Section 1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวม
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
117 cases
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของบิดา บิดาตาย จึงเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า โรงเรือนพิพาทไม่ใช่ของบิดาโจทก์เป็นโรงเรือนที่จำเลยร่วมกับผู้มีชื่อออกเงินทุนสร้างขึ้นเป็นสถานกุศลกิจดังนี้ เป็นคดีพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนพิพาทนั้น เมื่อโรงเรือนพิพาทมีราคาถึง 6000 บาท คดีก็เกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้โจทก์ฟ้องคดีเกินอำนาจศาลแขวงต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะไม่ได้ยกอำนาจศาลขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลแขวงนั้น ก็เป็…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ป.วิ.พ. มาตรา 150
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ทรัพย์ที่ศาลสั่งยึดปรากฏว่าเป็นทรัพย์มรดกของภรรยาจำเลยซึ่งได้รับมรดกมาจากบิดามารดา ร่วมกับทายาทคนอื่นๆ แต่ทายาทได้มอบให้จำเลยกับภริยาครอบครองแทนทำได้ผลประโยชน์ก็แบ่งปันกัน ดังนี้ หาเป็นทรัพย์ของจำเลยไม่ ศาลต้องถอนการยึด
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 228
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ป.พ.พ. มาตรา 1745
ทรัพย์ที่ศาลสั่งยึดปรากฏว่าเป็นทรัพย์มรดกของภรรยาจำเลยซึ่งได้รับมรดกมาจากบิดามารดา ร่วมกับทายาทคนอื่นๆ แต่ทายาทได้มอบให้จำเลยกับภริยาครอบครองแทนทำได้ผลประโยชน์ก็แบ่งปันกัน ดังนี้ หาเป็นทรัพย์ของจำเลยไม่ ศาลต้องถอนการยึด
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 228
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ป.พ.พ. มาตรา 1745
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากแบ่งแยกไม่ตกลง ก็ขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยต่างปกครองเป็นส่วนสัดกัน ดังนี้ ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์อยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็น…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 240
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.พ.พ. มาตรา 1356
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากแบ่งแยกไม่ตกลง ก็ขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยต่างปกครองเป็นส่วนสัดกัน ดังนี้ ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์อยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็น…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 240
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ที่ดินบ้านเรือนเป็นมฤดกตกได้แก่โจทก์และจำเลย โจทก์ไปขอโอนโฉนดรับมฤดก ฝ่ายจำเลยขอลงชื่อด้วย แต่เจ้าพนักงานขัดข้องและจำเลยครอบครองที่ดินตลอดมา เช่นนี้โจทก์จะฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่หาได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1336
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ที่ดินบ้านเรือนเป็นมฤดกตกได้แก่โจทก์และจำเลย โจทก์ไปขอโอนโฉนดรับมฤดก ฝ่ายจำเลยขอลงชื่อด้วย แต่เจ้าพนักงานขัดข้องและจำเลยครอบครองที่ดินตลอดมา เช่นนี้โจทก์จะฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่หาได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1336
ป.พ.พ. มาตรา 1356
โจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งครึ่งระหว่างโจทก์, จำเลย ๆ ว่าได้ปกครองเป็นส่วนสัดขอให้แบ่งตามส่วนที่ปกครองมา ศาลฎีกาเห็นว่าในที่พิพาทมีทั้งที่ ๆ ปลูกบ้าน และที่สวน สำหรับที่บ้านโจทก์,จำเลยปกครองเป็นส่วนสัดกันมาต้องแบ่งตามที่ปกครอง โดยถือลำคูเป็นเขตต์ ส่วนที่สวนหลังบ้านต่างยังปกครองร่วมกันอยู่ ฉะนั้นส่วนในการเป็นเจ้าของๆ โจทก์จำเลยยังคงมีอยู่คนละครึ่งในที่ดินพิพาททั้งแปลงนั้น จึงให้แบ่งให้โจทก์,จำเลยคนละเท่า ๆ กัน โดยให้ถื…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ป.พ.พ. มาตรา 1357
ป.วิ.พ. มาตรา 142
โจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งครึ่งระหว่างโจทก์, จำเลย ๆ ว่าได้ปกครองเป็นส่วนสัดขอให้แบ่งตามส่วนที่ปกครองมา ศาลฎีกาเห็นว่าในที่พิพาทมีทั้งที่ ๆ ปลูกบ้าน และที่สวน สำหรับที่บ้านโจทก์,จำเลยปกครองเป็นส่วนสัดกันมาต้องแบ่งตามที่ปกครอง โดยถือลำคูเป็นเขตต์ ส่วนที่สวนหลังบ้านต่างยังปกครองร่วมกันอยู่ ฉะนั้นส่วนในการเป็นเจ้าของๆ โจทก์จำเลยยังคงมีอยู่คนละครึ่งในที่ดินพิพาททั้งแปลงนั้น จึงให้แบ่งให้โจทก์,จำเลยคนละเท่า ๆ กัน โดยให้ถื…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ป.พ.พ. มาตรา 1357
ป.วิ.พ. มาตรา 142
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ของมารดาโจทก์จากจำเลย ซึ่งเป็นสามีของมารดาโจทก์ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เมื่อปรากฎว่าทรัพย์เหล่านั้นไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่จำเลยร่วมแรงร่วมทุนกับมารดาโจทก์หาได้มาจำเลยก็ไม่มีสิทธิจะเรียกให้แบ่งได้.
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1466
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 55
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ของมารดาโจทก์จากจำเลย ซึ่งเป็นสามีของมารดาโจทก์ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เมื่อปรากฎว่าทรัพย์เหล่านั้นไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่จำเลยร่วมแรงร่วมทุนกับมารดาโจทก์หาได้มาจำเลยก็ไม่มีสิทธิจะเรียกให้แบ่งได้.
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1466
ป.พ.พ. มาตรา 1356
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ซื้อเรือนเพื่อรื้อไป ไม่จำต้องทำสัญญาจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็สมบูรณ์ เจ้าของร่วมคนหนึ่งทำสัญญาขายทรัพย์ให้แก่เขา เขาซื้อไว้โดยสุจริตเมื่อปรากฏว่าเจ้าของร่วมคนอื่นๆ ได้รู้เห็นยินยอมในการซื้อขายนั้นด้วยการซื้อขายย่อมสมบูรณ์และผู้ซื้อได้ทรัพย์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 453
ป.พ.พ. มาตรา 454
ป.พ.พ. มาตรา 455
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 1356
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา