Section 70 ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๔ ความรับผิดในทางอาญา
Related Supreme Court judgments
29 cases
โจทก์ครอบครองเพิงไม้ที่ปลูกอยู่ติดกับข้างอาคารพาณิชย์ที่จำเลยที่ 1 เช่าจากเทศบาลตำบลปากช่อง ซึ่งเทศบาลตำบลปากช่องแจ้งให้ภริยาโจทก์รื้อถอนเพิงไม้ดังกล่าว แต่ภริยาโจทก์อ้างว่าไม่ได้เป็นเจ้าของเพิงไม้นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากช่องจึงสั่งให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนเพิงไม้ จำเลยที่ 1 เชื่อว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นแม้การที่จำเลยที่ 1 กับพวกรื้อถอนเพิงไม้จะเป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ.มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 362…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 362
ป.อ. มาตรา 365
นายอำเภอขอความร่วมมือจากประชาชนให้ร่วมกันพัฒนาบริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ได้ตัดฟันต้นไม้ของโจทก์ในบริเวณนั้นโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของโจทก์ทั้งจำเลยที่ 2 เคยตัดฟันต้นไม้ของโจทก์มาก่อนจนถูกฟ้องมาแล้วครั้งหนึ่ง แสดงว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหาย การที่นายอำเภอขอความร่วมมือดังกล่าว เป็นแต่เพียงคำแนะนำ จำเลยที่ 2 จะกระทำหรือไม่กระทำตามก็ได้ มิได้มีลักษณะเป็นคำสั่งตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 70 อันจะทำให้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 358
นายอำเภอขอความร่วมมือจากประชาชนให้ร่วมกันพัฒนาบริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ได้ตัดฟันต้นไม้ของโจทก์ในบริเวณนั้นโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของโจทก์ทั้งจำเลยที่ 2 เคยตัดฟันต้นไม้ของโจทก์มาก่อนจนถูกฟ้องมาแล้วครั้งหนึ่ง แสดงว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหาย การที่นายอำเภอขอความร่วมมือดังกล่าว เป็นแต่เพียงคำแนะนำ จำเลยที่ 2 จะกระทำหรือไม่กระทำตามก็ได้ มิได้มีลักษณะเป็นคำสั่งตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 70 อันจะทำให้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 358
จำเลยที่ 1 เป็นนายอำเภอ จึงเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2และเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วยในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับป่าสงวนแห่งชาติจำเลยที่ 1 จึงมีอำนาจสืบสวนสอบสวนความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ หรือความผิดอาญาอื่นใดที่เกิดขึ้นภายในเขตอำนาจของตนได้ระเ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 157
ป.อ. มาตรา 200
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 17
ป.วิ.อ. มาตรา 18
พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 5
พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 26
กำนันถูกแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการโครงการสร้างถนนเข้าหมู่บ้านเป็นเจ้าพนักงานอยู่แล้วตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457เบิกเงินมาเพื่อจ่ายแก่ผู้รับเหมาทำถนนในขณะที่ถนนยังไม่เสร็จ แต่เบิกมาเพื่อจะจ่ายให้ผู้รับเหมาทำงานต่อไปได้ มิฉะนั้นจะต้องส่งเงินคืนคลังกำนันจ่ายเงินแก่ผู้รับเหมาไปแล้วดังนี้ ขาดเจตนาแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 เป็นเหตุในลักษณะคดีใช้ตลอดถึงจำเลยที่ไม่ได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213, 22…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 1
ป.อ. มาตรา 137
ป.อ. มาตรา 157
พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5 บัญญัติว่า 'ห้ามมิให้ผู้ใดขนส่งของผ่านเขตแดนทางบกเข้าในราชอาณาจักรตามทางใดนอกจากทางอนุมัติฯ'ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นการห้ามไว้อย่างเด็ดขาดฉะนั้นแม้พนักงานศุลกากรจะได้อนุญาตให้จำเลยขนส่งของผ่านเขตแดนนอกทางอนุมัติก็ไม่อาจลบล้างข้อห้ามตามกฎหมายและไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายได้
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5
ป.อ. มาตรา 70
พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5 บัญญัติว่า 'ห้ามมิให้ผู้ใดขนส่งของผ่านเขตแดนทางบกเข้าในราชอาณาจักรตามทางใดนอกจากทางอนุมัติฯ'ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นการห้ามไว้อย่างเด็ดขาดฉะนั้นแม้พนักงานศุลกากรจะได้อนุญาตให้จำเลยขนส่งของผ่านเขตแดนนอกทางอนุมัติก็ไม่อาจลบล้างข้อห้ามตามกฎหมายและไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายได้
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5
ป.อ. มาตรา 70
กำนันไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านจับคนไปส่งอำเภอในข้อหาว่า กระทำผิดคดีอาญา โดยไม่มีหมายจับ เมื่อผู้ใหญ่บ้านกระทำตามคำสั่งของกำนัน ย่อมมีผิดตามประมวลกฎหมาย มาตรา 310 (อ้างฎีกาที่ 75/2493)
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 78
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 310
กำนันไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านจับคนไปส่งอำเภอในข้อหาว่า กระทำผิดคดีอาญา โดยไม่มีหมายจับ เมื่อผู้ใหญ่บ้านกระทำตามคำสั่งของกำนัน ย่อมมีผิดตามประมวลกฎหมาย มาตรา 310 (อ้างฎีกาที่ 75/2493)
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 78
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 310
การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือเป็นความผิดกระทงเดียวแต่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท มีหลักวินิจฉัยดังนี้คือ ถ้าการกระทำใดเป็นความผิดต้องด้วยกฎหมายหลายบทแล้วจะแยกการกระทำนั้นออกจากกันไม่ได้ ก็เป็นความผิดที่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท แต่ถ้ากฎหมายบัญญัติการกระทำเป็นความผิดไว้คนละอย่างต่างกัน เช่นลักทรัพย์กับทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายร่างกายกับบุกรุกดังนี้ ผู้ที่กระทำผิดทั้งสองอย่างก็ต้องเป็นความผิด 2 กระทงไม่ใช่ต้องด้วยกฎหมายหลายบทเพราะต…
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 186
ป.วิ.อ. มาตรา 192
กระทงความผิดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์และแยกกันได้เด็ดขาดจากกระทงความผิดที่อุทธรณ์มานั้นย่อมถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาการที่จำเลยยิงปืน 2 นัดถูกผู้เสียหายคนหนึ่งตาย อีก 2 คนบาดเจ็บหากไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนใดเป็น 2 กรรมแล้วถือว่าจำเลยทำผิดกระทงเดียวพฤติการณ์ที่ถือว่าป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 198
ป.วิ.อ. มาตรา 215
+3
ปิดอากรสแตมมหรสพไม่ครบและไม่ขีดค่าอากรสแตมป์ไนการแสดงมหรสพครั้ง 1 นั้น แม้จะเปนตั๋วกี่ฉบับก็ตามก็ถือว่าเปนความผิดถานปิดอากรสแตมป์ไม่ครบกะทงหนึ่งและถานไม่ขีดค่าอากรสแตมป์อีกกะทงหนึ่ง กรนีที่ถือว่าสาลถามคำไห้การจำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ได้รับตามฟ้องของโจท.
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 71.
ป.รัษฎากร มาตรา 133
ป.รัษฎากร มาตรา 135
ป.รัษฎากร มาตรา 142
ป.รัษฎากร มาตรา 143.
ป.วิ.อ. มาตรา 176.
สาลพิพากสาลงโทสจำเลย 4 สำนวน ตามมาตรา 293-59 ไนคำพิพากสาเดียวกันแล้วไห้จำเลยรับโทสจำคุก เพียง 3 เดือนได้
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 293
ป.อ. มาตรา 38
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 71
ป.วิ.อ. มาตรา 160
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 220
ตำหรวดมีหน้าที่เสาะหรือสืบสวนความผิดอาญาตามวิธีพิจารนาความอาญา ปลัดอำเพอพบผู้กะทำผิดแล้วไม่จับกุมกลับบังคับเอาเงินจากผู้กะทำผิด ไม่ผิดตามมาตรา 142 เพราะการสอบสวนนั้นทางกะซวงมหาดไทยได้กำหนดหน้าที่ไห้แก่ตำหรวดโดยฉเพาะ พลตำหรวด+ไปพบผู้กะทำผิดแล้วไม่จับกุม กลับบังคับเอาเงินจากผู้กะทำผิดดังนี้ เปนผิดตามมาตรา 136 และ 142 สารวัตสึกสาไม่มีอำนาดหน้าที่สืบเสาะไต่สวนคดีดังที่บัญญัติไว้ไนวิธีพิจารนาความอาญา ม. 17,18
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 136
ป.อ. มาตรา 142
ป.อ. มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 71
ป.วิ.อ. มาตรา 17
ป.วิ.อ. มาตรา 18
เปนเจ้าสำนักจัดไห้มีการเล่นการพนัน 2 หย่างอันเปนความผิดกัมเดียววาระเดียวต้องลงโทสถานเปนเจ้าสำนักการเล่นที่มีโทสหนัก ถ้าถูกฟ้องแยกเปน 2 สำนวน ถ้าสำนวนที่มีโทสหนักฟ้องก่อน ตัดสินที่มีสำนวนโทสเบาแม้คดีแรกตัดสินก่อนก็ทำไห้คดีหลังระงับ และเมื่อลงโทส ไนคดีหลังแล้วโทสไนคดีแรกก็เปนระงับไปตามกดหมาย
Read full text
Sections also considered:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70
พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4
พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 10
พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12
ป.วิ.อ. มาตรา 39
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา