พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารออมสิน พ.ศ. 2491
5 sections · Posted 31 Aug 1948
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารที่ธนาคารออมสินพึงประกอบได้ พระมหากษัตริย์อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) และมาตรา ๗ (๘) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คณะอภิรัฐมนตรี ในหน้าที่คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร อลงกฏ มานวราชเสวี อดุลเดชจรัส ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชชกาลปัจจุบัน
(๑) การรับเงินฝากประจำ หรือกระแสรายวัน โดยจ่ายดอกเบี้ย หรือไม่จ่ายดอกเบี้ยให้ก็ได้
(๒) การออกดร๊าฟท์ที่กำหนดให้ใช้เงินเมื่อทวงถาม ณ สำนักงาน หรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารเอง
(๓) การออก ซื้อ ขาย หรือเก็บเงินตามตั๋วแลกเงิน หรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด
(๔) การให้สินเชื่อ
(๕) การซื้อ ซื้อลดหรือรับช่วงซื้อลดตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือการรับโอนสิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงิน
(๖) ทำธุรกิจเงินตราต่างประเทศ
(๗) การออกหนังสือค้ำประกันและการอาวัล
(๘) การให้บริการทางการเงิน
(๙) การให้บริการบัตรเครดิต
(๑๐) การออกบัตรเงินฝาก
(๑๑) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการลงทุน
(๑๒) การจัดการหรือรับจัดการกองทุน
(๑๓) ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องหรือมีลักษณะทำนองเดียวกับ (๑) ถึง (๑๒)
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี
Supplementary provisions, notes and transitional provisions of amending acts
พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในช่วง ๕๐ ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาการของเครื่องมือและธุรกรรมทางการเงินเป็นจำนวนมากและมีความหลากหลาย ทำให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐได้เพิ่มการประกอบกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารหลายประเภท
เพื่อให้สามารถคงอยู่และมีความก้าวหน้าท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูงในธุรกิจการเงินได้ ในขณะที่ธนาคารออมสินยังคงสามารถดำเนินกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารได้เพียง ๓ ประเภท คือ การรับฝากเงิน การออกดร๊าฟท์ และการออก ซื้อ ขาย หรือเก็บเงินตามตั๋วแลกเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด
จึงสมควรกำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารออมสินเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าและการพัฒนาการของเครื่องมือทางการเงินและธุรกรรมทางการเงินตลอดจนนวัตกรรมทางการเงิน
ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารออมสินมีความคล่องตัวในการดำเนินการและปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและสามารถประกอบธุรกรรมใหม่เพื่อบริการลูกค้าได้ครบวงจรมากขึ้น รวมทั้งเป็นการดำเนินการเพื่อหารายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว อันเป็นการสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้