พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย พ.ศ. 2522
4 sections · Posted 25 Mar 1979
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
Section 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒”
Section 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
Section 3
เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย ให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่า ประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทยเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้คณะผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย หัวหน้าคณะผู้แทนและบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนชาติของรัฐภาคีของประชาคมยุโรปที่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประจำในประเทศไทยและสมาชิกในครอบครัวของบุคคลดังกล่าว ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันเช่นเดียวกับที่ได้ให้แก่บุคคลในคณะผู้แทนทางการทูตประจำประเทศไทย
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่า ประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทยเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้คณะผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย หัวหน้าคณะผู้แทนและบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนชาติของรัฐภาคีของประชาคมยุโรปที่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประจำในประเทศไทยและสมาชิกในครอบครัวของบุคคลดังกล่าว ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันเช่นเดียวกับที่ได้ให้แก่บุคคลในคณะผู้แทนทางการทูตประจำประเทศไทย
Section 4
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยและประชาคมยุโรปได้ลงนามในคำแถลงร่วมเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป ณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ รับรองสภาพนิติบุคคลของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป
และให้ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันเท่ากับคณะผู้แทนทางการทูตในประเทศไทย เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานและการให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์ดังกล่าว สมควรมีกฎหมายคุ้มครองการดำเนินงานของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น