กฎกระทรวง
กฎกระทรวงความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2567
28 clauses · Posted 22 Nov 2024
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
Clause 1
ในกฎกระทรวงนี้ “สถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาเอกชน “สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่อยู่ในสังกัดของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “สถาบันอุดมศึกษาเอกชน” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน “บุคลากร” หมายความว่า คณาจารย์ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานสถาบันอุดมศึกษา และลูกจ้างของสถาบันอุดมศึกษา “สภานโยบาย” หมายความว่า สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ “สำนักงานปลัดกระทรวง” หมายความว่า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมวด ๑ บททั่วไป
Clause 2
กฎกระทรวงนี้มีความมุ่งหมายที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เพื่อให้การพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด อันจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป และต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต
Clause 3
สถาบันอุดมศึกษาตั้งแต่สองแห่งขึ้นไปอาจร่วมมือกันในเรื่อง ดังต่อไปนี้
(๑) การจัดการศึกษา
(๒) การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม รวมทั้งการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์
(๓) การพัฒนาบุคลากร
(๔) การบริการวิชาการแก่สังคม รวมทั้งการให้ข้อมูลและความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้องและปราศจากอคติแก่สังคมและเพื่อประกอบการตัดสินใจในทางนโยบายของภาครัฐ
(๕) การทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
(๖) การถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี
(๗) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(๑) การจัดการศึกษา
(๒) การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม รวมทั้งการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์
(๓) การพัฒนาบุคลากร
(๔) การบริการวิชาการแก่สังคม รวมทั้งการให้ข้อมูลและความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้องและปราศจากอคติแก่สังคมและเพื่อประกอบการตัดสินใจในทางนโยบายของภาครัฐ
(๕) การทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
(๖) การถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี
(๗) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
Clause 4
ความร่วมมือตามข้อ ๓ อาจทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
(๑) การทำข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษา
(๒) การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมความร่วมมือที่สำนักงานปลัดกระทรวงเป็นผู้ริเริ่มหรือจัดให้มีขึ้น การทำข้อตกลงและการเข้าร่วมโครงการของสถาบันอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาสถาบันอุดมศึกษานั้นด้วย
(๑) การทำข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษา
(๒) การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมความร่วมมือที่สำนักงานปลัดกระทรวงเป็นผู้ริเริ่มหรือจัดให้มีขึ้น การทำข้อตกลงและการเข้าร่วมโครงการของสถาบันอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาสถาบันอุดมศึกษานั้นด้วย
Clause 5
การทำความตกลงร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาตามข้อ ๔ (๑) ต้องเป็นไปตามหลักการ ดังต่อไปนี้
(๑) ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนด้านการอุดมศึกษา แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา รวมทั้งวัตถุประสงค์การจัดการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา และพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาและกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษาที่ตนสังกัด
(๒) การก่อให้เกิดการพัฒนาด้านการเรียนการสอน ด้านการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือในด้านวิชาการอื่น ๆ เพื่อพัฒนากำลังคนของประเทศและการวางรากฐานการศึกษาเพื่อการพัฒนาในอนาคต
(๓) การใช้ทรัพยากรของสถาบันอุดมศึกษาให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่การอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม ของประเทศ
(๔) ประโยชน์สูงสุดและการลดภาระของผู้เรียน
(๑) ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนด้านการอุดมศึกษา แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา รวมทั้งวัตถุประสงค์การจัดการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา และพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาและกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษาที่ตนสังกัด
(๒) การก่อให้เกิดการพัฒนาด้านการเรียนการสอน ด้านการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือในด้านวิชาการอื่น ๆ เพื่อพัฒนากำลังคนของประเทศและการวางรากฐานการศึกษาเพื่อการพัฒนาในอนาคต
(๓) การใช้ทรัพยากรของสถาบันอุดมศึกษาให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่การอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม ของประเทศ
(๔) ประโยชน์สูงสุดและการลดภาระของผู้เรียน
Clause 6
สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจจัดทำโครงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาตามข้อ ๔ (๒) โดยมุ่งให้เกิดผลตามนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการได้โดยประกาศให้สถาบันอุดมศึกษาทราบเป็นการทั่วไป โครงการตามวรรคหนึ่งอาจสร้างความร่วมมือตามข้อ ๓ เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องก็ได้ โครงการตามวรรคหนึ่งต้องเป็นไปตามหลักการตามข้อ ๕ และหลักการอื่นที่สภานโยบายกำหนด โดยกำหนดวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่คาดหวังอย่างชัดเจน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการและการพิจารณาคำขอ ให้เป็นไปตามที่ปลัดกระทรวงกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
Clause 7
ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามการวินิจฉัยของรัฐมนตรี
หมวด ๒ ความร่วมมือในการจัดการศึกษา
Clause 8
สถาบันอุดมศึกษาอาจร่วมมือในการจัดการศึกษา ดังต่อไปนี้
(๑) การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกัน
(๒) การให้บุคลากรไปทำการสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน
(๓) การให้ผู้เรียนไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน
(๔) การนำบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์และมีศักยภาพสูงจากสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศมาร่วมในการจัดการศึกษา
(๕) การใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลวิชาการและวิจัยร่วมกัน
(๖) ความร่วมมืออื่นที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(๑) การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกัน
(๒) การให้บุคลากรไปทำการสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน
(๓) การให้ผู้เรียนไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน
(๔) การนำบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์และมีศักยภาพสูงจากสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศมาร่วมในการจัดการศึกษา
(๕) การใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลวิชาการและวิจัยร่วมกัน
(๖) ความร่วมมืออื่นที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
Clause 9
การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันให้รวมถึงการร่วมกันออกแบบหลักสูตร การบริหารหลักสูตร การสอนและการสาธิตตามหลักสูตร และการประเมินผล ตลอดจนการจัดให้มีแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนร่วมกันจนถึงระดับปริญญา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบชุดการเรียนรู้ การศึกษาตลอดชีวิต การศึกษานอกเวลางาน หรือการศึกษาแบบอื่น รูปแบบการจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันตามวรรคหนึ่ง มีดังต่อไปนี้
(๑) การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา
(๒) การจัดหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันตาม (๑) และนำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมเข้ามาจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันด้วย
(๓) การจัดให้มีแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนร่วมกัน โดยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรออนไลน์ หรือการเรียนรู้แบบผสมผสานทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายผู้สอน ระบบมาตรฐานคุณวุฒิ ระบบการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง ระบบการจัดหางานหลังจบหลักสูตร และระบบแรงจูงใจ
(๑) การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา
(๒) การจัดหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันตาม (๑) และนำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมเข้ามาจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันด้วย
(๓) การจัดให้มีแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนร่วมกัน โดยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรออนไลน์ หรือการเรียนรู้แบบผสมผสานทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายผู้สอน ระบบมาตรฐานคุณวุฒิ ระบบการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง ระบบการจัดหางานหลังจบหลักสูตร และระบบแรงจูงใจ
Clause 10
สถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันตามข้อ ๙ อาจเสนอรัฐมนตรีให้เสนอสภานโยบายพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติให้สถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันดังกล่าวจัดการศึกษาที่แตกต่างไปจากมาตรฐานการอุดมศึกษาได้
Clause 11
การจัดหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันและนำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมเข้ามาจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันตามข้อ ๙ (๒) อาจทำได้ด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) การออกแบบหลักสูตรร่วมกันที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต
(๒) การบริหารหลักสูตรหรือการเรียนการสอนร่วมกัน
(๓) การให้ผู้เรียนได้ศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสถาบันอุดมศึกษาและในสถานประกอบการจริง เพื่อสร้างทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการ
(๔) การให้บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือกันเป็นอาจารย์พิเศษ ที่ปรึกษาการศึกษาวิจัย หรือมีตำแหน่งทางวิชาการหรือวิชาชีพอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา
(๕) การให้บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรม เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร หรือการอบรมที่ร่วมมือกัน
(๖) การให้บุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือ
(๗) การเทียบประสบการณ์เป็นคุณวุฒิทางวิชาการหรือวิชาชีพ
(๘) การวัดและประเมินผลร่วมกัน
(๙) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(๑) การออกแบบหลักสูตรร่วมกันที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต
(๒) การบริหารหลักสูตรหรือการเรียนการสอนร่วมกัน
(๓) การให้ผู้เรียนได้ศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสถาบันอุดมศึกษาและในสถานประกอบการจริง เพื่อสร้างทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการ
(๔) การให้บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือกันเป็นอาจารย์พิเศษ ที่ปรึกษาการศึกษาวิจัย หรือมีตำแหน่งทางวิชาการหรือวิชาชีพอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา
(๕) การให้บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรม เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร หรือการอบรมที่ร่วมมือกัน
(๖) การให้บุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือ
(๗) การเทียบประสบการณ์เป็นคุณวุฒิทางวิชาการหรือวิชาชีพ
(๘) การวัดและประเมินผลร่วมกัน
(๙) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
Clause 12
เพื่อประโยชน์แก่ผู้เรียน ให้สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา จัดทำคลังหน่วยกิตกลางเพื่อเป็นที่รวมผลการวัดและประเมินผลการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อใช้เป็นผลการวัดและประเมินผลกลางที่ใช้ต่อสถาบันอุดมศึกษาได้ทุกแห่ง สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา มีอำนาจประกาศให้วิชาใดวิชาหนึ่งหรือชุดวิชาใดชุดวิชาหนึ่งที่วัดและประเมินผลโดยสถาบันอุดมศึกษาใด ให้ถือเป็นการวัดและประเมินผลโดยสถาบันอุดมศึกษาอื่นทุกแห่งด้วยก็ได้ ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาใดไม่ยอมรับการวัดและประเมินผลตามวรรคสอง ผู้เรียนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่วัดและประเมินผล อาจขอให้สถาบันอุดมศึกษานั้นทบทวนการไม่ยอมรับดังกล่าว หากสถาบันอุดมศึกษาทบทวนแล้วยังยืนยันไม่ยอมรับการวัดและประเมินผลนั้น ให้ผู้เรียนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่วัดและประเมินผลแจ้งให้สำนักงานปลัดกระทรวงทราบ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาให้วินิจฉัยชี้ขาดว่าการวัดและประเมินผลดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาแล้วหรือไม่ โดยแจ้งให้สถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวชี้แจงแสดงเหตุผลแห่งการไม่ยอมรับนั้นต่อคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาวินิจฉัยชี้ขาดตามวรรคสามว่าการวัดและประเมินผลเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษา ให้คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาแจ้งต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ยอมรับผลการวัดและประเมินผลเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๕๓ วรรคสอง ต่อไป
Clause 13
การให้บุคลากรไปสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าการไปสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกันนั้นเป็นการปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่ การประเมินผลการสอนโดยสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรไปสอน ให้ถือว่าเป็นการประเมินผลการสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่ ผลงานทางวิชาการที่เกิดจากการสอนตามวรรคหนึ่งอาจนำมาใช้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่ได้
Clause 14
การให้ผู้เรียนไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี และให้นับผลการเรียนดังกล่าวเป็นผลการเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่ผู้เรียนนั้นศึกษาอยู่
Clause 15
ให้สำนักงานปลัดกระทรวงจัดให้มีระบบบริหารการใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลวิชาการและวิจัยร่วมกันของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้าวิจัยของบุคลากรและผู้เรียนของสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และค่าบริการในการใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงกำหนดโดยปรึกษาหารือกับสถาบันอุดมศึกษา
หมวด ๓ ความร่วมมือในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม
Clause 16
สถาบันอุดมศึกษาอาจร่วมมือในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ดังต่อไปนี้
(๑) การรับหรือให้ทุนวิจัยร่วมกัน
(๒) การวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมร่วมกัน
(๓) การให้บุคลากรหรือผู้เรียนไปทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน
(๔) การนำบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์และมีศักยภาพสูงจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นมาร่วมในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม
(๕) การใช้ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ เครื่องใช้ และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่สนับสนุนการวิจัยและสร้างนวัตกรรมร่วมกัน
(๖) การใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน
(๗) การสร้างเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อร่วมสนับสนุนและร่วมดำเนินการวิจัยและสร้างนวัตกรรม
(๘) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(๑) การรับหรือให้ทุนวิจัยร่วมกัน
(๒) การวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมร่วมกัน
(๓) การให้บุคลากรหรือผู้เรียนไปทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน
(๔) การนำบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์และมีศักยภาพสูงจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นมาร่วมในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม
(๕) การใช้ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ เครื่องใช้ และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่สนับสนุนการวิจัยและสร้างนวัตกรรมร่วมกัน
(๖) การใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน
(๗) การสร้างเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อร่วมสนับสนุนและร่วมดำเนินการวิจัยและสร้างนวัตกรรม
(๘) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
Clause 17
เมื่อดำเนินการวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมร่วมกันแล้วเสร็จ ผลงานวิจัยหรือนวัตกรรมที่ได้ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมได้รับจัดสรรจากกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายหรือจากแหล่งทุนอื่นที่มิใช่เงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษา ความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม
(๒) ในกรณีที่ทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมได้รับจัดสรรจากเงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษา ความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับผู้วิจัย
(๓) ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐร่วมดำเนินการหรือร่วมกันให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือหน่วยงานหรือบุคคลในภาคเอกชน ความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาร่วมดำเนินการหรือสัญญาร่วมให้ทุน แล้วแต่กรณี
(๑) ในกรณีที่ทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมได้รับจัดสรรจากกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายหรือจากแหล่งทุนอื่นที่มิใช่เงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษา ความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม
(๒) ในกรณีที่ทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมได้รับจัดสรรจากเงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษา ความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับผู้วิจัย
(๓) ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐร่วมดำเนินการหรือร่วมกันให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือหน่วยงานหรือบุคคลในภาคเอกชน ความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาร่วมดำเนินการหรือสัญญาร่วมให้ทุน แล้วแต่กรณี
Clause 18
การให้บุคลากรหรือผู้เรียนไปทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าการไปทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกันนั้น เป็นการปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรหรือผู้เรียนนั้นสังกัดหรือศึกษาอยู่ แล้วแต่กรณี ผลการวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมตามวรรคหนึ่ง อาจนำมาใช้เป็นผลงานขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการหรือผลงานตามหลักสูตรในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรหรือผู้เรียนนั้นสังกัดหรือศึกษาอยู่ได้ แล้วแต่กรณี
Clause 19
การใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกันในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์ ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการซึ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ และระเบียบสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการซึ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และข้อตกลงร่วมกัน ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา สถาบันอุดมศึกษาอาจร่วมมือกันจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนหรือบริษัทร่วมทุนเพื่อดำเนินกิจการซึ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์
หมวด ๔ ความร่วมมือในเรื่องอื่น ๆ
Clause 20
ความร่วมมือในเรื่องอื่นตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานนั้น ๆ หรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี
หมวด ๕ การใช้ทรัพยากรและการออกค่าใช้จ่ายร่วมกัน
Clause 21
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษาซึ่งมีความร่วมมือกันตามกฎกระทรวงนี้ สถาบันอุดมศึกษาอาจจัดให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันในทุกด้าน การใช้ทรัพยากรร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการใช้ที่ดิน อาคาร สถานที่ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ ยานพาหนะ โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สาธารณูปโภค ตลอดจนสถานพยาบาล โรงแรม กิจการ การอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือทรัพยากรอื่นของสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน
Clause 22
ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สถาบันอุดมศึกษาอาจออกค่าใช้จ่ายร่วมกันเพื่อจัดให้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การประกันสุขภาพ และการจัดสวัสดิการอื่นร่วมกันได้
Clause 23
ปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจจัดให้มีโครงการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาด้วยกัน หรือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เพื่อประโยชน์และเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรองราคากับผู้ประกอบการ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันของสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนี้ โดยไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
Clause 24
ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดจากการใช้ทรัพยากรร่วมกันหรือเกิดขึ้นต่อทรัพยากรที่ใช้ร่วมกันนั้น ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) การใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ความรับผิดสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของทางราชการ
(๒) การใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาเอกชนด้วยกัน ความรับผิดสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาด้วยกันเองหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี
(๑) การใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ความรับผิดสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของทางราชการ
(๒) การใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาเอกชนด้วยกัน ความรับผิดสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาด้วยกันเองหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี
Clause 25
การออกค่าใช้จ่ายร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาเพื่อดำเนินการตามความร่วมมือกันตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาด้วยกันเองหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ โดยต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
หมวด ๖ บทเบ็ดเตล็ด
Clause 26
ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และความเห็นต่อรัฐมนตรี คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือปลัดกระทรวง ในการส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาเอกชน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมร่วมมือกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Clause 27
ให้สำนักงานปลัดกระทรวงมีหน้าที่ให้คำแนะนำ คำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะแก่สถาบันอุดมศึกษาเพื่อปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ และอาจจัดทำมาตรการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดให้แก่สถาบันอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดทำความร่วมมือตามกฎกระทรวงนี้
บทเฉพาะกาล
Clause 28
บรรดาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บันทึกความเข้าใจ และข้อตกลงที่เรียกชื่ออย่างอื่นของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันและมีผลใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดตามที่ได้ตกลงกันไว้ในบันทึกข้อตกลงนั้น
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้สถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและของเอกชนอาจร่วมมือกันในการจัดการศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม และในด้านอื่น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ
รวมถึงการใช้บุคลากรร่วมกัน การร่วมกันออกค่าใช้จ่าย การใช้ทรัพยากรร่วมกัน หรือความร่วมมืออย่างอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้