Section 298 ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๒ ความผิดต่อร่างกาย
This section cites
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
43 cases
จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ได้เข้าไปร่วมทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมตามที่วางแผนกันไว้ โดยอยู่ที่รถจักรยานยนต์ซึ่งจอดอยู่ด้านหลังรถยนต์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นระยะที่ใกล้ชิดกับสถานที่เกิดเหตุ อยู่ในลักษณะที่อาจเข้าไปช่วยเหลือให้การกระทำความผิดสำเร็จ มีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ แต่การที่พวกของจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างกะทันหันโดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 มิได้คบคิดนัดหมายมาก่อน จึงถือไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นตัวการร่วมกร…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 212
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 297
ป.อ. มาตรา 298
โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดของกลางฟันผู้เสียหายขณะผู้เสียหายกำลังจะแย่งมีดจากจำเลย และเมื่อได้ความว่าบาดแผลของผู้เสียหายไม่ร้ายแรงมากนักจึงเชื่อว่าจำเลยฟันผู้เสียหายไม่รุนแรง ประกอบกับไม่ได้ความว่าบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดของกลางฟันผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยใช้อาวุธมีดฟันทำร้ายผู้เสียหายจนเป็น…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 297
ป.อ. มาตรา 298
ป.วิ.อ. มาตรา 192
จำเลยทั้งสองวางแผนลวงโจทก์ร่วมไปในที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยที่ 1 กระชากคอเสื้อโจทก์ร่วมลงมาจากรถและร้องบอกจำเลยที่ 2 ว่ามาแล้ว จำเลยที่ 2 จึงเดินออกมาจากข้างทาง เมื่อโจทก์ร่วมปฏิเสธไม่ยอมถอดเสื้อผ้าตามคำสั่ง จึงถูกจำเลยที่ 1 ต่อยท้องและใบหน้าหลายครั้งจนล้มคว่ำ จำเลยที่ 2 ร้องบอกว่า "เอามันให้สลบก่อน" จากนั้นจำเลยทั้งสองจึงรุมเตะทำร้ายโจทก์ร่วมจนกระทั่งสิ้นสติไป จำเลยทั้งสองเพียงแต่ใช้หมัดและเท้าทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วม ไม่ปรากฏว่ามีการใช้อาวุธหรือเลือก…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 1
ป.อ. มาตรา 89
ป.อ. มาตรา 91
ป.อ. มาตรา 298
ป.อ. มาตรา 335
ป.อ. มาตรา 340 ตรี
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 213
+1
ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นรถยนต์บรรทุกที่จำเลยขับโดยโหนตัวขึ้นไปยืนบนบันไดรถ จำเลยขับรถกระชากออกไปโดยเร็วและไม่ยอมหยุดรถโดยเจตนาให้ผู้เสียหายตกจากรถจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสจำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 298
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 295
ป.อ. มาตรา 298
ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นรถยนต์บรรทุกที่จำเลยขับโดยโหนตัวขึ้นไปยืนบนบันไดรถ จำเลยขับรถกระชากออกไปโดยเร็วและไม่ยอมหยุดรถโดยเจตนาให้ผู้เสียหายตกจากรถจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสจำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 298
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 295
ป.อ. มาตรา 298
จำเลยแทงผู้ตายที่บริเวณหน้าอกเหนือหัวใจจนทะลุใน ครั้นผู้ตายล้มลง จำเลยคร่อมจะแทงซ้ำอีก เช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า พลตำรวจลาหยุดราชการในระหว่างที่ลาหยุดนั้น ไปเที่ยวในงานมหรศพซึ่งอยู่ในเขตท้องที่ซึ่งตนประจำการอยู่ จ่าสิบตำรวจตรีคนหนึ่งซึ่งรักษาการอยู่ในงานนั้นได้ขอร้องให้ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในงานนั้นด้วย จำเลยได้แสดงกิริยามึนเมาสุราในบริเวณงาน พลตำรวจนั้นได้ห้ามปรามและขอให้จำเลยกลับไปบ้าน จำเลยได้ใช้มีดแทงพลตำรวจผู้นั้นถึงบาดเจ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 78
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 295
ป.อ. มาตรา 298
ป.อ. มาตรา 59
จำเลยแทงผู้ตายที่บริเวณหน้าอกเหนือหัวใจจนทะลุใน ครั้นผู้ตายล้มลง จำเลยคร่อมจะแทงซ้ำอีก เช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า พลตำรวจลาหยุดราชการในระหว่างที่ลาหยุดนั้น ไปเที่ยวในงานมหรศพซึ่งอยู่ในเขตท้องที่ซึ่งตนประจำการอยู่ จ่าสิบตำรวจตรีคนหนึ่งซึ่งรักษาการอยู่ในงานนั้นได้ขอร้องให้ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในงานนั้นด้วย จำเลยได้แสดงกิริยามึนเมาสุราในบริเวณงาน พลตำรวจนั้นได้ห้ามปรามและขอให้จำเลยกลับไปบ้าน จำเลยได้ใช้มีดแทงพลตำรวจผู้นั้นถึงบาดเจ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 78
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 295
ป.อ. มาตรา 298
ป.อ. มาตรา 59
โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม มาตรา 218 นั้นหมายถึงโทษแต่ละกะทงศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298,299,63 และตาม มาตรา 243 อีก 2 ปี รวม 2 กะทง 7 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ศาลจำต้องพิเคราะห์คำพยานประกอบกันทั้งหมดแล้ววินิจฉัยตามเหตุผลที่ควรจะเป็นจริง จะถือเอาคำพยานของโจทก์เพียงบางปากที่เบิกความเป็นปรปักษ์ต่อคำฟ้องของโจทก์ขึ้นชี้ขาดนั้นหาควรไม่เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่าเกิดเหตุวันแรม2 ค่ำแต่คำพยานปากอื่นๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 227
ผู้ร้าย 3 คนมีไม้ตะพดเปนสาตราวุธเข้าค้นบ้านเจ้าทรัพย์ แล้วจำตัวเจ้าทรัพย์และทรัพย์ที่ค้นได้ออกจากบ้านเจ้าทรัพย์ไป พอถึงกลางทางผู้ร้ายทำร้ายเจ้าทรัพย์แล้วพาทรัพย์หนีไป ดั่งนี้ มีความผิดถานปล้นทรัพย์.
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 60
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301
โจทฟ้องว่าจำเลยทำผิดคืนวันที่ 20-21 และวงเล็บว่าตรงกับขึ้น 14 ค่ำ จำเลยรับสารภาพแต่เปนคดีอุกฉกรรจ์ โจทนำพยานมาสืบว่าจำเลยทำผิดคืนวันขึ้น 14 ค่ำ ซึ่งตรงกับคืนวันที่ 21-22 และจำเลยเข้าไจข้อหาดีดังนี้ ไม่ถือว่าทางพิจารนาต่างกับฟ้อง ลงโทสได้.
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 299
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 176
ผู้ร้ายกับพวกถือขวานตรงเข้ามาที่ผู้เสียหายในเวลาค่ำคืนผู้เสียหายกลัวจึงวิ่งหนีย่อมถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญแล้ว
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298
การที่จำเลยพูดห้ามพวกเจ้าทรัพย์มิให้ติดตามและชักมีดออกมาถือไว้นั้นถือว่าเป็นการขู่เข็ญจะทำร้ายอันเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์จำเลยคนหนึ่งขู่เข็ญพวกเจ้าทรัพย์และจำเลยอีกคน หนึ่งจูงกระบือไปโดยความรู้เห็นของจำเลย ผู้ขู่เข็ญดังนี้ถือว่าจำเลยผู้จูงกระบือไปเป็นตัวการฐานชิงทรัพย์ด้วย
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 294
ป.อ. มาตรา 298
ป.อ. มาตรา 299
ป.อ. มาตรา 63
ใช้มือค้ำคอเจ้าทรัพย์แล้วกะชากสร้อยไปนั้น ถือว่าเป็นการใข้กำลังทำร้ายมีผิดฐานชิงทรัพย์
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 298
ป.อ. มาตรา 299
ป.อ. มาตรา 338
ป.อ. มาตรา 294
ป.อ. มาตรา 321
ป.อ. มาตรา 63
ป.อ. มาตรา 301
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปล้นทรัพย์ทางพิจารณาได้ ความว่าจำเลยทำการลักทรัพย์ ศาลลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 101
ป.อ. มาตรา 298
ป.อ. มาตรา 294
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 192
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา