Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
กฎกระทรวง

กฎกระทรวง ฉบับที่ 38 (พ.ศ. 2515) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502

13 clauses · Posted 14 Nov 1972

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๐๓ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

Clause 1 การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด” มีจำนวนไม่เกินหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบล้านบาท
Clause 2 พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตร และจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งหมื่นบาท
Clause 3 พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จำหน่ายให้เฉพาะแก่ธนาคารออมสิน หรือธนาคารแห่งประเทศไทย
Clause 4 พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖
Clause 5 พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปี นับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๔ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นไปกระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
Clause 6 พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
Clause 7 พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละแปดต่อปี การชำระดอกเบี้ย ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรเงินกู้ที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวด คือ ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม และวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ทุกปี เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วยให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกันตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้ จนถึงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ หรือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๖ แล้วแต่กรณี ในการคำนวณเงินตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ย ถ้ามีเศษของงวด ให้คำนวณตามจำนวนวันและให้ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน
Clause 8 เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ พร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้
Clause 9 ภายใต้บังคับข้อ ๑๐ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ จะกระทำได้แต่เฉพาะในระหว่างผู้มีสิทธิซื้อพันธบัตรตามข้อ ๓ และจะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้
Clause 10 เมื่อเห็นเป็นการสมควร กระทรวงการคลังจะรับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ไว้ก็ได้ พันธบัตรที่กระทรวงการคลังรับโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อนี้ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้วตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์
Clause 11 การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
Clause 12 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
Clause 13 ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร
(๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ บุญมา วงศ์สวรรค์ ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ใช้อำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ :- ในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน
และตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกับอีกร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้
กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง จำนวนไม่เกินสามร้อยล้านบาทมาแล้ว สำหรับในวาระที่สองนี้สมควรกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด
จำนวนไม่เกินหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบล้านบาท ซึ่งรวมกับที่กู้ในวาระแรกแล้วเท่ากับหนึ่งพันแปดร้อยห้าสิบล้านบาท จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up