กฎกระทรวง
กฎกระทรวงการขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงิน และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินและการชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงิน พ.ศ. 2561
13 clauses · Posted 12 Oct 2018
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
Clause 1
ในกฎกระทรวงนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวผู้กู้ยืมเงินได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และหมายความรวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้กู้ยืมเงิน เช่น ชื่อ ชื่อสกุล อาชีพ สถานที่ทำงาน เลขที่บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เลขที่บัญชีเงินฝากและจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝาก หมายเลขโทรศัพท์ ภูมิลำเนา ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ซึ่งรวมถึงที่อยู่ทางธุรกิจ ที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่อยู่อื่นใดที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินหรือกรรมสิทธิ์ของผู้กู้ยืมเงิน และข้อมูลอื่นใดของผู้กู้ยืมเงินที่มีความสำคัญ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน “ข้อมูลการกู้ยืมเงิน” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินและการชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงิน
หมวด ๑ การขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงิน
Clause 2
เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน ให้กองทุนขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินได้เท่าที่จำเป็น โดยทำเป็นหนังสือถึงหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดซึ่งครอบครองข้อมูลดังกล่าว
Clause 3
หนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ ๒ อย่างน้อยต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) วัน เดือน ปี ที่ทำหนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคล
(๒) ชื่อ ชื่อสกุล และเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน
(๓) วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
(๔) รายการของข้อมูลส่วนบุคคลที่ประสงค์จะขอ
(๕) กำหนดระยะเวลาที่ขอให้จัดส่งข้อมูลส่วนบุคคล
(๑) วัน เดือน ปี ที่ทำหนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคล
(๒) ชื่อ ชื่อสกุล และเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน
(๓) วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
(๔) รายการของข้อมูลส่วนบุคคลที่ประสงค์จะขอ
(๕) กำหนดระยะเวลาที่ขอให้จัดส่งข้อมูลส่วนบุคคล
Clause 4
เมื่อหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงิน ได้รับหนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคลจากกองทุนตามข้อ ๒ แล้ว ให้ดำเนินการจัดส่งข้อมูลดังกล่าวที่เป็นปัจจุบันในรูปแบบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบที่มีอยู่หรือตามรูปแบบที่กองทุนกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หรือภายในระยะเวลาที่กองทุนกำหนดโดยขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนหรือความจำเป็นในการที่กองทุนจะนำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปใช้ ในการจัดส่งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงการรักษาความลับและป้องกันการรั่วไหล การเข้าถึงหรือการใช้ข้อมูลนั้นโดยบุคคลใดโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ในกรณีที่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถจัดส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินตามที่กองทุนร้องขอภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งได้ ให้แจ้งเหตุผลและความจำเป็น รวมทั้งกำหนดระยะเวลาที่จะจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้กองทุนทราบโดยเร็ว ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาในการจัดส่งข้อมูลดังกล่าวจะต้องไม่เกินระยะเวลาอันสมควร
Clause 5
เมื่อกองทุนได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดตามข้อ ๔ หรือตามบันทึกข้อตกลงตามข้อ ๑๒ แล้ว ต้องนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุนเท่านั้น และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนต่อไปยังบุคคลภายนอกหรือบุคคลอื่นซึ่งไม่มีอำนาจในการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลนั้น
Clause 6
ให้กองทุนจัดให้มีการทำบัญชีแสดงการขอข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการหรือระบบการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนหรือบุคคลใด แล้วแต่กรณี ให้เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย รวมทั้งป้องกันการเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
หมวด ๒ การเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน
Clause 7
หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดประสงค์ที่จะขอให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินของผู้กู้ยืมเงินรายใดเพื่อนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุนโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้มีหนังสือขอข้อมูลดังกล่าวต่อกองทุน
Clause 8
หนังสือขอให้เปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินตามข้อ ๗ อย่างน้อยต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) วัน เดือน ปี ที่ทำหนังสือขอข้อมูลการกู้ยืมเงิน
(๒) ชื่อ ชื่อสกุล และเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน
(๓) วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลการกู้ยืมเงินไปใช้
(๔) รายการของข้อมูลการกู้ยืมเงินที่ประสงค์จะขอ
(๕) กำหนดระยะเวลาที่ขอให้จัดส่งข้อมูลการกู้ยืมเงิน
(๑) วัน เดือน ปี ที่ทำหนังสือขอข้อมูลการกู้ยืมเงิน
(๒) ชื่อ ชื่อสกุล และเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน
(๓) วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลการกู้ยืมเงินไปใช้
(๔) รายการของข้อมูลการกู้ยืมเงินที่ประสงค์จะขอ
(๕) กำหนดระยะเวลาที่ขอให้จัดส่งข้อมูลการกู้ยืมเงิน
Clause 9
เมื่อกองทุนได้รับหนังสือขอให้เปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินตามข้อ ๗ และพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ร้องขอมีวัตถุประสงค์ที่จะนำข้อมูลการกู้ยืมเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน ให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลตามหนังสือดังกล่าวในรูปแบบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือหรือภายในกำหนดระยะเวลาที่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดร้องขอ ทั้งนี้ กองทุนอาจกำหนดข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการนำข้อมูลนั้นไปใช้ด้วยก็ได้ การเปิดเผยข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ให้กองทุนดำเนินการใด ๆ ให้ข้อมูลนั้นเป็นความลับและป้องกันการรั่วไหล การเข้าถึง หรือการใช้ข้อมูลโดยบุคคลอื่นโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถจัดส่งข้อมูลให้แก่ผู้ร้องขอภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งได้ ให้กองทุนแจ้งเหตุผลและความจำเป็น รวมทั้งกำหนดระยะเวลาที่สามารถจะจัดส่งข้อมูลให้ผู้ร้องขอทราบ
Clause 10
เมื่อหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดได้รับข้อมูลการกู้ยืมเงินจากกองทุนตามข้อ ๙ หรือตามบันทึกข้อตกลงตามข้อ ๑๒ แล้ว จะต้องไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ได้แจ้งไว้กับกองทุน และจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนต่อไปยังบุคคลภายนอกหรือบุคคลอื่นซึ่งไม่มีอำนาจในการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลนั้น และต้องจัดให้มีมาตรการหรือระบบการเก็บรักษาข้อมูลการกู้ยืมเงินให้เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้งลบหรือทำลายเมื่อหมดความจำเป็นหรือไม่ต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูลการกู้ยืมเงินดังกล่าวแล้ว
Clause 11
ให้กองทุนจัดให้มีการทำบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินในรูปแบบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานและเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานกองทุน
หมวด ๓ ข้อตกลงเกี่ยวกับการขอข้อมูลส่วนบุคคลและการเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน
Clause 12
เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน การขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินและการขอให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน นอกจากการดำเนินการตามข้อ ๒ และข้อ ๗ แล้วแต่กรณี กองทุนอาจทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือการเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินกับหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนก็ได้
Clause 13
บันทึกข้อตกลงตามข้อ ๑๒ อย่างน้อยต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินไปใช้
(๒) รูปแบบและวิธีการในการขอข้อมูลหรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินตามที่ตกลงกัน
(๓) รูปแบบ วิธีการ และระยะเวลาในการส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงิน
(๔) มาตรการในการรักษาความลับและป้องกันการรั่วไหล การเข้าถึง หรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินโดยบุคคลอื่นโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
(๑) วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินไปใช้
(๒) รูปแบบและวิธีการในการขอข้อมูลหรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินตามที่ตกลงกัน
(๓) รูปแบบ วิธีการ และระยะเวลาในการส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงิน
(๔) มาตรการในการรักษาความลับและป้องกันการรั่วไหล การเข้าถึง หรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินโดยบุคคลอื่นโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีอำนาจดำเนินการขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และมีอำนาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินและการชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงินให้แก่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือบุคคลใดตามที่ร้องขอ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น
เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวและเพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้