Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. 2522

16 sections · Posted 22 Apr 1979 · Last amended by พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2531

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

Section 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒”
Section 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
Section 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๑๘
Section 4 ให้ประธานวุฒิสภาหรือประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเงินประจำตำแหน่งรายเดือนตามบัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ก. ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ส่วนการให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ข. บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ค. หรือบัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ง. ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
Section 5 ประธานวุฒิสภาหรือประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้รับเงินค่ารับรองเดือนละสองหมื่นบาท รองประธานวุฒิ สภารองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้รับเงินค่ารับรองเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท
Section 6 ประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ซึ่งได้รับเงินประจำตำแหน่งตามมาตรา ๔ กับเงินค่ารับรองตามมาตรา ๕ ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๔ อีก ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับเงินประจำตำแหน่งตามมาตรา ๔ กับเงินค่ารับรองตามมาตรา ๕ ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินประจำตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๔ กับเงินค่ารับรองและเงินช่วยเหลือค่าที่พักอาศัยตามมาตรา ๘ อีก
Section 7 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตาม (๑) ถึง (๘) ของมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ ๒๕๒๑ ด้วยในขณะเดียวกัน ถ้าได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่ารับรองและเงินช่วยเหลือค่าที่พักอาศัยตามมาตรา ๘ อีก
Section 8 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้รับเงินค่ารับรองและเงินช่วยเหลือค่าที่พักอาศัย เป็นเงินเหมาอีกเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท
Section 9 การรับเงินประจำตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งไม่มาประชุมในระหว่างสมัยประชุม ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี
Section 10 เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา หรือพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภา ให้ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีถิ่นที่อยู่นอกจังหวัดอันเป็นที่ตั้งรัฐสภา ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางเฉพาะครั้งแรกจากจังหวัดอันเป็นถิ่นที่อยู่มายังจังหวัดอันเป็นที่ตั้งรัฐสภา หรือเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาหรือเมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ให้ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากจังหวัดอันเป็นที่ตั้งรัฐสภากลับไปยังจังหวัดอันเป็นถิ่นที่อยู่ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาหรือของสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับค่าพาหนะตามข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาหรือของสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี
Section 11 เมื่อมีการประชุมคณะกรรมาธิการ ให้กรรมาธิการวุฒิสภา กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการร่วมกันของสภาทั้งสองและกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งมีถิ่นที่อยู่นอกจังหวัดอันเป็นที่ตั้งรัฐสภาได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางเฉพาะครั้งแรกจากจังหวัดอันเป็นถิ่นที่อยู่มายังจังหวัดอันเป็นที่ตั้งรัฐสภา และเมื่อการประชุมคณะกรรมาธิการได้สิ้นสุดลง ให้ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากจังหวัดอันเป็นที่ตั้งรัฐสภากลับไปยังจังหวัดอันเป็นถิ่นที่อยู่ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาหรือของสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรรมาธิการซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ในระหว่างสมัยประชุม ในกรณีที่กรรมาธิการวุฒิสภา กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการร่วมกันของสภาทั้งสองและกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติมีความจำเป็นต้องเดินทางไปนอกจังหวัดอันเป็นที่ตั้งรัฐสภาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ให้ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา หรือของสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ให้ได้รับค่าพาหนะตามข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาหรือของสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี
Section 12 กรรมาธิการวุฒิสภา กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการร่วมกันของสภาทั้งสอง และกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติ ให้ได้รับเบี้ยประชุมเรื่องหนึ่งครั้งละหนึ่งร้อยบาท การประชุมเรื่องใดในวันเดียวกันมากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ได้รับเบี้ยประชุมเพียงครั้งเดียว
Section 13 ให้สำนักงานเลขาธิการรัฐสภาจัดใบเบิกทางโดยสารรถไฟ รถยนต์ประจำทางและเครื่องบิน ให้แก่ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้ในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่นอกจังหวัดอันเป็นที่ตั้งรัฐสภา ใบเบิกทางโดยสารรถไฟและรถยนต์ประจำทาง ให้มีผู้ติดตามได้หนึ่งคนในชั้นเดียวกัน
Section 14 ให้นำพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวมาใช้บังคับแก่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยอนุโลม โดยให้ประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับสิทธิเช่นเดียวกับประธานศาลฎีกา ส่วนรองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้รับสิทธิ์เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง
Section 15 ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งกับเงินค่ารับรองหรือเงินประจำตำแหน่ง แล้วแต่กรณี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง เงินค่ารับรองและเงินช่วยเหลือค่าที่พักอาศัย นับแต่วันเลือกตั้ง
Section 16 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
Supplementary provisions, notes and transitional provisions of amending acts

พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๖

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทเฉพาะการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว และมาตรา ๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้รับเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ประกอบกับได้มีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๐๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ก. ตำแหน่ง บาท ประธานวุฒิสภา ๓๐,๐๐๐ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓๐,๐๐๐ รองประธานวุฒิสภา ๒๓,๐๐๐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๒๓,๐๐๐ ผู้นำฝ่ายค้าน ๒๓,๐๐๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๙,๐๐๐ สมาชิกวุฒิสภา ๑๕,๐๐๐

บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ข. ตำแหน่ง บาท ประธานวุฒิสภา ๓๖,๐๐๐ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓๖,๐๐๐ รองประธานวุฒิสภา ๒๘,๐๐๐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๒๘,๐๐๐ ผู้นำฝ่ายค้าน ๒๘,๐๐๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๓,๐๐๐ สมาชิกวุฒิสภา ๑๘,๐๐๐

บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ค. ตำแหน่ง บาท ประธานวุฒิสภา ๔๑,๙๖๐ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ๔๑,๙๖๐ รองประธานวุฒิสภา ๓๒,๐๐๐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓๒,๐๐๐ ผู้นำฝ่ายค้าน ๓๒,๐๐๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๖,๐๐๐ สมาชิกวุฒิสภา ๒๑,๐๐๐

บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ง. ตำแหน่ง บาท ประธานวุฒิสภา ๔๖,๒๕๐ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ๔๖,๒๕๐ รองประธานวุฒิสภา ๓๖,๐๐๐ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๓๖,๐๐๐ ผู้นำฝ่ายค้าน ๓๖,๐๐๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๐,๐๐๐ สมาชิกวุฒิสภา ๒๔,๐๐๐

พระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นต้นไป

มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากอัตราเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๔ มาตรา ๗ และมาตรา ๘

แห่งพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. 2522 ได้ใช้มาเป็นเวลานานไม่เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงอัตราเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นดังกล่าวเสียใหม่

และเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตามมาตรา ๓ (๑) ถึง (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการการเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๑ ด้วยในขณะเดียวกัน

และได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามมาตรา ๓ (๑) ถึง (๘) ดังกล่าวแล้วต้องห้ามมิให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งตามมาตรา ๗ และมาตรา ๘ อีก ทั้ง ๆ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ทั้งสองทาง

สมควรให้สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองดังกล่าวได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย แต่ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่ารับรองและเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๘ อีก รวมทั้งให้มีการให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่งแต่ละบัญชีได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์

โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๓๓

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑ แทนบัญชีเงินประจำตำแหน่ง บัญชี ก. ท้ายพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑

มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันขยายตัว รายได้ประชาชาติและดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น สมควรปรับเงินประจำตำแหน่งของประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว และเนื่องจากมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑ บัญญัติว่าการให้ใช้บัญชีเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว ให้ตาเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up