Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Section 158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ลักษณะ ๑ ฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง

ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือ และมี
(๑) ชื่อศาลและวันเดือนปี
(๒) คดีระหว่างผู้ใดโจทก์ผู้ใดจำเลย และฐานความผิด
(๓) ตำแหน่งพนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ ถ้าราษฎรเป็นโจทก์ให้ใส่ชื่อตัว นามสกุล อายุ ที่อยู่ ชาติและบังคับ
(๔) ชื่อตัว นามสกุล ที่อยู่ ชาติและบังคับของจำเลย
(๕) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
ในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยคำพูด หนังสือ ภาพขีดเขียน หรือสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาท ให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้อง
(๖) อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด
(๗) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง

Related Supreme Court judgments

1,972 cases
Search more judgments
โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยในข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ในหน้าที่ เพียงแต่การที่โจทก์มิได้ระบุคำว่า "โดยทุจริต" ไว้ในคำฟ้อง หาทำให้กลายเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ เสมอไปไม่เพราะถ้าโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่า จำเลยได้กระทำผิดมาในฟ้องประกอบด้วยข้อความอื่น ๆ ที่กฎหมายต้องการแล้ว ฟ้องนั้นก็สมบูรณ์ เรื่องนี้โจทก์บรรยายในฟ้องไว้ด้วยว่า จำเลยกระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะประโยคที่กล่าวอ้… Read full text
Sections also considered: ป.อ. มาตรา 1 ป.อ. มาตรา 147 ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 176 เดิมบัญญัติถึงกรณีที่จะต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลยให้ถือเกณฑ์อัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ที่แก้ไขใหม่ได้เปลี่ยนหลักเดิมเป็นถือเกณฑ์อัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป หรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น แม้ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. 131 ที่แก้ไข มีโทษขั้นสูงจำคุกตลอดชีวิตหรือ 20 ปี แต่ก็มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เมื่อจำเลยรับสารภาพก็ไม่ต้องสืบพยานประกอบ โจทก์ฟ้องและอ้างประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 ย… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 176 ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 มาตรา 11 ป.อ. มาตรา 3 ป.อ. มาตรา 147 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131
ป.วิ.อ. มาตรา 176 เดิมบัญญัติถึงกรณีที่จะต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลยให้ถือเกณฑ์อัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ที่แก้ไขใหม่ได้เปลี่ยนหลักเดิมเป็นถือเกณฑ์อัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป หรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น แม้ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. 131 ที่แก้ไข มีโทษขั้นสูงจำคุกตลอดชีวิตหรือ 20 ปี แต่ก็มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เมื่อจำเลยรับสารภาพก็ไม่ต้องสืบพยานประกอบ โจทก์ฟ้องและอ้างประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 ย… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 176 ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 มาตรา 11 ป.อ. มาตรา 3 ป.อ. มาตรา 147 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมมือกับพวกกระทำความผิด เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้ร่วมกันกับพวกกระทำความผิดตามฟ้อง แม้จำเลยมิได้ลงมือกระทำการปล้น จำเลยพียงรับหน้าที่คอยแจ้งสัญญานอันตรายให้พวกทราบ ซึ่งเป็นการกระทำส่วนหนึ่ง เพื่อให้การปล้นบรรลุผลสำเร็จ เช่นนี้ เรียกได้ว่าจำเลยเป็นตัวการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.83 แล้ว ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาจึงไม่ต่างกับฟ้อง และการกระทำดังกล่าวของจำเลยมิใช่มีผิดเพียงฐานสมรู้ เพราะจำเลยมิใช่เพียงแ… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.อ. มาตรา 83 ป.อ. มาตรา 86 ป.อ. มาตรา 80 ป.อ. มาตรา 300 ป.อ. มาตรา 289
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมมือกับพวกกระทำความผิด เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้ร่วมกันกับพวกกระทำความผิดตามฟ้อง แม้จำเลยมิได้ลงมือกระทำการปล้น จำเลยพียงรับหน้าที่คอยแจ้งสัญญานอันตรายให้พวกทราบ ซึ่งเป็นการกระทำส่วนหนึ่ง เพื่อให้การปล้นบรรลุผลสำเร็จ เช่นนี้ เรียกได้ว่าจำเลยเป็นตัวการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.83 แล้ว ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาจึงไม่ต่างกับฟ้อง และการกระทำดังกล่าวของจำเลยมิใช่มีผิดเพียงฐานสมรู้ เพราะจำเลยมิใช่เพียงแ… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.อ. มาตรา 83 ป.อ. มาตรา 86 ป.อ. มาตรา 80 ป.อ. มาตรา 300 ป.อ. มาตรา 289
ความผิดฐานเบิกความเท็จ โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยสาบานตัวเบิกความต่อศาลว่าโจทก์เป็นคนร้ายปล้นกระบือตามฟ้องของพนักงานอัยการโดย จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จแม้โจทก์จะมิได้บรรยายว่าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ก็ย่อมเข้าใจอยู่ในตัวแล้วว่าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีทีเดียว เพราะการเป็นคนร้ายตามฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ เป็นประเด็นโดยตรงของคดีที่กล่าวหากันดังนี้ ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์แล้ว Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 158 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 155 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 156
ความผิดฐานเบิกความเท็จ โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยสาบานตัวเบิกความต่อศาลว่าโจทก์เป็นคนร้ายปล้นกระบือตามฟ้องของพนักงานอัยการโดย จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จแม้โจทก์จะมิได้บรรยายว่าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ก็ย่อมเข้าใจอยู่ในตัวแล้วว่าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีทีเดียว เพราะการเป็นคนร้ายตามฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ เป็นประเด็นโดยตรงของคดีที่กล่าวหากันดังนี้ ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์แล้ว Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 158 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 155 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 156
จำเลยหลอกหลวงว่าน้ำที่พุขึ้นนั้นเจ้าแม่สำโรงบันดาลให้มีขึ้นและว่าน้ำพุนั้นศักดิ์สิทธิใช้เป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ประชาชนคนดูหลงเชื่อ ได้เอาน้ำนั้นไปใช้กินและทารักษาโรค แต่ไม่หายเพราะเป็นน้ำธรรมดาในลำคลองนั้นเอง และได้ให้เงินแก่จำเลยรวมประมาณหมื่นบาทโดยหลงเชื่อว่าน้ำนั้นเป็นของเจ้าแม่สำโรงรักษาโรคได้ แต่ความจริงนั้น จำเลยที่ 1 เอาเท้าพุ้ยน้ำในคลองทำให้น้ำผุดพุขึ้นมาเอง ไม่เกี่ยวแก่เจ้าแม่อะไรเลย จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดด้วย โดยอ้างว่าน้ำพุนั้… Read full text
Sections also considered: ป.อ. มาตรา 343 ป.อ. มาตรา 341 ป.อ. มาตรา 342 ป.อ. มาตรา 59 ป.อ. มาตรา 1 ป.อ. มาตรา 83 ป.วิ.อ. มาตรา 158
จำเลยหลอกหลวงว่าน้ำที่พุขึ้นนั้นเจ้าแม่สำโรงบันดาลให้มีขึ้นและว่าน้ำพุนั้นศักดิ์สิทธิใช้เป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ประชาชนคนดูหลงเชื่อ ได้เอาน้ำนั้นไปใช้กินและทารักษาโรค แต่ไม่หายเพราะเป็นน้ำธรรมดาในลำคลองนั้นเอง และได้ให้เงินแก่จำเลยรวมประมาณหมื่นบาทโดยหลงเชื่อว่าน้ำนั้นเป็นของเจ้าแม่สำโรงรักษาโรคได้ แต่ความจริงนั้น จำเลยที่ 1 เอาเท้าพุ้ยน้ำในคลองทำให้น้ำผุดพุขึ้นมาเอง ไม่เกี่ยวแก่เจ้าแม่อะไรเลย จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดด้วย โดยอ้างว่าน้ำพุนั้… Read full text
Sections also considered: ป.อ. มาตรา 343 ป.อ. มาตรา 341 ป.อ. มาตรา 342 ป.อ. มาตรา 59 ป.อ. มาตรา 1 ป.อ. มาตรา 83 ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฟ้องที่บรรยายความแต่เพียงว่า จำเลยข่มขืนใจบังคับให้โจทก์ยอมทำสัญญากู้เพื่อจำเลยจะได้รับทรัพย์สินจากการขู่เข็ญนั้น โดยไม่ได้ระบุว่าด้วยการใช้กำลังทำร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน หรือขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย ไม่เป็นฟ้องที่จะลงโทษจำเลยตามประมวลอาญา ม.337,338 ได้. Read full text
Sections also considered: ป.อ. มาตรา 337 ป.อ. มาตรา 338 ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฟ้องที่บรรยายความแต่เพียงว่า จำเลยข่มขืนใจบังคับให้โจทก์ยอมทำสัญญากู้เพื่อจำเลยจะได้รับทรัพย์สินจากการขู่เข็ญนั้น โดยไม่ได้ระบุว่าด้วยการใช้กำลังทำร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน หรือขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย ไม่เป็นฟ้องที่จะลงโทษจำเลยตามประมวลอาญา ม.337,338 ได้. Read full text
Sections also considered: ป.อ. มาตรา 337 ป.อ. มาตรา 338 ป.วิ.อ. มาตรา 158
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีไม้ประดู่แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484มาตรา 48, 73,74 และพระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 17 ดังนี้ ถือว่า เป็นฟ้องสมบูรณ์ไม่ต้องระบุว่าเป็นไม้แปรรูปประเภทหวงห้าม Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 50
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีไม้ประดู่แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484มาตรา 48, 73,74 และพระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 17 ดังนี้ ถือว่า เป็นฟ้องสมบูรณ์ไม่ต้องระบุว่าเป็นไม้แปรรูปประเภทหวงห้าม Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 50
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยได้รับบาดเจ็บสาหัสดังปรากฏตามรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องนี้ หาได้บรรยายว่าบาดเจ็บสาหัสอย่างไรและรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องก็ไม่เข้าเกณฑ์อันตรายสาหัสตามมาตรา 297 ที่ว่ารักษาเกินกว่ายี่สิบวันดังนี้ เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158ข้อ 5 Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.อ. มาตรา 299 ป.อ. มาตรา 297
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยได้รับบาดเจ็บสาหัสดังปรากฏตามรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องนี้ หาได้บรรยายว่าบาดเจ็บสาหัสอย่างไรและรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องก็ไม่เข้าเกณฑ์อันตรายสาหัสตามมาตรา 297 ที่ว่ารักษาเกินกว่ายี่สิบวันดังนี้ เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158ข้อ 5 Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.อ. มาตรา 299 ป.อ. มาตรา 297
Does this section affect your situation?
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Request a Consultation

Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up