กฎกระทรวง
กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2567
2 clauses · Posted 22 Nov 2024
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๓๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
Clause 1
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นไป
Clause 2
ให้นายจ้าง และลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามมาตรา๑๓๐ วรรคหนึ่ง จ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อเป็นทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตายตามบัญชีอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ ดังต่อไปนี้
(๑) ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๗๓ ให้เป็นไปตามอัตราต่อไปนี้ ผู้จ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็นร้อยละ ของค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ๑. เงินสะสมของลูกจ้าง ๐.๒๕ ๒.เงินสมทบของนายจ้าง ๐.๒๕ (๒) ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๗๓ เป็นต้นไป ให้เป็นไปตามอัตราต่อไปนี้ ผู้จ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็นร้อยละ ของค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ๑.เงินสะสมของลูกจ้าง ๐.๕ ๒.เงินสมทบของนายจ้าง ๐.๕
(๑) ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๗๓ ให้เป็นไปตามอัตราต่อไปนี้ ผู้จ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็นร้อยละ ของค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ๑. เงินสะสมของลูกจ้าง ๐.๒๕ ๒.เงินสมทบของนายจ้าง ๐.๒๕ (๒) ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๗๓ เป็นต้นไป ให้เป็นไปตามอัตราต่อไปนี้ ผู้จ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็นร้อยละ ของค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ๑.เงินสะสมของลูกจ้าง ๐.๕ ๒.เงินสมทบของนายจ้าง ๐.๕
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติว่า นับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม
โดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้างและนายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ทั้งนี้ ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงแต่ต้องไม่เกินร้อยละห้าของค่าจ้าง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้