Section 192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ลักษณะ ๓ คำพิพากษาและคำสั่ง
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ให้ศาลยกฟ้องคดีนั้น เว้นแต่ข้อแตกต่างนั้นมิใช่ในข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้
ในกรณีที่ข้อแตกต่างนั้นเป็นเพียงรายละเอียด เช่น เกี่ยวกับเวลาหรือสถานที่กระทำความผิดหรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร และทำให้เสียทรัพย์ หรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดโดยเจตนากับประมาท มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ เว้นแต่จะปรากฏแก่ศาลว่าการที่ฟ้องผิดไปเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ แต่ทั้งนี้ศาลจะลงโทษจำเลยเกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องไม่ได้
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงบางข้อดังกล่าวในฟ้อง และตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ศาลลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้นโจทก์สืบสม แต่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้
ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่พิจารณาได้ความก็ได้
Related Supreme Court judgments
1,673 cases
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาตาม ก.ม.อาญา ม.249 ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นเรื่องวิวาทกันกว่า 3 คนแล้วผู้ตายถูกทำร้ายถึงตาย โดยไม่ปรากฎว่าใครเป็นผู้ทำร้าย ศาลจะลงโทษจำเลยตาม ม.253 ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา ม.192.
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 253
ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาตาม ก.ม.อาญา ม.249 ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นเรื่องวิวาทกันกว่า 3 คนแล้วผู้ตายถูกทำร้ายถึงตาย โดยไม่ปรากฎว่าใครเป็นผู้ทำร้าย ศาลจะลงโทษจำเลยตาม ม.253 ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา ม.192.
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 253
ป.วิ.อ. มาตรา 192
การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือเป็นความผิดกระทงเดียวแต่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท มีหลักวินิจฉัยดังนี้คือ ถ้าการกระทำใดเป็นความผิดต้องด้วยกฎหมายหลายบทแล้วจะแยกการกระทำนั้นออกจากกันไม่ได้ ก็เป็นความผิดที่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท แต่ถ้ากฎหมายบัญญัติการกระทำเป็นความผิดไว้คนละอย่างต่างกัน เช่นลักทรัพย์กับทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายร่างกายกับบุกรุกดังนี้ ผู้ที่กระทำผิดทั้งสองอย่างก็ต้องเป็นความผิด 2 กระทงไม่ใช่ต้องด้วยกฎหมายหลายบทเพราะต…
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 186
ป.วิ.อ. มาตรา 192
การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือเป็นความผิดกระทงเดียวแต่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท มีหลักวินิจฉัยดังนี้คือ ถ้าการกระทำใดเป็นความผิดต้องด้วยกฎหมายหลายบทแล้วจะแยกการกระทำนั้นออกจากกันไม่ได้ ก็เป็นความผิดที่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท แต่ถ้ากฎหมายบัญญัติการกระทำเป็นความผิดไว้คนละอย่างต่างกัน เช่นลักทรัพย์กับทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายร่างกายกับบุกรุกดังนี้ ผู้ที่กระทำผิดทั้งสองอย่างก็ต้องเป็นความผิด 2 กระทงไม่ใช่ต้องด้วยกฎหมายหลายบทเพราะต…
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 186
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ได้ความว่าน้ำสุราในไหของกลางที่จับได้จากจำเลยได้หกออกจากไหไปหมดแล้ว ส่วนที่อยู่ในไหของกลางที่โจทก์นำมาฟ้องมิใช่น้ำสุราที่จับได้จากจำเลยเป็นน้ำสุราที่นำมาใส่ไว้ในไหภายหลัง โดยจะเป็นของใครไม่ปรากฏ เมื่อโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยมีน้ำสุราที่มีอยู่ในไหโดยมิได้ประสงค์ฟ้องน้ำสุราที่หกออกจากไหไปหมดแล้ว เมื่อศาลฟังว่าน้ำสุราในไหมิใช่เป็นของจำเลยก็ต้องยกฟ้องโจทก์ เพราะจะลงโทษจำเลยฐานมีน้ำสุราที่หกออกจากไหไปหมดแล้วซึ่งอยู่นอกข่ายคำขอของโจทก์ไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 มาตรา 32
พ.ร.บ.สุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2497 มาตรา 6
ป.วิ.อ. มาตรา 192
พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 มาตรา 13
บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้ขวดสุราตีศีร์ษะนายคำไม่มีบาดเจ็บ ขวดแตกเศษขวดกระเด็นไปถูกคอนางทิงเป็นแผลถึงบาดเจ็บ. เช่นนี้ย่อมต้องแปลว่าโจทก์มิได้ประสงค์จะฟ้องไปถึงว่าจำเลยทำร้ายนางทิงด้วยแต่พรรณาพฤติการณ์เข้ามาลอย ๆ. การที่นางทิงได้รับบาดเจ็บโดยจำเลยตั้งใจประสงค์ต่อผลหรืออาจแลเห็นผลเช่นนี้หรือไม่โจทก์ไม่ได้ระบุยืนยันเพื่อเป็นขอให้ศาลวินิจฉัย จึงไม่มีประเด็นในข้อนี้.
