต้องนำคดีขึ้นศาลพลเรือน
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 240
ป.วิ.พ. มาตรา 243
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 22
+3
ข้อความไนสัญญามีว่า จำเลยทำสัญญาซื้อข้าวเหนียวกล้องไหย่ซึ่งจำเลยไห้การโต้แย้งว่า ข้าวที่โจทส่งไห้จำเลยไม่ถูกต้องชนิดไนสัญญา ข้าวเหนียวชนิดตามสัญญาคือข้าวเหนียวกล้องหย่างดีชนิดสีครั้งเดียว ไม่ต้องขัดมัน ดังนี้ถือว่าเปนข้อเท็ดจิงที่จำเลยนำสืบ ได้หาไช่เปนการสืบเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความไนสัญญาไม่แต่เปนการสืบอธิบายความหมายพิเสสแห่งถ้อยคำ
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 503
ป.พ.พ. มาตรา 504
ป.พ.พ. มาตรา 508
ป.วิ.พ. มาตรา 94
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกเมื่อเกินอายุความ 1 ปีและจำเลยต่อสู้ว่ามฤดกนั้นได้แบ่งกันแล้วโดยต่างเข้าปกครองเป็นส่วนสัดโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนว่าโจทก์ปกครองทรัพย์มฤดกรายที่ฟ้องแบ่ง.
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 84
ป.วิ.พ. มาตรา 243
จำเลยมีอำนาจตั้งตัวแทนมาต่อสู้คดีในศาลแทนตนได้ และเมื่อตัวแทนมายื่นคำให้การแทนแล้วก็จะถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การไม่ได้ ประมวลแพ่งฯ ม.801 ไม่ห้ามการเข้าต่อสู้คดีเป็นจำเลยแทน ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจโดยทั่วไปจึงเข้าต่อสู้คดีเป็นจำเลยแทนผู้มอบอำนาจโดยทั่วไปได้ในเรื่องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล ศาลสูงจะสั่งให้แยกพิจารณาพิพากษาใหม่ฉะเพาะฝ่ายผู้รับโอนฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องให้พิจารณาพิพากษาใหม่ทั้งผู้โอนด้วย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 60
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 801
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา