Section 69 ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๔ ความรับผิดในทางอาญา
This section cites
Related Supreme Court judgments
182 cases
ผู้ตายใช้มีดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนไล่ฟันจำเลยที่ 1 จำเลยที่1 จึงใช้ปืนแก็ปยิงผู้ตาย 1 นัดขณะที่อยู่ห่างกันประมาณ 4วา ผู้ตายวิ่งหนีไป 2 วาก็ล้มลง จำเลยที่ 1 เอาปืนลูกซองยาวจากจำเลยที่ 2 มายิงซ้ำอีก 1 นัด แต่ไม่ถูกแล้วจำเลยทั้งสองนำผู้ตายไปทิ้งลงเหว ดังนี้ เป็นพฤติการณ์ที่ส่อให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาฆ่าผู้ตายหลังจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ล่วงพ้นไปแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันการช…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 120
ป.วิ.อ. มาตรา 129
ป.วิ.อ. มาตรา 131
ป.วิ.อ. มาตรา 148
กรณีที่มิใช่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า ราษฎรย่อมไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมผู้กระทำความผิด ดังนั้น การที่ ข.กับผู้ตายซึ่งเป็นเพียงราษฎรจะเข้าจับกุมจำเลยภายหลังเกิดเหตุจำเลยทำร้ายผู้อื่นแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันเพื่อให้พ้นจากการที่จะต้องถูกจับได้ แต่การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตายที่หน้าอกส่วนล่างใต้นมเหนือชายโครงซ้าย และผู้ตายถึงแก่ความตายในคืนเกิดเหตุนั้นเอง แสดงว่าจำเลยแทงโดยแรง และเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยเลือกแทงที่อวัยวะสำคัญ โดยไม่…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 79
กรณีที่มิใช่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า ราษฎรย่อมไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมผู้กระทำความผิด ดังนั้น การที่ ข.กับผู้ตายซึ่งเป็นเพียงราษฎรจะเข้าจับกุมจำเลยภายหลังเกิดเหตุจำเลยทำร้ายผู้อื่นแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันเพื่อให้พ้นจากการที่จะต้องถูกจับได้ แต่การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตายที่หน้าอกส่วนล่างใต้นมเหนือชายโครงซ้าย และผู้ตายถึงแก่ความตายในคืนเกิดเหตุนั้นเอง แสดงว่าจำเลยแทงโดยแรง และเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยเลือกแทงที่อวัยวะสำคัญ โดยไม่…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 79
กรณีที่มิใช่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า ราษฎรย่อมไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมผู้กระทำความผิด ดังนั้น การที่ ข.กับผู้ตายซึ่งเป็นเพียงราษฎรจะเข้าจับกุมจำเลยภายหลังเกิดเหตุจำเลยทำร้ายผู้อื่นแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันเพื่อให้พ้นจากการที่จะต้องถูกจับได้ แต่การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตายที่หน้าอกส่วนล่างใต้นมเหนือชายโครงซ้าย และผู้ตายถึงแก่ความตายในคืนเกิดเหตุนั้นเอง แสดงว่าจำเลยแทงโดยแรง และเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยเลือกแทงที่อวัยวะสำคัญ โดยไม่…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 79
ผู้ตายหลอกลวงจำเลยว่า บุตรจำเลยป่วยหนัก สามีจำเลยให้ผู้ตายมารับจำเลยไป ผู้ตายขับพาไปถึงที่เปลี่ยวแล้วลวนลามจำเลย จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายอย่างแรง ถูกอวัยวะสำคัญ ขณะนั้นจำเลยอยู่ในสภาพแต่งกายเรียบร้อยผู้ตายก็ยังนุ่งกางเกงอยู่ ผู้ตายจึงคงลวนลามโดยกอดจูบเท่านั้น ไม่ถึงขั้นจะข่มขืนกระทำชำเราจำเลย กรณียังไม่พอถือว่าเป็นภยันตรายที่จะใกล้จะถึงสำหรับการจะถูกข่มขืนกระทำชำเรา คงเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงเฉพาะที่ผู้ตายกระทำอนาจารเท่านั้น ในขณะที่ผู้ตายกอดปล้ำจำเล…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 276
ป.อ. มาตรา 278
ป.อ. มาตรา 288
ผู้ตายหลอกลวงจำเลยว่า บุตรจำเลยป่วยหนัก สามีจำเลยให้ผู้ตายมารับจำเลยไป ผู้ตายขับพาไปถึงที่เปลี่ยวแล้วลวนลามจำเลย จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายอย่างแรง ถูกอวัยวะสำคัญ ขณะนั้นจำเลยอยู่ในสภาพแต่งกายเรียบร้อยผู้ตายก็ยังนุ่งกางเกงอยู่ ผู้ตายจึงคงลวนลามโดยกอดจูบเท่านั้น ไม่ถึงขั้นจะข่มขืนกระทำชำเราจำเลย กรณียังไม่พอถือว่าเป็นภยันตรายที่จะใกล้จะถึงสำหรับการจะถูกข่มขืนกระทำชำเรา คงเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงเฉพาะที่ผู้ตายกระทำอนาจารเท่านั้น ในขณะที่ผู้ตายกอดปล้ำจำเล…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 276
ป.อ. มาตรา 278
ป.อ. มาตรา 288
ผู้ตายหลอกลวงจำเลยว่า บุตรจำเลยป่วยหนัก สามีจำเลยให้ผู้ตายมารับจำเลยไป ผู้ตายขับพาไปถึงที่เปลี่ยวแล้วลวนลามจำเลย จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายอย่างแรง ถูกอวัยวะสำคัญ ขณะนั้นจำเลยอยู่ในสภาพแต่งกายเรียบร้อยผู้ตายก็ยังนุ่งกางเกงอยู่ ผู้ตายจึงคงลวนลามโดยกอดจูบเท่านั้น ไม่ถึงขั้นจะข่มขืนกระทำชำเราจำเลย กรณียังไม่พอถือว่าเป็นภยันตรายที่จะใกล้จะถึงสำหรับการจะถูกข่มขืนกระทำชำเรา คงเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงเฉพาะที่ผู้ตายกระทำอนาจารเท่านั้น ในขณะที่ผู้ตายกอดปล้ำจำเล…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 276
ป.อ. มาตรา 278
ป.อ. มาตรา 288
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 69 ลงโทษจำคุก 4 เดือน ดังนี้คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 1 ใช้แป๊บน้ำตีโจทก์ร่วมที่ 1 เพราะโจทก์ร่วมที่ 1 ก่อเหตุจะทำร้ายจำเลยที่ 1 ก่อนและจำเลยที่ 2 เข้าช่วยเหลือจำเลยที่ 1…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 69 ลงโทษจำคุก 4 เดือน ดังนี้คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 1 ใช้แป๊บน้ำตีโจทก์ร่วมที่ 1 เพราะโจทก์ร่วมที่ 1 ก่อเหตุจะทำร้ายจำเลยที่ 1 ก่อนและจำเลยที่ 2 เข้าช่วยเหลือจำเลยที่ 1…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ในฎีกาของจำเลยยอมรับเป็นปริยายว่า นาง ว.และนางร. อยู่ที่บ้านของ ท.โดยอ้างคำเบิกความของนางว.ในข้อที่ว่าถูกท.เอาปืนจี้ห้ามมิให้ขานรับคำร้องเรียกของ ส. ด้วยเกรงว่าหญิงทั้งสองจะเป็นหน้าม้าให้คนร้ายมาปล้นทรัพย์ อันเป็นการอ้างเอาคำเบิกความของนาง ว. เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนว่ามีความระแวงว่าจะมีคนร้ายมาปล้นแต่แรก ดังนี้คำเบิกความของนาง ว.และนางร. พยานโจทก์รับฟังได้การที่ จ. ผู้ตายถูกกระสุนปืนที่ขมับขวาจนมันสมองไหล และ อ.ผู้ตายถูกกระสุนปืนกลางศีรษะกระสุนทะลุ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 226
ป.วิ.อ. มาตรา 227
การที่ผู้ตายกับจำเลยเคยมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อนและในวันเกิดเหตุผู้ตายกับพวกตามมาพบจำเลยที่สยามฟุตบอลเข้าไปหาอย่างประสงค์ร้ายจำเลยเดินหลบหนีไปแล้วผู้ตายกับพวกยังติดตามจำเลยไปอีกเมื่อจำเลยหลบหนีไปถึงใต้ถุนอาคารโรงเรียนติดกับกำแพงซึ่งไม่อาจหลีเลี่ยงหรือหลบหนีไปทางใดได้อีกผู้ตายกับพวกจึงตามไปทันและเมื่อเข้าใกล้ประมาณ2วาผู้ตายก็ชัดมีดยาวคืบเศษจะแทงจำเลยโดยที่พวกของผู้ตายอีกคนหนึ่งก็ยืนคุมเชิงอยู่พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงจำเลย…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 288
การที่ผู้ตายกับจำเลยเคยมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อนและในวันเกิดเหตุผู้ตายกับพวกตามมาพบจำเลยที่สยามฟุตบอลเข้าไปหาอย่างประสงค์ร้ายจำเลยเดินหลบหนีไปแล้วผู้ตายกับพวกยังติดตามจำเลยไปอีกเมื่อจำเลยหลบหนีไปถึงใต้ถุนอาคารโรงเรียนติดกับกำแพงซึ่งไม่อาจหลีเลี่ยงหรือหลบหนีไปทางใดได้อีกผู้ตายกับพวกจึงตามไปทันและเมื่อเข้าใกล้ประมาณ2วาผู้ตายก็ชัดมีดยาวคืบเศษจะแทงจำเลยโดยที่พวกของผู้ตายอีกคนหนึ่งก็ยืนคุมเชิงอยู่พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงจำเลย…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 288
การที่ผู้ตายกับจำเลยเคยมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อนและในวันเกิดเหตุผู้ตายกับพวกตามมาพบจำเลยที่สยามฟุตบอลเข้าไปหาอย่างประสงค์ร้ายจำเลยเดินหลบหนีไปแล้วผู้ตายกับพวกยังติดตามจำเลยไปอีกเมื่อจำเลยหลบหนีไปถึงใต้ถุนอาคารโรงเรียนติดกับกำแพงซึ่งไม่อาจหลีเลี่ยงหรือหลบหนีไปทางใดได้อีกผู้ตายกับพวกจึงตามไปทันและเมื่อเข้าใกล้ประมาณ2วาผู้ตายก็ชัดมีดยาวคืบเศษจะแทงจำเลยโดยที่พวกของผู้ตายอีกคนหนึ่งก็ยืนคุมเชิงอยู่พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงจำเลย…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 288
แม้จำเลยกับผู้ตายจะเป็นสามีภรรยากัน ผู้ตายก็ไม่มีอำนาจอันชอบธรรมที่จะทำร้ายจำเลย ฉะนั้น เมื่อผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุ ด่าและตบเตะทำร้ายจำเลยก่อนจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นการประทุษร้ายจำเลยฝ่ายเดียว จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะป้องกันตัวได้ ดังนั้น การที่จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายดังกล่าวเพื่อยับยั้งผู้ตายมิให้ทำร้ายจำเลยอีก จึงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากการถูกทำร้าย แต่ขณะเกิดเหตุผู้ตายเพียงแต่ตบเตะจำเลยโดยไม่มีอาวุธแต่อย่างใด ก…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 72
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 222
แม้จำเลยกับผู้ตายจะเป็นสามีภรรยากัน ผู้ตายก็ไม่มีอำนาจอันชอบธรรมที่จะทำร้ายจำเลย ฉะนั้น เมื่อผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุ ด่าและตบเตะทำร้ายจำเลยก่อนจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นการประทุษร้ายจำเลยฝ่ายเดียว จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะป้องกันตัวได้ ดังนั้น การที่จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายดังกล่าวเพื่อยับยั้งผู้ตายมิให้ทำร้ายจำเลยอีก จึงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากการถูกทำร้าย แต่ขณะเกิดเหตุผู้ตายเพียงแต่ตบเตะจำเลยโดยไม่มีอาวุธแต่อย่างใด ก…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 68
ป.อ. มาตรา 69
ป.อ. มาตรา 72
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 222
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา