กฎกระทรวง
กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565
31 clauses · Posted 18 May 2022
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๕๑/๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
Clause 1
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
Clause 2
ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ (๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ (๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ (๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ (๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
Clause 3
ในกฎกระทรวงนี้ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Clause 4
การยื่นคำขอ การแจ้ง และการอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ในระหว่างที่ยังไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ยื่นคำขอโดยวิธีการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงาน
Clause 5
คำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๑ ประเภทใบอนุญาตและคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต
Clause 6
ใบอนุญาตมีสองประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) ใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดา
(๒) ใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนิติบุคคล ได้แก่ (ก) สถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันวิจัย (ข) หน่วยงานของรัฐ (ค) บริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทจำกัด
(๑) ใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดา
(๒) ใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนิติบุคคล ได้แก่ (ก) สถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันวิจัย (ข) หน่วยงานของรัฐ (ค) บริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทจำกัด
Clause 7
ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๑) ต้อง
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) สำเร็จการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษา ที่สำนักงาน ก.พ. รับรองด้านหนึ่งด้านใด ดังต่อไปนี้ (ก) วิทยาศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยา อนามัยสิ่งแวดล้อม หรือสุขาภิบาล (ข) วิศวกรรมศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อมหรือสุขาภิบาล (ค) เศรษฐศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อม (ง) สังคมศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อม (จ) ด้านอื่นที่มีชื่อเรียกแตกต่างจาก (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) แต่มีการศึกษารายวิชา ด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับ (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) ไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต หรือไม่น้อยกว่า ๑๕ หน่วยกิต ในกรณีที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท หรือระดับปริญญาเอก (ฉ) ด้านอื่นตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
(๓) ในกรณีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามที่มีกฎหมายบัญญัติต้องมีสถานภาพเป็นสมาชิก และได้รับใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพของสภาวิชาชีพนั้น ๆ ด้วย
(๔) มีผลงานหรือประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
(๕) ผ่านการอบรมในหลักสูตรเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่เลขาธิการประกาศกำหนดหรือเห็นชอบ เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการอบรมตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
(๖) ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เว้นแต่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการในนิติบุคคลที่จะขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๑๐ หรือเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานประจำอยู่ในหน่วยงานของรัฐ
(๗) ไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
(๘) ไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนอาจเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) สำเร็จการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษา ที่สำนักงาน ก.พ. รับรองด้านหนึ่งด้านใด ดังต่อไปนี้ (ก) วิทยาศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยา อนามัยสิ่งแวดล้อม หรือสุขาภิบาล (ข) วิศวกรรมศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อมหรือสุขาภิบาล (ค) เศรษฐศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อม (ง) สังคมศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อม (จ) ด้านอื่นที่มีชื่อเรียกแตกต่างจาก (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) แต่มีการศึกษารายวิชา ด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับ (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) ไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต หรือไม่น้อยกว่า ๑๕ หน่วยกิต ในกรณีที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท หรือระดับปริญญาเอก (ฉ) ด้านอื่นตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
(๓) ในกรณีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามที่มีกฎหมายบัญญัติต้องมีสถานภาพเป็นสมาชิก และได้รับใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพของสภาวิชาชีพนั้น ๆ ด้วย
(๔) มีผลงานหรือประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
(๕) ผ่านการอบรมในหลักสูตรเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่เลขาธิการประกาศกำหนดหรือเห็นชอบ เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการอบรมตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
(๖) ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เว้นแต่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการในนิติบุคคลที่จะขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๑๐ หรือเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานประจำอยู่ในหน่วยงานของรัฐ
(๗) ไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
(๘) ไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนอาจเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
Clause 8
ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๒) (ก) ต้อง
(๑) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยและมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา วิจัย และพัฒนา
(๒) มีผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดา ที่มีลักษณะตามข้อ ๗ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) อย่างน้อยหนึ่งคนอยู่ในสังกัด
(๓) มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในหน่วยงานอย่างน้อยสี่คน โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด และต้องมีลักษณะตามข้อ ๗ (๗) และ (๘) ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันวิจัยเอกชน นอกจากต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาตาม (๒) มีลักษณะตามข้อ ๗ (๓) ด้วย
(๑) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยและมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา วิจัย และพัฒนา
(๒) มีผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดา ที่มีลักษณะตามข้อ ๗ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) อย่างน้อยหนึ่งคนอยู่ในสังกัด
(๓) มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในหน่วยงานอย่างน้อยสี่คน โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด และต้องมีลักษณะตามข้อ ๗ (๗) และ (๘) ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันวิจัยเอกชน นอกจากต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาตาม (๒) มีลักษณะตามข้อ ๗ (๓) ด้วย
Clause 9
ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๒) (ข) ต้อง
(๑) มีผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาที่มีลักษณะตามข้อ ๗ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) อย่างน้อยหนึ่งคนอยู่ในสังกัด
(๒) มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในหน่วยงานอย่างน้อยสี่คน โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด และต้องมีลักษณะตามข้อ ๗ (๗) และ (๘)
(๑) มีผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาที่มีลักษณะตามข้อ ๗ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) อย่างน้อยหนึ่งคนอยู่ในสังกัด
(๒) มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในหน่วยงานอย่างน้อยสี่คน โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด และต้องมีลักษณะตามข้อ ๗ (๗) และ (๘)
Clause 10
ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๒) (ค) ต้อง
(๑) จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย
(๒) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการหรือดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย และให้คำปรึกษาทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม
(๓) มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป
(๔) มีจำนวนหุ้นของผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด ซึ่งมีสิทธิในการออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
(๕) มีกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันเป็นผู้มีสัญชาติไทยมากกว่ากึ่งหนึ่ง
(๖) มีผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาเป็นกรรมการบริหารของบริษัทมหาชน หรือเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการของบริษัทจำกัด ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตอย่างน้อยหนึ่งคน
(๗) มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตอย่างน้อยสี่คน โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด และต้องมีลักษณะตามข้อ ๗ (๗) และ (๘)
(๘) ไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
(๙) ไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนอาจเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
(๑) จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย
(๒) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการหรือดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย และให้คำปรึกษาทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม
(๓) มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป
(๔) มีจำนวนหุ้นของผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด ซึ่งมีสิทธิในการออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
(๕) มีกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันเป็นผู้มีสัญชาติไทยมากกว่ากึ่งหนึ่ง
(๖) มีผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาเป็นกรรมการบริหารของบริษัทมหาชน หรือเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการของบริษัทจำกัด ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตอย่างน้อยหนึ่งคน
(๗) มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตอย่างน้อยสี่คน โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด และต้องมีลักษณะตามข้อ ๗ (๗) และ (๘)
(๘) ไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
(๙) ไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนอาจเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
หมวด ๒ การขอและการออกใบอนุญาต
Clause 11
ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเลขาธิการ พร้อมด้วยข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) เลขประจำตัวประชาชน กรณีบุคคลธรรมดาเป็นผู้ขออนุญาต
(๒) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต
(๓) หนังสือแสดงว่าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้แทนนิติบุคคลหรือเป็นผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต หรือหนังสือมอบอำนาจกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ใช่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล
(๔) เอกสารหรือหลักฐานแสดงผลงานและประวัติการทำงานเกี่ยวกับการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม ของผู้ขอรับใบอนุญาตและเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำ ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
(๕) เลขที่ใบอนุญาตและวันที่ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือใบอนุญาตประกอบกิจการ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๑) หรือ (๒) (ก) หรือ (ค) เป็นผู้ที่จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือใบอนุญาตประกอบกิจการ
(๖) คำยินยอมให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายเข้าถึงข้อมูลตาม (๑) (๒) และ (๕) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
(๑) เลขประจำตัวประชาชน กรณีบุคคลธรรมดาเป็นผู้ขออนุญาต
(๒) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต
(๓) หนังสือแสดงว่าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้แทนนิติบุคคลหรือเป็นผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต หรือหนังสือมอบอำนาจกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ใช่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล
(๔) เอกสารหรือหลักฐานแสดงผลงานและประวัติการทำงานเกี่ยวกับการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม ของผู้ขอรับใบอนุญาตและเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำ ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
(๕) เลขที่ใบอนุญาตและวันที่ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือใบอนุญาตประกอบกิจการ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๑) หรือ (๒) (ก) หรือ (ค) เป็นผู้ที่จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือใบอนุญาตประกอบกิจการ
(๖) คำยินยอมให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายเข้าถึงข้อมูลตาม (๑) (๒) และ (๕) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
Clause 12
เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้เลขาธิการตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ถ้าถูกต้องและครบถ้วน ให้ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต แต่หากคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือจัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้เลขาธิการจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
Clause 13
ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้เลขาธิการแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ และความพร้อมในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการประกาศกำหนด ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่กำหนดให้มีการประเมินความรู้พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิในการอุทธรณ์ และให้ถือว่าสิ้นสุดกระบวนพิจารณาออกใบอนุญาต ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการประกาศกำหนด และมีลักษณะถูกต้องตามข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ หรือข้อ ๑๐ แล้วแต่กรณี ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่กำหนดให้มีการประเมินความรู้ และให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว สำหรับกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนิติบุคคล ให้แสดงเอกสารหรือหนังสือรับรองตนเองของผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียวเท่านั้น พร้อมกับการชำระค่าธรรมเนียมด้วย เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้เลขาธิการออกใบอนุญาตภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายในระยะเวลาตามวรรคสาม ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต และให้เลขาธิการจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ การอนุญาตตามวรรคสามให้มีอายุคราวละไม่เกินห้าปีโดยนำผลการประเมินความรู้ความสามารถ และความพร้อมในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามวรรคหนึ่งมาประกอบการพิจารณาด้วย และจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ หรือจะจำกัดขนาดหรือลักษณะของโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ในใบอนุญาตก็ได้
Clause 14
ให้ผู้รับใบอนุญาตแสดงใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่เมื่อมีการร้องขอ โดยจะแสดงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนดก็ได้
หมวด ๓ การเปลี่ยนแปลงผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดา และเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำ
Clause 15
กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๒) ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำ โดยไม่ทำให้คุณสมบัติของนิติบุคคลเปลี่ยนแปลงไป ให้ยื่นคำขอต่อเลขาธิการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงพร้อมทั้งระบุรายชื่อบุคคลที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลง และข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวกับบุคคลนั้น เมื่อเลขาธิการตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัติของผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้รับใบอนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลขาธิการได้รับแจ้งรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่ง และให้นำความในข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
Clause 16
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๒) รายใดมีผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำไม่ครบจำนวนตามข้อ ๘ (๒) หรือ (๓) ข้อ ๙ หรือข้อ ๑๐ (๖) หรือ (๗) แล้วแต่กรณี ให้หยุดจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทันที และมีหนังสือแจ้งให้เลขาธิการทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีผู้จัดทำรายงานหรือเจ้าหน้าที่ไม่ครบจำนวน ให้ผู้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งดำเนินการให้มีผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำขึ้นใหม่จนครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ และแจ้งรายชื่อผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำนั้นต่อเลขาธิการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่เลขาธิการได้รับแจ้งการมีผู้จัดทำรายงานหรือเจ้าหน้าที่ไม่ครบจำนวน และให้นำความในข้อ ๑๕ วรรคสอง มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่อาจดำเนินการให้มีผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำได้ภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ผู้รับใบอนุญาตมีหนังสือขอขยายระยะเวลา ในการนี้ เลขาธิการอาจขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสามสิบวัน
Clause 17
ในระหว่างดำเนินการเพื่อให้มีผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำให้ครบจำนวนตามข้อ ๑๖ ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๖ (๒) ที่มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำอย่างน้อยสองคน จะยื่นคำขอผ่อนผันพร้อมด้วยเหตุผลต่อเลขาธิการเพื่อให้ตนจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ประกอบการจัดทำหรือการให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปพลางก่อนก็ได้ หากเลขาธิการเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและไม่มีผลเสียหายต่อการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำลังดำเนินการอยู่ ให้มีหนังสือแจ้งผลการอนุญาตให้ผ่อนผันภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอดังกล่าว โดยจะกำหนดเงื่อนไขให้ดำเนินการเพิ่มเติมด้วยก็ได้
หมวด ๔ การต่ออายุใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต
Clause 18
ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่อเลขาธิการไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตสามารถจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตนั้น ให้นำความในข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม ในการนี้ เลขาธิการจะต่ออายุใบอนุญาตโดยกำหนดระยะเวลาน้อยกว่าอายุใบอนุญาตเดิมก็ได้ โดยพิจารณาจากคุณภาพของการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และพฤติการณ์ในการปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตที่ผ่านมาของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต
Clause 19
ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อเลขาธิการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ พร้อมด้วยข้อมูล เอกสารหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่ใบอนุญาต
(๒) ข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้นำความในข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่คำขอรับใบแทนใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานตามวรรคหนึ่งถูกต้องและครบถ้วน ให้เลขาธิการออกใบแทนใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวัน
(๑) เลขที่ใบอนุญาต
(๒) ข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้นำความในข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่คำขอรับใบแทนใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานตามวรรคหนึ่งถูกต้องและครบถ้วน ให้เลขาธิการออกใบแทนใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวัน
หมวด ๕ การแจ้งเตือน การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต และการอุทธรณ์คำสั่ง
Clause 20
เลขาธิการมีอำนาจแจ้งเตือนเป็นหนังสือ เมื่อปรากฏว่า
(๑) ผู้รับใบอนุญาตจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนมีผลให้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
(๒) ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๔๘ (๓) ผู้รับใบอนุญาตไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำตามข้อ ๑๕ หรือไม่แจ้งการมีผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำไม่ครบถ้วนตามข้อ ๑๖ (๔) ผู้รับใบอนุญาตกระทำฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ และได้รับโทษในระดับตักเตือนเช่นเดียวกัน
(๑) ผู้รับใบอนุญาตจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนมีผลให้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
(๒) ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๔๘ (๓) ผู้รับใบอนุญาตไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำตามข้อ ๑๕ หรือไม่แจ้งการมีผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำไม่ครบถ้วนตามข้อ ๑๖ (๔) ผู้รับใบอนุญาตกระทำฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ และได้รับโทษในระดับตักเตือนเช่นเดียวกัน
Clause 21
เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่า
(๑) ผู้รับใบอนุญาตจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนอาจเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
(๒) ผู้รับใบอนุญาตยินยอมให้ผู้ซึ่งถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือลงลายมือชื่อในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ตนไม่ได้จัดทำหรือให้การรับรอง
(๓) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
(๔) นิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๗ (๕) ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกแจ้งเตือนตามข้อ ๒๐ มาแล้ว และกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้ถูกแจ้งเตือนตามข้อ ๒๐ อีกภายในสองปีนับจากวันที่ถูกเตือนครั้งแรก
(๖) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ และได้รับโทษในระดับพักใช้ใบอนุญาตเช่นเดียวกัน การสั่งพักใช้ใบอนุญาตตาม (๑) ให้มีระยะเวลาครั้งละไม่น้อยกว่าหกเดือนแต่ไม่เกินสิบสองเดือน และการสั่งพักใช้ใบอนุญาตตาม (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) ให้มีระยะเวลาครั้งละไม่น้อยกว่าสามเดือนแต่ไม่เกินหกเดือน ในกรณีที่ใบอนุญาตมีระยะเวลาเหลืออยู่น้อยกว่าระยะเวลาที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ห้ามมิให้รับคำขอออกใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตนั้นไว้พิจารณาจนกว่าระยะเวลาการสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะสิ้นสุดลง ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการจัดทำหรือ ให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่ได้
(๑) ผู้รับใบอนุญาตจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนอาจเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
(๒) ผู้รับใบอนุญาตยินยอมให้ผู้ซึ่งถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือลงลายมือชื่อในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ตนไม่ได้จัดทำหรือให้การรับรอง
(๓) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
(๔) นิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๗ (๕) ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกแจ้งเตือนตามข้อ ๒๐ มาแล้ว และกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้ถูกแจ้งเตือนตามข้อ ๒๐ อีกภายในสองปีนับจากวันที่ถูกเตือนครั้งแรก
(๖) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ และได้รับโทษในระดับพักใช้ใบอนุญาตเช่นเดียวกัน การสั่งพักใช้ใบอนุญาตตาม (๑) ให้มีระยะเวลาครั้งละไม่น้อยกว่าหกเดือนแต่ไม่เกินสิบสองเดือน และการสั่งพักใช้ใบอนุญาตตาม (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) ให้มีระยะเวลาครั้งละไม่น้อยกว่าสามเดือนแต่ไม่เกินหกเดือน ในกรณีที่ใบอนุญาตมีระยะเวลาเหลืออยู่น้อยกว่าระยะเวลาที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ห้ามมิให้รับคำขอออกใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตนั้นไว้พิจารณาจนกว่าระยะเวลาการสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะสิ้นสุดลง ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการจัดทำหรือ ให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่ได้
Clause 22
เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่า
(๑) ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติตามข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ หรือข้อ ๑๐ แล้วแต่กรณี
(๒) ผู้รับใบอนุญาตได้ให้การรับรองตนเองว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียว หรือใช้เอกสารการรับรองตนเองของผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียวตามข้อ ๑๓ อันเป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ
(๓) ผู้รับใบอนุญาตมีเจตนาจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอันเป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ
(๔) ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้บริหาร กรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือมีอำนาจบริหารจัดการของโครงการหรือกิจการหรือการดำเนินการที่ตนเป็นผู้รับจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(๕) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๖) ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ มาแล้ว และกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้ต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ อีกภายในสองปีนับจากวันที่มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตครั้งแรก
(๑) ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติตามข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ หรือข้อ ๑๐ แล้วแต่กรณี
(๒) ผู้รับใบอนุญาตได้ให้การรับรองตนเองว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียว หรือใช้เอกสารการรับรองตนเองของผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียวตามข้อ ๑๓ อันเป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ
(๓) ผู้รับใบอนุญาตมีเจตนาจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอันเป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ
(๔) ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้บริหาร กรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือมีอำนาจบริหารจัดการของโครงการหรือกิจการหรือการดำเนินการที่ตนเป็นผู้รับจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(๕) ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๖) ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ มาแล้ว และกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้ต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ อีกภายในสองปีนับจากวันที่มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตครั้งแรก
Clause 23
กรณีเลขาธิการมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนิติบุคคลตามข้อ ๒๒ (๓) ให้การเพิกถอนนั้นมีผลเป็นเพิกถอนใบอนุญาตของผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาของกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนของบริษัทมหาชนหรือบริษัทจำกัดผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๑๐ (๖) ที่กำกับดูแลหรือควบคุมการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย
Clause 24
การพิจารณาออกคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ หรือข้อ ๒๓ แล้วแต่กรณี ให้เลขาธิการแจ้งผู้รับใบอนุญาตทราบและให้ผู้รับใบอนุญาตนำพยานหลักฐานมายื่นเพื่อประกอบการพิจารณา และในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้รับใบอนุญาตมีการกระทำที่เป็นเหตุแห่งการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต และมีความจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากจะให้มีการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไปเลขาธิการอาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตหยุดจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ก่อนจนกว่าการพิจารณาการพักใช้หรือการเพิกถอนใบอนุญาตจะเสร็จสิ้นก็ได้ ในกรณีที่มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ (๑) หรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามข้อ ๒๒ (๓) หรือข้อ ๒๓ ให้เลขาธิการระบุชื่อผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดา เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำ และกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนของบริษัทมหาชนหรือบริษัทจำกัด ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมีชื่อปรากฏในรายงานนั้นไว้ในคำสั่งพักใช้หรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตด้วย
Clause 25
เมื่อได้แจ้งเตือนตามข้อ ๒๐ หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ ๒๑ หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามข้อ ๒๒ แล้ว ให้เลขาธิการเผยแพร่การแจ้งเตือนหรือการสั่งนั้นในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเพื่อให้ประชาชนทราบด้วย
Clause 26
ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การยื่นอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ด้วยโดยอนุโลม
หมวด ๖ ค่าธรรมเนียม
Clause 27
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้คิดเป็นรายปี ปีละ ๕,๐๐๐ บาท ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาต
บทเฉพาะกาล
Clause 28
คำขอรับใบอนุญาตที่ได้ยื่นคำขอต่อเลขาธิการไว้ไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือเป็นคำขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ในกรณีที่คำขอที่ยื่นตามวรรคหนึ่งและเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอดังกล่าวแตกต่างไปจากกฎกระทรวงนี้ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ขอใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอและส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
Clause 29
ใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ออกให้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังไม่สิ้นอายุ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าใบอนุญาตนั้นจะสิ้นอายุ หากผู้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ประสงค์จะจัดทำหรือให้การรับรองรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ต่อเลขาธิการก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิมจะสิ้นอายุไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน และให้ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวจัดทำหรือให้การรับรองรายงานตามใบอนุญาตนั้นต่อไปได้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้หรือเลขาธิการได้แจ้งให้ทราบถึงการไม่อนุญาต
Clause 30
ผู้ชำนาญการในการศึกษาผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎกระทรวงนี้ จนกว่าใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมของนิติบุคคลนั้นจะสิ้นอายุ หรือพ้นจากการเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำนิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตนั้น
Clause 31
ผู้ชำนาญการในการศึกษาผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทำรายงานเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๓๐ ผู้ใดที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาตามกฎกระทรวงนี้ ให้ได้รับยกเว้นลักษณะตามข้อ ๗ (๕)
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๑/๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ บัญญัติให้ การขอและการออกใบอนุญาต
คุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการสั่งพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
และสมควรปรับปรุงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้