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้ขวดสุราตีศีร์ษะนายคำไม่มีบาดเจ็บ ขวดแตกเศษขวดกระเด็นไปถูกคอนางทิงเป็นแผลถึงบาดเจ็บ. เช่นนี้ย่อมต้องแปลว่าโจทก์มิได้ประสงค์จะฟ้องไปถึงว่าจำเลยทำร้ายนางทิงด้วยแต่พรรณาพฤติการณ์เข้ามาลอย ๆ. การที่นางทิงได้รับบาดเจ็บโดยจำเลยตั้งใจประสงค์ต่อผลหรืออาจแลเห็นผลเช่นนี้หรือไม่โจทก์ไม่ได้ระบุยืนยันเพื่อเป็นขอให้ศาลวินิจฉัย จึงไม่มีประเด็นในข้อนี้.
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
การที่ฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.104 และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตราที่ฟ้อง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ้าง พ.ร.บ.ที่แก้ไขมาตราที่กล่าวมานั้นต่างกันเช่นนี้หาใช่เป็นการตัดสินนอกฟ้องไม่ เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขแต่ละคราวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตราเดิมนั่นเอง
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 104
ป.วิ.อ. มาตรา 192
การที่ฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.104 และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตราที่ฟ้อง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ้าง พ.ร.บ.ที่แก้ไขมาตราที่กล่าวมานั้นต่างกันเช่นนี้หาใช่เป็นการตัดสินนอกฟ้องไม่ เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขแต่ละคราวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตราเดิมนั่นเอง
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 104
ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัสโดยจำเลยใช้มือชกถูกแก้มและเตะถูกขากรรไกรซ้ายหัก ดังนี้แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่าจำเลยเตะผู้เสียหายขากรรไกรขวาหักต่างกับฟ้องจริงก็ดี ข้อเท็จจริงนี้ก็เป็นแต่เพียงรายละเอียดของฟ้องไม่ใช่ข้อสำคัญแห่งฟ้อง ไม่ถึงกับต้องยกฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัสโดยจำเลยใช้มือชกถูกแก้มและเตะถูกขากรรไกรซ้ายหัก ดังนี้แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่าจำเลยเตะผู้เสียหายขากรรไกรขวาหักต่างกับฟ้องจริงก็ดี ข้อเท็จจริงนี้ก็เป็นแต่เพียงรายละเอียดของฟ้องไม่ใช่ข้อสำคัญแห่งฟ้อง ไม่ถึงกับต้องยกฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำอนาจารและลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยกโจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ดังนี้ข้อหาฐานอนาจารจึงถึงที่สุดแล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกกะทงหนึ่งก็ตาม ศาลอุทธรณ์จะพิพากษารวมกะทงลงโทษจำเลยโดยเอาโทษฐานอนาจารซึ่งถึงที่สุดแล้วมารวมเข้าด้วย(โดยพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตาม ก.ม.อาญา ม.288 กะทงหนึ่ง และ ม. 246 อีกกะทงหนึ่ง แต่รวมกะทงลงโทษจำเลยให้จำคุกจำเลย 1 ปี ฯลฯ) ดังนี้หาเป็…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 212
โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำอนาจารและลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยกโจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ดังนี้ข้อหาฐานอนาจารจึงถึงที่สุดแล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกกะทงหนึ่งก็ตาม ศาลอุทธรณ์จะพิพากษารวมกะทงลงโทษจำเลยโดยเอาโทษฐานอนาจารซึ่งถึงที่สุดแล้วมารวมเข้าด้วย(โดยพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตาม ก.ม.อาญา ม.288 กะทงหนึ่ง และ ม. 246 อีกกะทงหนึ่ง แต่รวมกะทงลงโทษจำเลยให้จำคุกจำเลย 1 ปี ฯลฯ) ดังนี้หาเป็…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 212
ในฟ้องพิมพ์ชื่อผู้เสียหายว่าโกกะ แสงประดิษฐ์ ครั้นศาลสอบผู้เสียหายแถลงว่าชื่อโก๊ะ แสงประดิษฐ์ ดังนี้เมื่อไม่ผิดตัวผู้เสียหายเป็นแต่กล่าวชื่อผิดเพี้ยนไปเป็นข้อเล็กน้อยปลีกย่อย หาใช่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้องอันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ในฟ้องพิมพ์ชื่อผู้เสียหายว่าโกกะ แสงประดิษฐ์ ครั้นศาลสอบผู้เสียหายแถลงว่าชื่อโก๊ะ แสงประดิษฐ์ ดังนี้เมื่อไม่ผิดตัวผู้เสียหายเป็นแต่กล่าวชื่อผิดเพี้ยนไปเป็นข้อเล็กน้อยปลีกย่อย หาใช่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้องอันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 192
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา