กฎกระทรวง
กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2506) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502
14 clauses · Posted 11 Oct 1963
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
Clause 1
การกู้เงินตามกฎกระทรวงนี้ ให้กู้โดยวิธีออกพันธบัตร เรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๗ ครั้งที่ ๑” มีจำนวนไม่เกินหนึ่งพันล้านบาท
Clause 2
พันธบัตรรายนี้จะชำระต้นเงินคืนภายในสิบห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้กำหนดให้เป็นวันเริ่มจำหน่ายพันธบัตร
Clause 3
พันธบัตรรายนี้เป็นพันธบัตรชนิดจ่ายเงินแก่ผู้ถือมีดอกเบี้ยอัตราร้อยละแปดต่อปี ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้และมีชนิดราคา ดังต่อไปนี้ ชนิดราคาฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ก. ๑ เป็นต้นไป ชนิดราคาฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ข. ๑ เป็นต้นไป ชนิดราคาฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ค. ๑ เป็นต้นไป ชนิดราคาฉบับละ ๑๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ง. ๑ เป็นต้นไป
Clause 4
พันธบัตรรายนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๗ และให้จำหน่าย ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย
Clause 5
พันธบัตรรายนี้ให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
Clause 6
เมื่อได้รับคำเสนอขอซื้อพันธบัตรพร้อมด้วยเงินเต็มตามราคาที่ขอซื้อแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบสำคัญชั่วคราวให้ผู้ซื้อยึดถือไว้ก่อนเพื่อแลกเปลี่ยนกับพันธบัตรก็ได้
Clause 7
ดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับ ให้คำนวณตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้จนถึงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ หรือวันที่ ๑๔ สิงหาคม ต่อไป แล้วแต่กรณี งวดต่อไปให้คำนวณต่อจากวันที่กล่าวนั้นเป็นงวด ๆ งวดละ ๖ เดือน การชำระดอกเบี้ยตามวรรคหนึ่งให้ชำระในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ และวันที่ ๑๕ สิงหาคม ทุกปี ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่
Clause 8
ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินของพันธบัตรทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินของพันธบัตรแต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
Clause 9
การชำระต้นเงินของพันธบัตร ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตรพร้อมทั้งบัตรดอกเบี้ยทุกฉบับที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หากบัตรดอกเบี้ยฉบับใดขาดจำนวนไป ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหักจำนวนเงินตามบัตรดอกเบี้ยฉบับนั้นออกจากต้นเงินที่พึงชำระให้แก่ผู้ถือพันธบัตร
Clause 10
ผู้มีกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรจะขอจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ เมื่อได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรแล้ว จะถอนการจดบัญชีหรือโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรที่จดบัญชีไว้ ในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนกำหนดชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้
Clause 11
ผู้มีกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ มีสิทธิขายคืนพันธบัตรนั้นได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ในราคาต้นเงินของพันธบัตรนั้น สำหรับพันธบัตรที่มีระยะเวลาถือพันธบัตรนับแต่วันที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายคืนยังไม่ถึงสิบสองปีให้เป็นไปตามอัตราส่วนลดต่อไปนี้ ระยะเวลาถือพันธบัตรนับแต่วันที่ได้ จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายคืนส่วนลด ไม่ถึง ๖ เดือนร้อยละ ๘ ต่อปี ๖ เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑ ปีร้อยละ ๕ ต่อปี ๑ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๒ ปีร้อยละ ๔.๕ ต่อปี ๒ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๓ ปีร้อยละ ๔ ต่อปี ๓ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๔ ปีร้อยละ ๓.๕ ต่อปี ๔ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๕ ปีร้อยละ ๓ ต่อปี ๕ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๖ ปีร้อยละ ๒.๕ ต่อปี ๖ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๗ ปีร้อยละ ๒ ต่อปี ๗ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๘ ปีร้อยละ ๑.๕ ต่อปี ๘ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๙ ปีร้อยละ ๑ ต่อปี ๙ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑๒ ปีร้อยละ ๐.๕ ต่อปี การขายคืนพันธบัตรจะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนกำหนดชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้ พันธบัตรที่ขายคืนตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินคืนแล้ว
Clause 12
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกพันธบัตรรายนี้ และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
Clause 13
ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรรายนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร
(๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของจำนวนเงินค่าพันธบัตรที่จำหน่ายได้ดอกเบี้ยที่จ่ายและต้นเงินของพันธบัตรที่ชำระคืน
(๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร
(๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของจำนวนเงินค่าพันธบัตรที่จำหน่ายได้ดอกเบี้ยที่จ่ายและต้นเงินของพันธบัตรที่ชำระคืน
Clause 14
ในการคำนวณเงิน เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ พลเอก ถ. กิตติขจร รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินมาใช้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของยอดงบประมาณรายจ่ายประจำปีและในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๗ นี้ สำนักงบประมาณได้ประมาณยอดเงินที่จะต้องกู้มาชดเชยการขาดดุลย์ เป็นจำนวน ๒,๓๑๐ ล้านบาท
จึงเป็นการสมควรที่จะดำเนินการกู้เงินโดยวิธีจำหน่ายพันธบัตร โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวง เพื่อให้การกู้เงินได้สำเร็จลุล่วงไป