Section 38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนา
Related Supreme Court judgments
93 cases
การที่ภริยาทำสัญญาจะขายที่ดินมีโฉนดอันเป็นสินบริคณห์ให้โจทก์ โดยภริยาได้รับเงินราคาที่ดินบางส่วนแล้ว และโดยสามีรู้เห็นยินยอมแล้วนั้น เป็นกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรค 2 ซึ่งไม่ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือก็ใช้ได้ ฉะนั้น ความยินยอมของสามีจึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 1476 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับภริยาโอนขายที่ดินได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 1476
ภรรยาเป็นลูกหนี้ จะยกข้อต่อสู้กับผู้เป็นเจ้าหนี้ของตนว่า นิติกรรมที่ตนทำไปนั้นเป็นโมฆียะกรรม หาได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 37
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 39
ป.พ.พ. มาตรา 137
ในคดีที่โจทก์ฟ้องหญิงมีสามีเป็นจำเลยเรียกเงินตามสัญญากู้นั้น เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด คดียังไม่แน่ว่าโจทก์จะชนะหรือไม่ ถึงหากชนะ จะยึดทรัพย์ส่วนตัวของหญิงสามีก็ไม่มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านเช่นนี้ สามีก็ยังไม่ถูกโต้แย้งสิทธิอย่างไร ฉะนั้นการที่สามีร้องขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับภรรยาเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิที่มีอยู่ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57(1) ในขณะนี้ ศาลจึงไม่จำเป็นต้องอนุญาต
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 37
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 137
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 139
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 57
ในคดีที่โจทก์ฟ้องหญิงมีสามีเป็นจำเลยเรียกเงินตามสัญญากู้นั้น เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด คดียังไม่แน่ว่าโจทก์จะชนะหรือไม่ ถึงหากชนะ จะยึดทรัพย์ส่วนตัวของหญิงสามีก็ไม่มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านเช่นนี้ สามีก็ยังไม่ถูกโต้แย้งสิทธิอย่างไร ฉะนั้นการที่สามีร้องขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับภรรยาเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิที่มีอยู่ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57(1) ในขณะนี้ ศาลจึงไม่จำเป็นต้องอนุญาต
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 37
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 137
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 139
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 57
กฎหมายไม่ได้ห้ามหญิงมีสามีไม่ให้ทำนิติกรรมเหตุที่กฎหมายบัญญัติให้นิติกรรมเป็นโมฆียะก็เฉพาะที่จะผูกพันสินบริคณห์ ซึ่งสามีมีส่วนได้เสียร่วมอยู่ด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137 วรรคสอง จึงบัญญัติให้สามีมีสิทธิบอกล้างได้และเป็นสิทธิเฉพาะสามีที่จะบอกล้างคนเดียวเท่านั้น เพราะหญิงมีสามีไม่ใช่ผู้ไร้ความสามารถดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 137 วรรคต้น ตัวหญิงเองจึงไม่มีสิทธิบอกล้างได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 37
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 39
ป.พ.พ. มาตรา 137
กฎหมายไม่ได้ห้ามหญิงมีสามีไม่ให้ทำนิติกรรมเหตุที่กฎหมายบัญญัติให้นิติกรรมเป็นโมฆียะก็เฉพาะที่จะผูกพันสินบริคณห์ ซึ่งสามีมีส่วนได้เสียร่วมอยู่ด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137 วรรคสอง จึงบัญญัติให้สามีมีสิทธิบอกล้างได้และเป็นสิทธิเฉพาะสามีที่จะบอกล้างคนเดียวเท่านั้น เพราะหญิงมีสามีไม่ใช่ผู้ไร้ความสามารถดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 137 วรรคต้น ตัวหญิงเองจึงไม่มีสิทธิบอกล้างได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 37
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 39
ป.พ.พ. มาตรา 137
ภริยาโจทก์นำที่พิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับภริยาไปแลกเปลี่ยนกับที่นาของจำเลย นิติกรรมแลกเปลี่ยนนี้เป็นแต่เพียงโมฆียะ ซึ่งถ้าโจทก์ผู้เป็นสามีไม่บอกล้าง นิติกรรมนี้ย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมาย การที่จำเลยเข้าครอบครองทำนาพิพาท ย่อมไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือภริยาโจทก์แต่ประการใด จนกว่าโจทก์จะบอกล้างนิติกรรมดังกล่าวและศาลชี้ขาดว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิมแล้วมาตรา 420 บัญญัติถึงว่า ผู้ละเมิดต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 137
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 413
ป.พ.พ. มาตรา 420
ภริยาโจทก์นำที่พิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับภริยาไปแลกเปลี่ยนกับที่นาของจำเลย นิติกรรมแลกเปลี่ยนนี้เป็นแต่เพียงโมฆียะ ซึ่งถ้าโจทก์ผู้เป็นสามีไม่บอกล้าง นิติกรรมนี้ย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมาย การที่จำเลยเข้าครอบครองทำนาพิพาท ย่อมไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือภริยาโจทก์แต่ประการใด จนกว่าโจทก์จะบอกล้างนิติกรรมดังกล่าวและศาลชี้ขาดว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิมแล้วมาตรา 420 บัญญัติถึงว่า ผู้ละเมิดต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 137
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 413
ป.พ.พ. มาตรา 420
ที่พิพาทเป็นมรดกได้มาระหว่างจำเลยกับสามีเป็นสามีภรรยากันจึงเป็นสินบริคณฑ์เมื่อจำเลยเอาที่พิพาทไปขายให้โจทก์โดยสามีไม่รู้เห็น สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นโมฆียะเมื่อสามีบอกล้างแล้วตกเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรกคู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิมไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายแก่จำเลย แม้ว่าโจทก์ได้บอกขายที่พิพาทแก่บุคคลภายนอกแต่สัญญานั้นมีข้อความว่าเมื่อมีเหตุที่โจทก์จะขายให้ไม่ได้ไม่ว่าด้วยประการใดโจทก์ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าปรับหรือค่าเสียหาย ดังนี้โจทก์จึง…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 137
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 380
ที่พิพาทเป็นมรดกได้มาระหว่างจำเลยกับสามีเป็นสามีภรรยากันจึงเป็นสินบริคณฑ์เมื่อจำเลยเอาที่พิพาทไปขายให้โจทก์โดยสามีไม่รู้เห็น สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นโมฆียะเมื่อสามีบอกล้างแล้วตกเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรกคู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิมไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายแก่จำเลย แม้ว่าโจทก์ได้บอกขายที่พิพาทแก่บุคคลภายนอกแต่สัญญานั้นมีข้อความว่าเมื่อมีเหตุที่โจทก์จะขายให้ไม่ได้ไม่ว่าด้วยประการใดโจทก์ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าปรับหรือค่าเสียหาย ดังนี้โจทก์จึง…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 137
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 380
อนุญาตให้ภรรยาฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นที่ที่ภรรยาได้รับมรดกมาตามพินัยกรรมครั้นภรรยาไปทำยอมยกที่พิพาทให้จำเลยจนศาลพิพากษาตามยอมนั้นแล้ว สามีจะกลับเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยอีกโดยอ้างว่าที่พิพาทเป็นของตนได้มาโดยการครอบครองไม่ใช่ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม หาได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 1469
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
อนุญาตให้ภรรยาฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นที่ที่ภรรยาได้รับมรดกมาตามพินัยกรรมครั้นภรรยาไปทำยอมยกที่พิพาทให้จำเลยจนศาลพิพากษาตามยอมนั้นแล้ว สามีจะกลับเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยอีกโดยอ้างว่าที่พิพาทเป็นของตนได้มาโดยการครอบครองไม่ใช่ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม หาได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 1469
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด) ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสอดและไม่ได้ให้สัตยาบันจึงบอกล้างโมฆียะกรรมเมื่อโจทก์กล่าวแก้แต่เพียงว่าผู้ร้องสอดมิได้เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ประเด็นคงมีว่าผู้ร้องสอดกับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นไปถึงเรื่องภริยาร้างในระหว…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 137
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 1462
ป.พ.พ. มาตรา 1466
ป.วิ.พ. มาตรา 141
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 183
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด) ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสอดและไม่ได้ให้สัตยาบันจึงบอกล้างโมฆียะกรรมเมื่อโจทก์กล่าวแก้แต่เพียงว่าผู้ร้องสอดมิได้เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ประเด็นคงมีว่าผู้ร้องสอดกับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นไปถึงเรื่องภริยาร้างในระหว…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 137
ป.พ.พ. มาตรา 138
ป.พ.พ. มาตรา 1462
ป.พ.พ. มาตรา 1466
ป.วิ.พ. มาตรา 141
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 183
หญิงมีสามีก่อหนี้สินขึ้นโดยลำพัง แต่ภายหลังได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้สินนั้นขึ้น โดยสามีรับรู้ ลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานไว้ในเอกสารรับสภาพหนี้นั้น ย่อมถือว่าสามีรับรองหรือให้สัตยาบันโดยปริยาย สามีจึงต้องรับผิดในหนี้สินนั้นด้วย
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 38
ป.พ.พ. มาตรา 139
ป.พ.พ. มาตรา 1482
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา