พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. 2522
16 sections · Posted 22 Apr 1979 · Last amended by พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2531
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี
Supplementary provisions, notes and transitional provisions of amending acts
พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๖
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทเฉพาะการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว และมาตรา ๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้รับเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ประกอบกับได้มีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๐๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ก. ตำแหน่ง บาท ประธานวุฒิสภา ๓๐,๐๐๐ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓๐,๐๐๐ รองประธานวุฒิสภา ๒๓,๐๐๐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๒๓,๐๐๐ ผู้นำฝ่ายค้าน ๒๓,๐๐๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๙,๐๐๐ สมาชิกวุฒิสภา ๑๕,๐๐๐
บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ข. ตำแหน่ง บาท ประธานวุฒิสภา ๓๖,๐๐๐ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓๖,๐๐๐ รองประธานวุฒิสภา ๒๘,๐๐๐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๒๘,๐๐๐ ผู้นำฝ่ายค้าน ๒๘,๐๐๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๓,๐๐๐ สมาชิกวุฒิสภา ๑๘,๐๐๐
บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ค. ตำแหน่ง บาท ประธานวุฒิสภา ๔๑,๙๖๐ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ๔๑,๙๖๐ รองประธานวุฒิสภา ๓๒,๐๐๐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓๒,๐๐๐ ผู้นำฝ่ายค้าน ๓๒,๐๐๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๖,๐๐๐ สมาชิกวุฒิสภา ๒๑,๐๐๐
บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ง. ตำแหน่ง บาท ประธานวุฒิสภา ๔๖,๒๕๐ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ๔๖,๒๕๐ รองประธานวุฒิสภา ๓๖,๐๐๐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓๖,๐๐๐ ผู้นำฝ่ายค้าน ๓๖,๐๐๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๐,๐๐๐ สมาชิกวุฒิสภา ๒๔,๐๐๐
พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นต้นไป
มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากอัตราเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๔ มาตรา ๗ และมาตรา ๘
แห่งพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. 2522 ได้ใช้มาเป็นเวลานานไม่เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงอัตราเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นดังกล่าวเสียใหม่
และเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตามมาตรา ๓ (๑) ถึง (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการการเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๑ ด้วยในขณะเดียวกัน
และได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามมาตรา ๓ (๑) ถึง (๘) ดังกล่าวแล้วต้องห้ามมิให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งตามมาตรา ๗ และมาตรา ๘ อีก ทั้ง ๆ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ทั้งสองทาง
สมควรให้สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองดังกล่าวได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย แต่ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่ารับรองและเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๘ อีก รวมทั้งให้มีการให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่งแต่ละบัญชีได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์
โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๓๓
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑ แทนบัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ก. ท้ายพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันขยายตัว รายได้ประชาชาติและดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น สมควรปรับเงินประจำตำแหน่งของประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว และเนื่องจากมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑ บัญญัติว่าการให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว ให้ตาเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้