Section 193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
อุทธรณ์ทุกฉบับต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับ
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
347 cases
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกา โต้แย้งดุลพินิจศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงคดีนี้ ศาลชั้นต้นปรับกระทงละ 6,000 บาท เท่านั้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จึงเป็นฎีกาต้องห้ามไม่รับเป็นฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.3 ถึง 2.5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.3 ถึง 2.5 ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลรัษฎากรมาตรา 8…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำเลยโดยลงโทษหนักกว่าศาลชั้นต้นซึ่งควรจะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาอีกครั้งหนึ่ง เห็นว่า จำเลยมิได้ระบุข้อเท็จจริงโดยย่อว่าประเด็นใดที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ชอบ หรือขัดต่อข้อกฎหมายอย่างไร ทั้งมิได้คัดค้าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบอย่างไรจึงไม่เป็นฎีกาคัดค้าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และมาตรา 216จึงไม่รับฎีกา…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลพิเคราะห์ฎีกาของโจทก์ร่วมแล้ว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมฎีกา คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายแต่อย่างใด ฎีกาของโจทก์ร่วมจึงไม่เป็นสาระอันควรนำสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบด้วยเหตุผลเนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการกระทำโดยอุกอาจสะเทือนขวัญโหดเหี้ยมทารุณ และเย้ย กฎหมาย ไม่สมควรจะให้มีการลดโทษหรือให้อภัยโทษไม่ว่ากรณีใด…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 224
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์สร้อยข้อมือและผ้าโสร่งไหม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 หรือขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรผ้าโสร่งไหมตามมาตรา 357 มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรสร้อยข้อมือด้วย ดังนั้น ความผิดฐานลักทรัพย์สร้อยข้อมือ ซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา193 ทวิ การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคว…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์สร้อยข้อมือและผ้าโสร่งไหม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 หรือขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรผ้าโสร่งไหมตามมาตรา 357 มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรสร้อยข้อมือด้วย ดังนั้น ความผิดฐานลักทรัพย์สร้อยข้อมือ ซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา193 ทวิ การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคว…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ
คำว่า "ครอบครอง" ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ มิได้หมายความเช่นเดียวกับคำว่า "สิทธิครอบครอง" ตาม ป.พ.พ. แต่มีความหมายกว้างกว่าโดยหมายความรวมถึงครอบครองเพื่อตนเองและครอบครองแทนผู้อื่นด้วย เพราะไม่มีกฎหมายใดจำกัดว่าต้องเป็นการครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้นจึงจะเป็นความผิด อีกทั้งในทางอาญาการร่วมกันครอบครองก็เป็นความผิดเช่นเดียวกัน การที่จำเลยครอบครองไม้หวงห้ามเพื่อนำส่งโรงเลื่อยซึ่งเป็นนายจ้างจึงเป็นความผิด.
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 73
พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 74
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 6
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2522 มาตรา 9
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2525 มาตรา 3
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2525 มาตรา 4
+6
คำว่า "ครอบครอง" ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ มิได้หมายความเช่นเดียวกับคำว่า "สิทธิครอบครอง" ตาม ป.พ.พ. แต่มีความหมายกว้างกว่าโดยหมายความรวมถึงครอบครองเพื่อตนเองและครอบครองแทนผู้อื่นด้วย เพราะไม่มีกฎหมายใดจำกัดว่าต้องเป็นการครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้นจึงจะเป็นความผิด อีกทั้งในทางอาญาการร่วมกันครอบครองก็เป็นความผิดเช่นเดียวกัน การที่จำเลยครอบครองไม้หวงห้ามเพื่อนำส่งโรงเลื่อยซึ่งเป็นนายจ้างจึงเป็นความผิด.
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 73
พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 74
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 6
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2522 มาตรา 9
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2525 มาตรา 3
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2525 มาตรา 4
+6
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางตรงตามมาตรา 24 และละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางอ้อมตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 27 คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียวความผิดตามมาตรา 24 จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องตามข้อความในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯมาตรา 42 ว่า "ฯลฯ และกฎหมายของประเทศนั้นได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 193
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 24
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 27
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 42
โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยหักเงินจากบัญชีของโจทก์ในฐานะจำเลยเป็นตัวแทนของธนาคาร ทั้งที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์และหักเงินจากบัญชีของโจทก์โดยธนาคารไม่ทราบเรื่อง และอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย โดยโจทก์อ้างว่าโจทก์ต้องสูญเสียเงิน และฝ่ายได้รับความเสียหายโดยไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวเป็นการโต้เถียงว่าศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนว…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ
ป.วิ.อ. มาตรา 196
โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยหักเงินจากบัญชีของโจทก์ในฐานะจำเลยเป็นตัวแทนของธนาคาร ทั้งที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์และหักเงินจากบัญชีของโจทก์โดยธนาคารไม่ทราบเรื่อง และอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย โดยโจทก์อ้างว่าโจทก์ต้องสูญเสียเงิน และฝ่ายได้รับความเสียหายโดยไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวเป็นการโต้เถียงว่าศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนว…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ
ป.วิ.อ. มาตรา 196
คำบรรยายฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุว่าจำเลยได้กระทำผิดยักยอกในฐานผู้มีอาชีพหรือประกอบธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนอันเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 354 โดยโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยเป็นพนักงานธนาคาร และเป็นตัวแทนโจทก์ในการจัดเก็บหนี้สินจากลูกหนี้ของโจทก์เพื่อนำฝากเข้าบัญชีของโจทก์ แต่จำเลยไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนที่ดี กลับปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหวังประโยชน์ของตนเป็นใหญ่ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของโจทก์นั้น จึงไม่ปรากฏชั…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 354
ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง หมายถึงยกฟ้องโจทก์ร่วมด้วย เมื่อโจทก์ร่วมมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีของโจทก์ร่วมจึงยุติ โจทก์ร่วมไม่มีสิทธิฎีกา แม้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้ฎีกาก็ตาม ฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 30
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 221
ฎีกาของจำเลยมีใจความสำคัญสรุปได้เพียงว่า จำเลยไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยยังขาดเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีได้ติดต่อไปยังทนายจำเลยแล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ เกรงว่าอายุฎีกาจะสิ้นสุดลงจึงได้ยื่นฎีกาไว้ก่อน ส่วนข้อโต้แย้งคัดค้านอันเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในฎีกานั้นจำเลยจะยื่นรายละเอียดอีกในภายหลัง จำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องเท่านั้นมิได้ระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายที่ยกอ้างอิงไว้เลยว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีไม่ช…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 225
โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 22 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 มาตรา 10 การที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นผู้ลงชื่อในคำพิพากษามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์โดยเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น มิใช่เป็นการอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ตรี.
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193 ตรี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22
การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาให้แก่โจทก์ภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่อาจยื่นฎีกาได้แล้วนั้นเป็นเรื่องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา การขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาและมีคำสั่งไปตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบด้วยป.วิ.อ. มาตรา 15 และไม่ว่าโจทก์จะยื่นฎีกามาด้วยหรือไม่ก็ตามก็ไม่จำเป็นที่ศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาไปถึงเนื้อหาแห่งคำฟ้องฎีกานั้นด้วย เพราะยังมิใช่ขั้นตอนจะมีคำสั่งรับหรือไม่รับฎีกาคำส…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 23
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 223
ป.วิ.อ. มาตรา 224
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา